Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
311
•
ติดตาม
25 เม.ย. เวลา 12:19 • นิยาย เรื่องสั้น
เรื่องเล่าจากคุณตา | ตอนที่2 : ผีมาส่ง
ถ้าต้องเดินทางผ่านป่าที่เคยเป็นสถานที่ๆมีการฆาตกรรม ทางเปลี่ยว มีต้นไม้สูงร้อมลอบ ตัวคนเดียวในตอนมืดๆ มันจะน่ากลัวแค่ใหนกัน
เรื่องนี้มันเกิดขึ้นกับคุณตาของผมเอง สมัยแกยังหนุ่มแน่น ก็ไอ้ทางเกวียนที่ลอดผ่านอุโมงค์ต้นไม้ตรงโสกกระโดนนั่นแหละ
พอชาวบ้านขึ้นไปทำไร่ที่ดงใหญ่กันเยอะขึ้น ก็ช่วยกันถากถางทาง เพื่อให้ง่ายต่อการเดินทางขนของขึ้นไป ขนผลผลิตลงมา
พอนานเข้าชาวบ้านใช้เส้นทางนี้เป็นประจำก็เริ่มเป็นร่องลึก เห็นร่องรอยการสัญจรชัดเจน
ชาวบ้านใช้เส้นทางนี้เป็นเส้นทางตัดจากโสกกระโดนขึ้นไปที่ดงใหญ่ สองฝั่งของทางเกวียน มีต้นไม้สูงใหญ่ปกคลุม
มันคือทางเกวียนเล็กๆที่รอดผ่านอุโมงค์ต้นไม้หนาทึบ มีแสงรอดผ่านพอรำไรในตอนกลางวัน ตะวันคล้อยต่ำก็เริ่มมืด
ระยะอุโมงค์นี้ไม่ได้ไกลมาก แต่ก็ถือว่าไกลใช้ได้สำหรับการสัญจรในสมัยนั้น
คุณตาผมใช้เส้นทางนี้ในการสัญจร อยู่เป็นประจำ เดินเท้าบ้าง หรือบางครั้งก็ใช้เกวียนขนของ ขนพวกถังน้ำเครื่องครัวขึ้นไปที่ไร่ หรือบางครั้งก็คนเอาผลผลิตพวกฝ้ายพวกปอนั่นแหละลงมาที่นาของแกเอง
พูดถึงโสกกระโดนนี่ขึ้นชื่อเรื่องผีดุอยู่แล้วตั้งแต่ใหนแต่ไร กลางวันก็ไม่มีใครเอาวัวควายไปเลี้ยง อย่างมากก็แค่เฉียดๆมันเป็นป่าโคกบรรยากาศอึมครึม พื้นที่สูงต่ำร่องน้ำลึกสลับกัน บางจุดบางมุมก็เป็นพื้นที่อับสายตา
ไม่ค่อยมีใครอยากผ่านนักหรอก บางครั้งก็เห็นรอยไฟไหม้กองไม้ปนกับกระดูกขาวโพน บางครั้งก็เห็นร่างคนโดนไฟเผาไม่หมดเหลือครึ่งท่อน
บางครั้งร่างของใครก็ไม่รู้โดนแขวนไว้อยู่กิ่งไม้ ขาโดนหมาจิ้งจอกแทะไปแล้วเหลือแต่กระดูก
แต่บางคนมันก็เลี่ยงที่จะผ่านไม่ได้ มันเป็นทางขึ้นไปในดงใหญ่ที่คุณตาของผมทำไร่ไว้
คุณตาเล่าให้ฟังว่า มันเป็นวันธรรมดาวันนึง แกตื่นเช้าอย่างทุกวัน แต่วันนี้แกใช้ควายเทียมเกวียนสองตัว
ขนถังน้ำขึ้นไปที่ไร่หลายถังเนื่องจากน้ำดื่มมันจะหมดแล้ว พอถึงที่ไร่แกก็เอาควายไปปล่อยให้มันกินหญ้าตามประสามัน ส่วนแกก็ทำงานในไร่
งานของแกคือถอนหญ้าออกจากถั่วลิสงที่แกปลูกไว้ งานมันจนจะเสร็จแล้วแหละ แกก็เร่งให้มันเสร็จภายในวันนี้วันหลังจะได้ไปทำอย่างอื่น
แกก็เร่งมืออย่างเต็มที่แกว่า กว่าจะเสร็จก็มองเห็นพระอาทิตย์อยู่ตรงยอดไม้แล้ว แสงส้มของผีตากผ้าอ้อมปกคลุมทั่วท้องฟ้าทางด้านทิศตะวันตก
แกวางมือจากงานในไร่ รีบเอาน้ำสองตัวกินเอามันมาเทียมเกวียน เก็บเครื่องไม้เครื่องมือทำไร่เรียบร้อย แกก็ขึ้นนั่งบนเกวียนแล้วเดินทางออกจากไร่ช้าๆ
พระอาทิตย์ก็หายไปตรงราวป่าแล้ว
อีอ้วนกับอีสาว ควายสองตัวแม่ลูกพาเกวียนและคุณตาของผมเดินลัดเลาะมาเรื่อยๆ
เสียงนกกู่เรียกกันกลับรัง ดังระงมไปทั่ว
ตอนนี้ฟ้ามืดแล้ว ควายแม่ลูก ก็ยังเดินอ้อยอิ่ง
จนมาถึงเขตพื้นที่ที่เรียกว่าโสกกระโดน แต่พอกำลังจะเข้าอุโมงค์ต้นไม้ ควายสองตัวก็หยุดเดินมีอาการฟึดฟัดอย่างเห็นได้ชัด
ควายสองตัวนี้ถูกฝึกมาอย่างดี ทั้งเทียมเกวียนไถนาไถ่ไร่ งานหนักแค่ไหน ไม่เคยขัดขืน
แต่วันนี้อาการของมันคือ
หยุดยืนสะบัดหัวไปมาพ้นลมหายใจ มีทีท่าว่าจะไม่ยอมเดินเข้าไปในทางเกวียนตรงอุโมงค์ต้นไม้นั้น
ฮึ่ยๆ
แกไล่ควายเบาๆ
เอาไม่ที่ถือ เคาะหลังไปสองที มันถึงยอมเดินเข้าไป
มันพยายามออกนอกเส้นทางต้องคอยดึงเชือกไว้บางครั้งมันก็หยุดเหมือนจะหันหลังกลับ
คุณตาจะผ่านทางเส้นนี้เป็นประจำเวลาลงจากไร่ แต่ก็ไม่เคยมีครั้งไหนที่มืดขนาดนี้ พอมาเจอบรรยากาศช่วงนี้มันมืดทะมึนอย่างน่ากลัวแบบบอกไม่ถูก
ลมเย็นๆพัดมา ปนเสียงแมลงกลางคืน เสียงหมาจิ้งจอกมันเห่าหอนมาแต่ไกล
ควายสองตัว ก็มีทีท่าว่าจะจะตื่นกลัวอยู่ตลอด เดินๆหยุดๆ
เดินมาสักพัก มีอะไรก็ไม่รู้ มันวิ่งอยู่รอบๆ ในป่าข้างทางที่เกวียนผ่าน บางครั้งก็เสียงเหมือนตัวอะไรกระโดดอยู่บนกิ่งไม้
ฮึ่ยๆๆ
แกพูดพร้อมกับเอาไม้ในมือตีลังควายสองตัวเบาเบาเพื่อให้มันเดินเร็วขึ้น
ในใจก็คิดกลัว แล้วก็พูดกับตัวเองว่า “บรรยากาศอย่างนี้นะ ถ้าโดนผีหลอกขึ้นมาจะทำยังไง”
คิดในใจแล้วก็ขนลุก เสียงวิ่งในป่าก็ยังดังมาเป็นระยะ เกวียนของแกเข้ามาในอุโมงค์ต้นไม้ได้สักพักนึงแล้ว ทางที่เป็นทรายทำให้ควายเดินได้ไม่เร็วมากนัก
สมองแกก็จินตนาการไปต่างๆนานา ถ้ามีตัวอะไรวิ่งออกมาจากราวป่าแกจะทำยังไงดี ควายมันก็เดินๆหยุดๆ เผื่อมีตัวอะไรกระโดดขึ้นเกวียนมาด้วย แกจะยังนั่งอยู่หรือกระโดดลงไปวิ่ง
เฮ้ยยย แกดุควายเสียงดัง ขณะที่มันพยายามจะหันหน้ากลับ
อีกนัยนึงแกพยายามเอาเสียงดังเข้ากลุ่มความกลัวที่มีอยู่ในใจ
เสียงตะโกนของใจดังลั่นป่านั่นก็พอจะทำให้สรรพสิ่งรอบข้างเงียบไปได้สักพัก ควายที่เคยดื้อก็เดินต่อไป
พอได้ตะโกนออกไปแกก็โล่งใจ แกว่าอย่างนั้น
แต่เดินไปได้ไม่เท่าไหร่ เสียงเหมือนตัวอะไรก็ไม่รู้ วิ่งอยู่บนกิ่งไม้ แกตกใจขนลุกซู่ ทันใดนั้นเอง
ตุ๊บ..
แกสะดุ้ง
เสียงอะไรไม่รู้ตกใส่เกวียนแกเสียงดัง ยังไม่ทันที่แกจะได้ไปมอง เสียงเหมือนวัตถุกลมๆกลิ้งอยู่บนเกวียนเปล่าของแก แล้วก็ชนเข้ากับขอบด้านหน้าอย่างจัง
ปัง เสียงดังฟังชัด ที่นั่งแกสั่นตามแรงกระแทก
ปั้ง….ครืดด ปั้ง…ครืดด
เสียงมันดังสลับกันอยู่อย่างนั้น
ส่วนควายเทียมเกวียนสองตัวที่อิดออดไม่อยากเดินในตอนแรก มันออกวิ่งแต่เสียงปังครั้งแรกแล้ว เล่นเอาแกแทบหงายหลัง
แกว่ายังไม่ทันได้หันไปมองหรอกว่าอะไรเป็นอะไร แต่ทุกครั้งที่เสียงวัตถุเจ้ากรรมนั้นมันกระแทกเกวียน ควายสองตัวแม่ลูกก็ยิ่งจ้ำเข้าไปอีก
มือแกจับเชือกพยายามดึงให้ควายมันวิ่งช้าลง
ยอๆๆๆ
แกสั่งให้มันให้ค่อยๆช้าลง
เอาไม่อยู่แล้วตอนนีสองตัววิ่งด้วยความเร็วที่สุดเท่าที่มันจะวิ่งได้
เสียงไอ้วัตถุปริศนานั้นก็ยังกระแทกเกวียนอยู่ไม่หยุด
ปั้ง…ครืดดด..ปั้งครืดด
ปนกับเสียงหัวเราะดังมาจากราวป่าสองข้างทาง
คราวนี้ขนมีในตัวกี่เส้นลุกตั้งหมด ใจแกเต้นตุ๊มๆ เหมือนพระตีกลอง
มือหนึ่งดึงเชือกปากก็ตะโกนให้ควายหยุดวิ่ง
ยอๆๆๆ
แต่ยิ่งดึงยิ่งตะโกนมันก็ยิ่งวิ่ง
เสียงวัตถุปริศนากระแทกกับเกวียนดัง ปั้งๆ พร้อมเสียงหัวเราะแหลมเล็กดังมาจากราวป่า ยิ่งกระตุ้นให้ควายมันวิ่งไม่หยุด แกกระเด็นกระดอนก้นกระแทกเกวียนไปจลอดทาง
ควายสองตัวมันวิ่งมาจนถึงใกล้ทางออก มันก็จะชะลอฝีเท้าลง ครืดๆ สิ่งนั้นยังดังอยู่มันเหมือนอะไรกลิ้งไปกลิ้งมาบนหลังเกวียน จังหวะที่เริ่มคุมความเร็วของเกวียนได้แล้ว เสียงกระแทกก็เบาลง
แกลังเลใจอยู่สักครู่ ก่อนหันหน้าไปมองด้านหลัง สิ่งที่เห็นในเกวียน
คือวัสดุบางอย่างทรงกลม สีขาว กำลังกลิ้งหลุนๆอยู่ในเกวียน
แกมองตาค้าง
วัตถุสีขาวนั้นกลิ้งซ้ายที ขวาที หน้าที หลังที ราวกับมันกลิ้งเองตามใจ ไม่ได้ตามจังหวะเกวียน
แกอึ้งสักพัก
จังหวะนึง วัตถุนั่นมันกลิ้งพลิกมาอีกด้าน
ภาพที่เห็นชัดตรงหน้า
คือ
หัวกะโหลกคน!
สีมันขาวนวล ตาลึกโหล ยิงฟันยิ้มให้แก ทั้งที่ฟันทั้งปากมีอยู่สองซี่
มันหัวเราะเสียงแหลมดัง
ก่อนที่มันจะกลิ้งเข้าซัดกับคอกเกวียน
เสียงดัง ปั้ง อีกครั้ง
“เฮ้ยยย ผีหลอกกก”แกตะโกนน
หัวนั่นมันกระโดด ไม่สิ มันกระเด้งลงไปด้านหลัง แล้วกลิ้งหายเข้าไปในราวป่า
ควายสองตัวก็วิ่งสุดแรงของมันอีกครั้ง
“กูมาส่งเฉยๆ
เห็นมึงกลัว
ฮ่าๆๆๆๆๆๆ“
เสียงมันพูดไล่หลังมา
“โอ้ยผีหลอกกโว้ย” แกตะโกนอีก
ในป่ายังมีเสียงหัวเราะดังไล่หลัง
”ดีแค่ไหนแล้ว ที่โดนแค่กูหลอก พวกในป่านั้นน่ะ มันไม่ได้ จะหลอกมึงอย่างเดียวนะ ฮ่าๆๆๆๆๆ“
เสียงนั้นเบาเหมือนกระซิบ มันเหมือนลอยมาตามลมแต่ดังก้องอยู่ในหูชัด
จากวันนั้นแกก็ยังต้องผ่านเส้นทางนั้นอยู่ตลอด
แต่ก็รีบกลับจากไร่ก่อนฟ้ามืด
เพราะในใจกลัวว่าเดี๋ยวมีอะไรตามมาส่งอีก..
ภาพที่เห็น
เสียงที่ได้ยิน มันยังชัดเจนอยู่
แต่ก็นั่นแหละ
กลัวไม่กลัวมันก็ต้องไป
ปากท้องลูกเมียมันสำคัญกว่า
เรื่องลี้ลับ
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย