26 เม.ย. เวลา 22:17 • ประวัติศาสตร์

บทเพลงพระราชนิพนธ์ “มหาจุฬาลงกรณ์”

บทเพลงพระราชนิพนธ์ "มหาจุฬาลงกรณ์" ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช พร้อมประวัติความเป็นมาของบทเพลง...
เหตุที่ขาวจุฬาฯ จะยืนตรงเมื่อมีการร้องหรือบรรเลงเพลง มหาจุฬาฯลงกรณ์
"มหาจุฬาลงกรณ์" (2492)
ทำนอง : พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชฯ
คำร้อง : ท่านผ้หญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา และ นายสุภร ผลชีวิน
น้ำใจน้องพี่สีชมพู
ทุกคนไม่รู้ลืมบูชาพระคุณของแหล่งเรียนมา
จุฬาลงกรณ์
ขอทูนขอเทิดพระนามไท
พระคุณแนบไว้นิรันดรขอองค์พระเอื้ออาทร
หลั่งพรคุ้มครอง
นิสิตพร้อมหน้า
สัญญาประคองความดีทุกอย่างต่างปอง
ผยองพระเกียรติเกริกไกร
ขอตราพระเกี้ยวยั้งยืนยง
นิสิตประสงค์เป็นธงชัยถาวรยศอยู่คู่ไทย
เชิดชัย ชโย
ข้อมูลเพลง :
ศาสตราจารย์ ม.ร.ว.สุมนชาติ สวัสดิกุล ซึ่งปฏิบัติหน้าที่พระอาจารย์ ถวายการสอนภาษาไทย แด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้เคยเล่าให้นิสิตอักษรศาสตร์ฟังเมื่อปี พ.ศ. 2494 ว่า …
.. เมื่อวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินไปทรงศึกษาต่อ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2489 มีเพียงมหาวิทยาลัยเดียวที่ไปส่งเสด็จ ซึ่งก็คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นิสิตเกือบทุกคนที่มีอยู่ตอนนั้นประมาณ 2,500 คนต่างพร้อมใจไปส่งเสด็จ พร้อมทั้งถวายโล่ตราพระเกี้ยว และกระเช้าดอกไม้
… ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงกลัดเข็มพระเกี้ยวเล็กๆไว้ที่ฉลองพระองค์ด้วย ยังความปลื้มปิติให้แก่ชาวจุฬาฯ ทุกคน
โล่พระเกี้ยวที่ชาวจุฬาฯ ถวายให้ในวันนั้น ได้ตั้งอยู่บนโต๊ะทรงพระอักษรตลอดเวลา .. ต่อมาวันหนึ่งในปี พ.ศ. 2492 หลังจากเสด็จออกจากห้องทรงพระอักษรและทรงเล่นเปียนโน เพื่อผ่อนคลายพระอิริยาบถ ได้มีรับสั่งกับ ม.ร.ว. สุมนชาติว่า การเรียนหนังสือไม่สนุกเลย คนที่เรียนหนังสืออยู่เมืองไทยจะรู้สึกแบบนี้ไหม
.. ม.ร.ว. สุมนชาติได้กราบบังคมทูลว่า หากทรงมีพระมหากรุณาธิคุณกับคนที่เรียนหนังสือที่เมืองไทย ก็ขอพระราชทานเพลงให้แก่พวกเขาเหล่านั้น พระองค์ท่านไม่ทรงรับสั่งใดๆ เลย
หลังจากนั้นไม่เกิน 5 วัน ม.ร.ว. สุมนชาติ ได้รับพระราชทานกระดาษ 3 แผ่น ซึ่งเป็นโน้ตเพลง มหาจุฬาลงกรณ์ และทรงรับสั่งแต่เพียงสั้นๆ ว่า "ที่ขอมานั้น ได้แต่งให้แล้ว"
ม.ร.ว. สุมนชาติ ได้อัญเชิญโน้ตเพลงมหาจุฬาลงกรณ์กลับมายังประเทศไทย และได้ขอให้ ท่านผู้หญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา และคุณสุภร ผลชีวิน ผู้เป็นน้องชาย ซึ่งทั้งคู่ต่างก็เป็นนิสิตเก่าจุฬาฯ เป็นผู้ประพันธ์เนื้อร้อง โดยมีคุณพระเจนดุริยางค์เล่นเปียโน และมีผู้ร้องด้วยเนื้อร้องที่ท่านผู้หญิง และคุณสุภร ผลชีวินแต่งขึ้น
.. เมื่อได้มีการแก้ไขปรับปรุงจนเนื้อร้องกลมกลืนกับโน้ตดนตรีพระราชทานดีแล้ว จึงนำทูลเกล้า ขอพระบรมราชวินิจฉัย ต่อมาได้พระราชทานให้แก่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพราะฉะนั้น บทเพลงพระราชนิพนธ์ มหาจุฬาลงกรณ์ จึงเปรียบเสมือนสายสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งระหว่างองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับชาวจุฬาฯ อย่างหาที่เปรียบมิได้
เพลงมหาจุฬาลงกรณ์ สำหรับชาวจุฬาฯ ทุกคน เปรียบได้ดั่งเพลงสรรเสริญพระบารมี คือ ยึดถือว่าการร้องหรือบรรเลงเพลงมหาจุฬาลงกรณ์อย่างเป็นทางการ ต้องปฏิบัติเช่นเดียวกับการร้องหรือบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี นั่นคือการยืนถวายความเคารพ
..โดยชาวจุฬาฯ ได้ขอให้ท่านศาสตราจารย์ ม.ร.ว. สุมนชาติ สวัสดิกุล กราบบังคมทูลขอพระบรมราชานุญาต ในครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นประธานในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ ธรรมศาสตร์ ในปี พ.ศ. 2493
ดังนั้นในวันแข่งขันฟุตบอลประเพณี เมื่อบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีจบแล้ว ทั้ง 2 พระองค์ยังคงประทับยืน ขณะที่กองเชียร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และคนดูทั่วไปนั่งลง … แต่กองเชียร์จุฬาฯ และนิสิตเก่าที่เข้าชมการแข่งขันยังยืนถวายความเคารพ
ชาวจุฬาฯ ได้ร้องเพลงมหาจุฬาลงกรณ์ถวาย เมื่อเพลงจบ จึงได้ประทับนั่ง ซึ่งมีความหมายว่าได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตทางอ้อมให้ชาวจุฬาฯ ยึดถือเป็นเพลงสรรเสริญพระบารมีสำหรับชาวจุฬาฯ
ด้วยเหตุนี้ เมื่อใดก็ตามที่มีการบรรเลงหรือการขับร้องเพลงมหาจุฬาลงกรณ์อย่างเป็นทางการ เมื่อนั้นชาวจุฬาฯทุกคนจักต้องยืนตรงถวายความเคารพ
บทเพลงมหาจุฬาลงกรณ์จะถูกนำมาบรรเลง หรือขับร้องในงานสำคัญๆ ต่างๆ ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเท่านั้น เหตุเพราะเป็นเพลงที่ศักดิ์สิทธิ์ และเป็นเพลงที่ชาวจุฬาฯ ยึดถือและเคารพเหนือหัว จึงจะนำมาขับร้องเล่นมิได้
โอกาสสำคัญที่มีการบรรเลงเพลงมหาจุฬาลงกรณ์ ซึ่งอย่างน้อยผู้ที่เข้ามาศึกษาในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะได้รับฟังถึงสองครั้ง นั่นคือ ในงานปฐมนิเทศนิสิตใหม่ และในงานพระราชทานปริญญาบัตร ที่ขับร้องโดยชมรมนักร้องประสานเสียง สโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ CU Chorus ที่ได้รับการเรียบเรียงเป็นเสียงประสานโดย น.ต. ปิยะพันธ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ร.น. นอกจากนี้ในโอกาสงานสำคัญต่างๆ ที่จัดขึ้นโดยชาวจุฬาฯ อย่างเป็นทางการอื่นๆ จักต้องบรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์บทนี้เช่นเดียวกัน
Source : N/A
โฆษณา