2️⃣ เช็กการเด้งของคลื่น B ด้วย Fibo เพื่อหาเป้าหมายคลื่น C
เราต้องรู้ก่อนครับว่าคลื่น B ที่เด้งขึ้นมานั้นเป็นรูปแบบอะไร โดยใช้ Fibonacci Retracement วัดเทียบกับคลื่น A:
ถ้า B เด้งต่ำกว่า 61.8% (ตระกูล Zigzag): แปลว่าแรงซื้อกลับน้อย ตลาดอ่อนแอ พอเรารู้ว่าเป็น Normal Zigzag เราก็เอาไปเทียบกฎเลยครับว่า ขา C มักจะยาวประมาณ 100% แต่ไม่เกิน 161.8% เมื่อเทียบกับคลื่น A
ถ้า B เด้งมากกว่า 61.8% (ตระกูล Flat หรือ Triangle): แปลว่ามีกำลังซื้อสู้กลับมามาก! (เช่น เคส Strong B) โครงสร้างแบบนี้ขา C อาจจะ "สั้น" โดยอาจจะลงมายาวแค่ 38.2% เมื่อเทียบกับคลื่น A หรือถ้ายาวเต็มที่ก็มักจะไม่เกิน 138.2% - 161.8% ครับ
💡 ทริคเชื่อมโยง: พอเรารู้เป้าหมายคร่าวๆ ของคลื่น C จากกฎสัดส่วนตรงนี้แล้ว ให้เรากลับไปประยุกต์ดูตาม "ข้อ 1" ครับ ว่ากราฟที่ลงมานั้นกำลังทำเทรนด์รูปแบบไหน เพื่อหาโอกาสจบของขา C ให้แม่นยำและรัดกุมที่สุดครับ!
3️⃣ จับตาดูสัญญาณ Divergence
เมื่อราคาวิ่งลงมาลึกๆ ในช่วงปลายของคลื่น C ให้เปิดอินดิเคเตอร์อย่าง RSI หรือ MACD ควบคู่ไปด้วย หากกราฟราคาทำ New Low (ต่ำลง) แต่อินดิเคเตอร์กลับยกตัวสูงขึ้น (Bullish Divergence) จะเป็นสัญญาณเตือนชั้นดีว่าแรงขายเริ่มหมด และคลื่น C กำลังจะจบลงครับ