วันนี้ เวลา 05:05 • หุ้น & เศรษฐกิจ

รัฐมนตรีคลังอินโดนีเซีย เสนอเก็บค่าธรรมเนียมเรือที่ผ่านช่องแคบมะละกา โดยได้แรงบันดาลใจจากอิหร่าน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอินโดนีเซีย ปุรบายา ยูธี ซาเดวา เปิดเผยถึงแนวคิดการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือที่แล่นผ่านช่องแคบมะละกา
เพื่อสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ของประเทศ บนเส้นทางการค้าและพลังงานโลก
2
แนวคิดนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากแผนของประเทศอิหร่าน ที่เตรียมจะจัดเก็บค่าธรรมเนียมเรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
นายปุรบายา ระบุว่านี่เป็นไปตามนโยบายของประธานาธิบดี ปราโบโว ซูเบียนโต ที่ต้องการให้อินโดนีเซียเป็น Key Player ในเศรษฐกิจโลก ไม่ใช่แค่ประเทศชายขอบ
1
อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีอินโดนีเซียยอมรับว่าเรื่องนี้ “ไม่ง่าย" และไม่สามารถตัดสินใจฝ่ายเดียวได้ เพราะช่องแคบมะละกาเป็นน่านน้ำที่ใช้ร่วมกันระหว่างอินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์
 
เขาเสนอว่าหากทั้ง 3 ประเทศร่วมมือกันแบ่งสัดส่วนรายได้ จะสร้างมูลค่ามหาศาล โดยเฉพาะอินโดนีเซียที่มีพื้นที่ชายฝั่งยาวที่สุดในบริเวณนี้
ส่วนทาง สิงคโปร์และมาเลเซีย มีท่าทีคัดค้าน ต่อแนวคิดนี้
โดยรัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ ยืนยันชัดเจนว่าสิงคโปร์ ไม่สนับสนุนการจำกัดการเดินเรือหรือการเก็บค่าธรรมเนียมใด ๆ โดยระบุว่าสิทธิในการเดินเรือผ่าน เป็นสิทธิตามกฎหมายระหว่างประเทศ (UNCLOS) ไม่ใช่สิทธิพิเศษ ที่รัฐชายฝั่งจะอนุญาตหรือเรียกเก็บเงินได้
และรัฐมนตรีคมนาคมมาเลเซีย ระบุว่า มาเลเซียยังคงยึดมั่นในหลักเสรีภาพในการเดินเรือและระบบที่อิงตามกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาช่องแคบให้เปิดกว้างเพื่อการค้าโลก
 
สรุปแล้ว แม้ทางอินโดนีเซียจะมองว่านี่เป็นโอกาสในการเพิ่มรายได้ของประเทศ และยกระดับบทบาททางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ทั้งสิงคโปร์และมาเลเซีย ยังคงยึดถือหลักการเดินเรือเสรีตามมาตรฐานสากล และมองว่าการรักษาช่องแคบมะละกาให้เปิดกว้างเป็นประโยชน์ยุทธศาสตร์ร่วมกันของทั้งภูมิภาค
สำหรับความสำคัญของช่องแคบมะละกา ไม่ได้มีแค่เรื่องการเดินเรือทั่วไป แต่คือเส้นเลือดใหญ่ ของเศรษฐกิจโลก
- เส้นทางขนส่งสินค้าที่หนาแน่นที่สุด
เป็นทางเชื่อมหลักระหว่างมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก มีเรือผ่านประมาณ 80,000 - 100,000 ลำต่อปี หรือคิดเป็นประมาณ 1 ใน 4 ของการค้าโลก
- จุดเชื่อมต่อโรงงานโลก
เป็นเส้นทางหลักที่สินค้าจากโรงงานในเอเชียตะวันออก (จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้) ใช้ส่งไปยังตลาดในยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา
1
- ทางผ่านของน้ำมัน
ช่องแคบนี้คือเส้นทางหลักที่น้ำมันจากตะวันออกกลางถูกส่งมายังเอเชีย โดยเฉพาะจีนและญี่ปุ่น ซึ่งต้องพึ่งพาน้ำมันที่ผ่านเส้นทางนี้สูงถึง 80-90% ของการนำเข้าทั้งหมด
หากช่องแคบนี้ถูกปิดหรือเกิดปัญหา จะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและห่วงโซ่การผลิตทั่วโลกทันที
ดังนั้น หากมีการเก็บค่าธรรมเนียมจริง จะส่งผลกระทบเป็นโดมิโน ตั้งแต่ค่าขนส่งที่สูงขึ้น ไปจนถึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในตลาดโลก ที่จะแพงขึ้นตามไปด้วย
โดยมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ จีน และอินเดีย ต่างให้ความสำคัญกับพื้นที่นี้มาก เพราะใครที่คุมหรือมีอิทธิพลในช่องแคบนี้ได้ จะมีอำนาจต่อรองสูงในระดับโลก
โฆษณา