25 เม.ย. เวลา 10:09 • ประวัติศาสตร์

มหาราชวงษ์พงษางวรพม่า (ที่นายต่อแปล)

เรียงโดยพระเจ้าพยีดอโปรดเกล้าฯ พ.ศ.2372 (ตรงกับปีที่5ของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.3)
"ก่อนพ.ศ.2340ส่วนใหญ่เป็นเรื่องตำนาน"
ตอนที่1 จ.ศ 364-421(พ.ศ.1507-1602)
ตามประวัติตำนานว่าชาติกำเนิดพระเจ้าอนรทามาจอ(ผู้หญิงช่างหมาง)แห่งกรุงภุกาม เมื่อบำเรอราชสมบัติและทำการเมืองต่างๆเป็นอันเดียวหนึ่ง ทิศใต้ได้ทำสงครามกับมอญเมืองสุธรรมวดีหรือสระถุง(สะเทิม)รับพุทธศานาจากเมืองมอญ และสวรรค์คตเนื่องด้วยควายเถื่อน(ควายป่า)
ตอนที่2 ตั้งแต่ จ.ศ.308-1095 (พ.ศ.2089-2276)
พม่าเกิดแตกแยก ปกครองอิสระ มีพระเจ้าอายุ13นามตะบิงสอยตี(ตะเบ็งชะเวตี้)อยู่ที่ตองงู /เกตุมะดี(เมืองตองอู)บำเรอราชสมบัติไปทำการเมืองที่เมืองมอญ ที่อ่าวเมาะตะมะ นั้นคือ..."เมืองหงสาวดี"
เกิดทำการเมืองกับดินแดนฟากตะวันตกกองทัพหัวเมืองกรุงศรีอยุธยามายึกเมืองทวาย(เมืองพม่าในมือ)จึงยกกลับมาตีคืน เกิดศึก"พม่าล้อมกรุง" พ.ศ2901
ไปตีกรุงศรีอยุธยาครั้งแรกไม่ได้ เสด็จกลับและพระเจ้าตะบิงสอยตีเสด็จสวรรคต บุเรงนอง(บุริงหน่องจอถิงนรทา)
ไดบำเรอราชสมบัติกรุงหงสาวดีแทน ไปปราบปรามเมืองเชียงใหม่และทัพเข้าประชิดกรุงศรีอยุธยาพ.ศ.2106เอาชนะอย่างง่ายได้ ให้ "พระมหิน"ครองกรุงศรีอยุธยา พระเจ้ากรุงศรีอยุธยา(พระเจ้ามหาจักรพรรดิ)และราเมศวรช้างเผือก 4 ช้าง นำกลับกรุงหงสาวดี
พระบุเรงนอง มายกทัพประชิดกรุงศรีอยุธยา พ.ศ.2112เนื่องจากกรุงศรีอยุธยาแข็งข้อ แล้งจึงตีแตกครั้งที่สอง ตั้งออกยาธรรมราชเจ้าเมืองพิษณุโลก ขึ้นครองกรุงศรีอยุธยาในฐานะเมืองประเทศราช(สมเดจพนะมหาธรรมราชา) ไปตีเลียงเชียง
เมื่อพระเจ้าบุเรงนองสวรรคต การสวรรคตของสมเด็จพระนเรวศวรยกทัพไปกรุงหงสาวดีกับตองอู และเสด็จสวรรคตที่"เมืองแหนแขวนเมืองเชียงใหม่" องค์ต่อมามีการแย่งอำนาจกันเอง ทำการเมืองสงคราม เชียงใหม่ ล้านช้าง อยุธยา พ.ศ.2278 กษัตริย์พม่าองค์หนึ่งมีเมืองใหญ่อยู่ที่กรุงอังวะ ได้เสด็จสวรรคต
ตอนที่สาม ตั้งแต่จุลศักราช 1121-1159(พ.ศ.2302-2340)
พระเจ้าอะลองมางตรายี(พระเจ้าอลองพญา)กษัตริย์พม่าราชวงศ์ มีเหตุกระกระทั่งกับกรุงศรีอยุธยาเรื่องเมืองทวายจึงยกทัพมาล้อมกรุงศรีอยุธยาแต่ทำไม่ได้ "น้ำท่วม"เลยถอยทัพ และสวรรรคต กษัตริย์พม่าองค์ต่อมาวางแผนมาตีกรุงอยุธยามีเรื่องเกิดขึ้นมาก ซึ่งมีเนมะโยสิหะปะเต๊ะ(เนเมียว สีหบดี) เป็นแม่ทัพยกไปปราบปรามบ้านเมืงเชียงใหม่ทั้ง57หัวเมือง กรุงศรีอยุธยา ผ่านเมืองตาก ระแหง ตีกลุ่มเมืองเหนือ คือ สวรรคโลก พิชัย พิษณุโลก สุโขทัย นครสวรรค์ อ่างทอง
ล้อมกรุงกรุงศรีอยุธยาทาง
ทัพใหญ่อีกทัพมีมหานรทา(มังมหานรทา) เป็นแม่ทัพยกเข้าตีทางกาญจนบุรี ไชยา ชุมพร ราชบุรี สพานบุ่ง(สุพรรณบุรี) สิหะปะเต๊ะตั้งค่ายประชิด ทำสงครามยืดเยื้อและยาวนานไม่ถอยทัพ แม้ฤดูเปลี่ยนเป็นน้ำหลาก ถึงแม่ทัพใหญ่สวรรคต สิหะปะเต๊ะก็ยังมุ่งทัพตีต่อ เมื่อถึงพ.ศ.2310
เมื่อทัพหม่าเข้าเข้ากรุงศรีอยุธยาได้แล้วพระเจ้าเอกทัศน์(เอกาทศราชา) จึงโดนกระสุนสิ้นพระชนม์ จับเจ้าฟ้าท้าวซึ่งเป็นสมณเพศ(พระเจ้าอุทุมพร) ไปอยู่อังวะ สิ้นพระชนม์ พ.ศ. 2334 ทั้งสมณเพศ
เรื่องต่อมาเป็นการรบกับหัวเมือง 57 เมือง ณ กาวิละกับด้วยพระเจ้าตากแสน(พระเจ้าตากสินมหาราช)และการยกทัพเข้ามารบในดินแดนสยาม สมัยพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกฯ ซึ่งเป็นสองรัชกาล ชาวเรา(พม่า)จึงเรื่องเมืองหลวงของสยามประเทศว่าอยุธยา
สุดท้ายเป็นศึกพม่าเข้าตีเชียงใหม่ทางเมืองไนย(เมืองนาย) พระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทขึ้นช่วยพระเจ้าพระเจ้ากาวิละ พม่าต้องเสียนายทหารคนหนึ่งสำคัญยิ่ง "อุบากอง"เป็นเชลย
โฆษณา