4 พ.ค. เวลา 03:14 • บ้าน & สวน

Hydroponics Farm and Technology

EP.128 วันที่ความร้อนเกือบทำลายทั้งระบบ อุณหภูมิ 45°C ทำให้ผมต้องหยุดทุกอย่าง แล้วเริ่มแก้ไขใหม่ ....
ทันทีที่รถจอด 🚘 หน้าห้างไทวัสดุ ผมไม่รอช้าที่จะรีบเดินเข้าห้างฯ เพราะอากาศข้างนอกมันร้อนอบอ้าวราวอยู่หน้าเตาเผา
ผมดู App ผ่านมือถือภายใน Farm ตัวเลขชี้อุณหภูมิ 38 องศา C พัดลมกำลังทำงานเพื่อระบายอากาศ ส่วนกลางแจ้งแดดแรงไม่น่าจะน้อยกว่า 39 – 40 องศา C อากาศช่างร้อนอะไรเช่นนี้ ผมบ่นพึมพำ : ตามประสาคนกลัวแดด 😄😄😄
ผมเดินดูวัสดุอุปกรณ์หลายอย่างเพื่อที่จะนำไปใช้ใน Farm แต่ละอย่างราคาไม่เอื้ออำนวยให้ซื้อเพราะราคาแพงขึ้น เหมือนคนสมัยก่อนที่มักเรียกว่า “ยุคข้าวยากหมากแพง” แต่ถ้าเปรีบเปรียบกับสมัยนี้เป็นยุคของน้ำมันแพงมันเทียบกันไม่ได้เลย
เอาจริงๆ เลือกซื้อเท่าที่จำเป็นเพราะสงสารเงินในกระเป๋า 😄😄😄 เดินเกือบครึ่งวันได้กล่องพลาสติกกันน้ำขนาด 20 X 30 มาหนึ่งใบในราคา 180 บาท ก็ถือว่าคุ้มอยู่อย่างน้อยก็ได้แอร์ช่วยดับความร้อนไปครึ่งวัน 😁
ได้เวลาเปลี่ยนกล่อง ❗
ช่วงบ่ายๆ ผมกลับเข้าไปใน Farm อย่างแรกที่นึกถึงกับของที่หาติดไม้ติดมือมาได้เป็นกล่องพลาสติกกันน้ำตั้งใจเอามาเปลี่ยนกับกล่องเดิมของตัวคุมควบอุณหภูมิความชื้นที่ได้ทดสอบจนแน่ใจว่าสามารถนำมาใช้งานได้จริง
แต่เนื่องจากขนาดของกล่องเดิมมีขนาดเล็กทำให้เกิดการแอดอัดของอุปกรณ์ที่ต้องใช้งานร่วมกัน สิ่งที่สำคัญคือความร้อนที่สะสมอาจทำอุปกรณ์เสื่อมสภาพเร็วขึ้น หรือถ้ามองในแง่ร้ายอาจเกิดสายไฟละลายได้ ไม่ควรที่จะปล่อยไว้นานต้องรีบดำเนินการแก้ไขด่วน ถึงด่วนที่สุด และโครตด่วน ! 😄😄😄 ผมนึกถึงสมัยที่ทำงานประจำ:
กล่องพลาสติกที่นำมาใช้จะใช้งานได้เลยนั้นต้องดูสภาพภายในกล่องก่อนว่าเนื้อที่พอวางอุปกรณ์แต่ละชิ้นได้หรือไม่ สำหรับงานนี้กล่องมีหมุดพลาสติกอยู่ 8 จุด โดยปกติจะใช้เป็นตัวยึดแผ่นรองพลาสติกอีกทีหนึ่ง
แต่ผมเลือกที่จะไม่ใช้เพราะต้องการความสูงเพิ่มมากขึ้นเลยต้องมาตัดหมุดออกด้วยเครื่องเจียร์เล็ก เพราะถ้าใช้ Cutter ตัดจะลำบากมากกว่า มีเครื่องมือแล้วก็ใช้เกิดประโยชน์คุ้มค่ากับการลงทุนสงสารเจ้าของเงิน 😄😄😄
ได้เวลาจัดเรียง ❗
หมุดถูกนำออกเท่าที่จำเป็นพร้อมปรับพื้นผิวให้เรียบด้วยตัวขัดกระดาษทราย จากนั้นจึงนำอุปกรณ์ตัวใหญ่ที่สุดมาวางก่อนเป็น PSU (Power Supply Unit) ขนาด 5 V 30 Amp หมุนวางซ้ายที วางขวาที หามุมที่เหมาะสมกับอุปกรณ์แต่ละชนิด
เพื่อให้ได้แบบจำลองพื้นที่ก่อนที่จะได้เจาะรูด้านข้าง อุปกรณ์ถูกวางด้วยความพิถีพิถัน Carefully เอามากๆ 😄😄😄 เพราะกลัวว่าต้องรื้อทำใหม่เอาช้าแต่ชัวร์ดีกว่ามั่วแล้วแก้ที่หลัง 😁
ได้เวลาเจาะรู ❗
ที่ข้างกล่องพลาสติกรอบด้านจะมีรอยบากเป็นรูปวงกลมพื้นที่ส่วนนี้จะเป็นพลาสติกบางกว่าตัวกล่องเพื่อให้ผู้ใช้งานได้เจาะตรงช่องและง่ายตามขนาดที่ต้องการ
ผมเลือกที่จะเจาะสองรูแรกของข้างกล่องเพื่อใช้เป็นที่ระบายอากาศด้วยพัดลมเล็กขนาด 5 V 0.20 A 2 ตัวที่ใช้เป็นคู่เพราะต้องการระบายความร้อนให้เร็วขึ้นเพราะข้างในกล่องจะมีตัว PSU สำหรับแปลงไฟและจ่ายไฟให้อุปกรณ์ควบคุมเครื่องพ่นความชื้น 3 ชุด และบอร์ด ESP8266 ที่ทำหน้าที่ในการวัดความชื้นและสั่งเปิด/ปิด อุปกรณ์ด้วย Relay
สองอุปกรณ์ที่ว่ามีความร้อนสะสมคล่องข้างมาก ผมเคยนำมาทดสองโดยใส่ในกล่องพลาสติกโดยไม่มีพัดลมระบายความร้อนเปิดไปได้ครู่เดียวดูตัวจับอุณหภูมิตัวเลขวิ่งไปที่ 45 องศา C ลองสัมผัสอุปกรณ์ดูมีสะดุ้งต้องหยุดทดสอบ 🥴
เพื่อไม่ให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายในภายหน้าติดพัดลมระบายความร้อนดีกว่า สำหรับรูที่สามเป็นรูที่เจาะเพิ่มเติมโดยใช้หัวเจาะเจดีย์เจาะพอประมาณตามขนาดสายไฟเพื่อร้อยสายไฟสองเส้นผ่านเข้ามาจ่ายไฟ AC 220 V ให้กับกล่อง PSU อีกเส้นเป็นไฟที่แปลงแล้วจาก Adapter ขนาน 12 V DC เพื่อนำไปเลี้ยงบอร์ด ESP8266
ส่วนรูที่ 4 ด้านบนสุดผมเจาะเอาไว้เพื่อนำสายเช็ดอุณหภูมิจากเครื่องวัดส่งเข้าบอร์ดเพื่อการประมวลผลทั้งสี่รูนี้มีความสำคัญต่อการทำงานของชุดอุปกรณ์ ส่วนจะเจาะด้านซ้าย หรือขวา ขึ้นอยู่กับหน้างานที่ใกล้แหล่งจ่ายไฟเป็นสำคัญ
ปรับสภาพกล่องเจาะรูและร้อยสายไฟ
ได้เวลาติดตั้งร้อยสาย ❗
ไม่ง่ายถ้าไม่มีความรู้บ้าง เสียบได้แต่ระบบอาจพังเพราะขาดความเข้าใจ เป็นสิ่งสำคัญระบบเริ่มซับซ้อน ต้องต่อสายไฟมากขึ้น เป็นอีกวันที่ผมเข้า Farm มาแต่เช้าเพราะต้องใจเย็นเหมือนน้ำแข็งทั้งที่อากาศเช้าไปแล้ว 32 องศา C 😄😄😄
พัดลมใบ 8 นิ้ว เป็นสมบัติที่ตกทอดมาจากต้นตระกูล Hitachi เปิดปุ๊บติดปับ❗ เสียงครางฮึ่งๆ ใกล้จะกลับบ้านเก่าเต็มทน แต่ก็ต้องเปิดเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการระบายความร้อนในขณะทำงาน
กลุ่มสายแรกที่ต้องติดตั้งบนบอร์ด ESP8266 จะเป็นแบบหัวเสียบ Pin เพื่อใช้เสียบระหว่างอุปกรณ์ Realy สวิสต์เปิด/ปิด จ่ายไฟไปเลี้ยงตัวควบคุมหัวพ่นความชื้น ส่วนอีกด้านหนึ่งต้องต่อสาย Pin (หัวต่อสายดูปองท์ Dupont Connector) เข้ากับตำแหน่ง Code ที่ได้ Upload ไว้ที่บอร์ดของ ESP8266 เพื่อต่อเชื่อมสำหรับตัวใช้วัดอุณหภูมิความชื้นส่วนตำแหน่งสำหรับจัมเปอร์สายจะต้องถูกต้องผิดพลาดไม่ได้เป็นสำคัญ
ได้เวลาทดสอบจริง ❗
สายไฟถูกต่อเข้ากับอุปกรณ์ที่ละชุดจนเสร็จสิ้น พร้อมกับการตรวจสอบทบทวนอีกรอบแบบไล่สายไฟแบบมาตราฐานอุตสาหกรรม 😄😄😄 ที่ต้องมีคนติดตั้งหนึ่งชุดก่อน และต่อจากนั้นก็ต้องมีคนตรวจทาน และมีคนตรวจสอบขั้นสุดท้าย จึงจะผ่านมาตรฐาน สำหรับงานนี้ ผมเหมารวม 3 คนมาไว้ที่ผมคนเดียว 👍 โลกช่างโหดร้ายแต่ให้ประสบการณ์ที่ดี ผมเชื่อเช่นนั้น:
ติดตั้งพัดลมระบายความร้อนสองตัวและทดสอบการทำงานของระบบ
เสียงพัดลมดังหึ่งๆ แบบต้องตั้งอกตั้งใจฟังจึงจะได้ยินถึงแม้นจะติดตั้งพัดลมระบายความร้อนถึงสองตัว ผมตั้งตัววัดอุณหภูมิเอาไว้ให้ตัววัดอยู่ภายในกล่องและตัวแสดงผลอยู่นอกตัวกล่องตัวเลขดิจิทัลที่อยู่บนหน้าจอดแสดง 27.4 องศา ซึ่งในยามเช้าอากาศยังไม่รุนแรงมากนักเวลาที่ทดสอบนั้นประมาณ 6 โมงกว่าภายใน Farm มีตัววัดอุณหภูมิอีกตัวหนึ่ง
ผมเอาไว้วัดอุณหภูมิโดยทั่วไปของ Farm ซึ่งเป็นตัววัดชนิดเดียวกันกับตัววัดที่ทดสอบในกล่องตัวเลขของการวัดทั่วไปใน Farm แสดงที่ 27.3 องศา แสดงว่าการระบายความร้อนด้วยพัดลมสองตัวทำหน้าที่ได้ดีทีเดียว
เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญเพราะถ้าไม่ระบายความร้อนให้ดีมีโอกาศที่บอร์ด ESP8266 จะเกิดความเสียหายได้ ผมทดสอบต่อโดยเปิด Blynk App เพื่อดูตัวเลขการแสดงผลได้ตัวเลขการวัดอุณหภูมิที่ 27.1 องศา ก็ถือว่ามีความใกล้เคียงกันจริง แต่ต้องดูกันยาวๆ เวลาใช้งานเพราะนี้เป็นเพียงการทดสอบเบี้องต้นของระบบวัดอุณหภูมิความชื้น IOT Control Humidity
การแสดงผลบนหน้าจอของ Blynk App (บนมือถือ Android) ได้แสดงอุณหภูมิ Temperature และความชื้น Humidity สองค่านี้มีความสัมพันธ์ในเรื่องของ ความชื้นสัมพัทธ์ (Relative Humidity: RH) จะส่งผลต่อไปถึงค่าของ VPD (Vapor Pressure Deficit)
ซึ่งผมจะยังไม่อธิบายในตอนนี้เพราะอยู่ในช่วงทดสอบการติดตั้งระบบงานในส่วนของการ Install อยู่เพื่อกันการสับสนของตัวเอง 😁 ส่วนงานของ UI (User Interface) ค่อยมาอธิบายในเรื่องถัดไป
ที่ใต้รางปลูกผัก ❗
ผมสำรวจตรวจสอบการพ่นความชื้นอีกครั้งว่าได้ทำงานครบทุกหัวพ่นความชื้นหรือไม่ในแต่ละชุด Control ควบคุมหัวพ่นทำงานทั้ง 3 ชุด พร้อมกับสำรวจตรวจสอบว่าพัดลมที่ติดตั้งทำงานเป็นปกติด้วยหรือไม่
ถึงแม้นภายในกล่องควบคุมจะมีบอร์ดอิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กใช้ควบคุมการจ่ายไฟให้กับหัวพ่นความชื้นแต่ความร้อนที่ออกมาจากบอร์ดก็ใช่เล่นลองเอามือไปสัมผัสดูร้อนสามารถนิ้วพองได้เหมือนกัน
จึงต้องติดตั้งพัดลมให้แต่ละกล่องอย่างละหนึ่งตัว การพ่นความชื้นเป็นไปด้วยดีของทุกหัวพ่นได้ทำการทดสอบเปิด/ปิดบน Blynk App โดยระบบ Manual สามารถสั่งเปิดและสั่งปิดได้ตามที่ผู้ใช้ต้องการ นับว่าเป็นความสำเร็จเล็กๆ อีกเรื่องหนึ่ง 👍
ตรวจสอบหัวพ่นและทำกล่องครอบ Sensor
ฝาครอบถ้วยน้ำพริก ❗
DHT22 AM2302 เซ็นเซอร์วัดอุณภูมิและความชื้นที่ได้ย้ายการติดตั้งจากตรงกลางของ Farm มาไว้ที่ใกล้ๆ กับกล่องควบคุมของบอร์ด ESP8266 เพราะความยาวของสายการต่อเชื่อมเป็นเหตุทำให้เกิดการแกว่งของการวัดอุณหภูมิ
ส่วนตัวของ DHT22 AM2302 นั้นจะมีส่วนต่อท้ายที่เป็นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ควรให้โดนน้ำโดยตรงต้องปิดกั้นไม่ให้น้ำไปโดนได้แต่ถ้าเอากล่องปิดทึบการวัดอุณหภูมิและความชื้นก็จะได้ค่าไม่ถูกต้องๆ เปิดให้วัดได้และป้องกันน้ำไปในตัว
ช่วงทดสอบตอนเช้ายังไม่ได้ติดตั้งตอนพักกลางวันทานข้าวเที่ยงมีกล่องพลาสติกใสใส่น้ำพริกปลาดุกแบบแห้งคั่วที่ทานไปจนเกือบหมดกระปุ๊กทานข้าวไปก็นึกถึงการแก้ไขปัญหาของ Farm ไป เขาเรียกว่าสมองเคยไม่หยุดคิดแม้นจะนอนจะกินจะตื่นให้มันได้อย่างนั้น 😄😄😄
ถ้วยน้ำพริกนี้ละดีใส่ความคิดไปสักนิด เอาถ้วยไปล้างให้สะอาดผ่าฝาออกเป็นครึ่งวงกลมเอา DHT22 AM2302 ใส่ข้างในเจาะรูข้างใต้ให้สายไฟรอดเข้าไปได้ ใช้. สายรัด cable ties รัดสายไม่ให้เกิดการแกว่ง
จากนั้นเอาไปติดตั้งที่เสาอยู่เหนือกล่องควบคุมการทำงานของระบบแค่นี้ก็สำเร็จไม่ต้องเสียเงินซื้อกล่องมาใส่แต่ถ้าต้องการความสวยงามก็อีกเรื่องหนึ่ง สำหรับผมแล้วคิดถึงเงินในกระเป๋า 😄😄😄 ขณะที่น้ำมันขึ้นไปลิตรละ 50 บาท 🤫
หลังบ่ายวันนั้น ❗
ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ระบบการเติมน้ำจากเครื่องกรองน้ำที่หน้า Farm โดยการกรองใส่ถังแล้วมาเทลงกล่องเก็บน้ำเพื่อเติมน้ำให้กับท่อส่งน้ำของหัวพ่นความชื้น และเติมให้กับกล่องน้ำสำหรับนำไปเลี้ยงต้นผักในรางเพาะเลี้ยงต้องยกอยู่หลายเที่ยวชักเบื่อๆ 😄😄😄 หาวิธีการดีกว่าที่ไม่ต้องมายก
ต่อสาย PVC จากเครื่องกรองน้ำเข้า Farm
หลังบ่ายวันนั้นผมดื่มด่ำกับการแฟ ที่เป็นเหมือนกิจวัตรประจำวันไปแล้ว จึงเดินเข้าไปที่ห้องเก็บอุปกรณ์เครื่องมือมองหาสายยางเส้นยาวๆ สัก 5 เมตร สายยางมีอยู่แต่ชนิดความกว้างของรูขนาด ½ นิ้ว ซึ่งใหญ่เกินความจำเป็น
แต่มีสายเส้น PVC เส้นเล็กที่เคยซื้อไว้อยู่ยาวกว่า 20 เมตร เลือกเอาสายเส้นนี้ไปทำการดัดแปลงต่อพ่วงกับเครื่องกรองน้ำ
โดยที่ปลายสายด้านหนึ่งทำชุดต่อพ่วงเครื่องกรองน้ำแบบถอดเปลี่ยนได้ อีกด้านหนึ่งใส่วาลว์เล็กเอาไว้สำหรับเปิด/ปิด เวลาใช้งานก็ดึงสายไปที่กล่องเก็นน้ำและเปิดวาลว์ แค่นี้ก็ไม่ต้องไปยกให้เปลืองแรงประหยัดแรงเอาไว้ใช้กับสมองดีกว่า 😁
สัปดาห์นี้ส่วนของการติดตั้ง Install ก็เป็นอันเรียบร้อยเหลือแต่การทดสอบสอบและการพัฒนา UI บน Blynk App เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ก่อนนำไปใช้งานจริง วันนี้ลาไปก่อนแล้วพบกันใหม่ใน EP หน้า สวัสดีครับ 🙏
ความยากลำบากมักให้ประสบการณ์ไว้เสมอ
Difficulties always provide valuable experiences.
🔊 ถ้าชอบกด like (React) ถ้าใช่กด Share
ร่วมแชร์ประสบการณ์ (Comment) หรือ Line ID
โฆษณา