28 เม.ย. เวลา 13:59 • นิยาย เรื่องสั้น

📖 ตอนที่ 3: กระจกเงาที่ไม่ได้ส่องหน้า

เสียง แกร๊ก! ของแม่กุญแจขึ้นสนิมที่ลั่นปิดเองดังก้องอยู่ในโสตประสาทของอคิน เขารีบหันขวับกลับไป กระชากประตูรั้วเหล็กดัดอย่างแรงจนฝุ่นสนิมบาดฝ่ามือ เลือดสีแดงฉานซึมออกมาผสมกับความชื้นของหมอก แต่ไม่ว่าเขาจะออกแรงดึงหรือกระแทกมันแค่ไหน ประตูก็ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่นิดเดียว ราวกับมันถูกหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน
กลิ่นคาวเลือดจากซากสุนัขไร้หนังที่แทบเท้าลอยคละคลุ้งจนน่าสะอิดสะเอียน รอยสลักเลข "2" บนหัวของมันยังคงมีเลือดซึมออกมาเป็นจังหวะเหมือนมันยังมีชีวิต อคินถอยร่นหลังชนกับเสาไม้ของระเบียงบ้าน เขาเงยหน้าขึ้นมองไปยังชั้นสองอีกครั้ง... ว่างเปล่า ร่างของคนที่หน้าตาเหมือนเขาหายไปแล้ว เหลือเพียงหน้าต่างบานเกล็ดที่เปิดอ้าและผ้าม่านสีหม่นที่ปลิวไสวไปตามลมหนาว
“แอ๊ดดดดดดด...”
เสียงบานประตูไม้สักหน้าบ้านค่อย ๆ แง้มเปิดออกเองอย่างเชื่องช้า เสียงบานพับฝืดเคืองเสียดสีกันดังกีดลากยาว ราวกับมีใครบางคนกำลังเชื้อเชิญให้เขาเข้าไปข้างใน อคินกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ มือขวาของเขากำสมุดปกหนังไว้แน่นจนข้อขาว เขาเปิดมันออกดู หน้ากระดาษที่เคยว่างเปล่าในตอนแรก บัดนี้ปรากฏตัวอักษรสีดำที่เขียนด้วยลายมือตวัดๆ คล้ายคนกำลังตื่นตระหนก: "จงอย่าละสายตาจากเงาของตัวเอง เพราะเมื่อไหร่ที่นายเผลอ มันจะสวมรอยเป็นนายทันที"
เขาเก็บสมุดลงเป้ ล้วงไฟแช็กเก่าๆ ที่ติดกระเป๋ามาจุดไฟ แสงริบหรี่สีส้มส่องให้เห็นฝุ่นผงที่ลอยคว้างอยู่ในอากาศ อคินก้าวเท้าข้ามธรณีประตูเข้าไปในตัวบ้าน ความรู้สึกแรกที่ปะทะผิวคือความเย็นที่ผิดธรรมชาติ มันไม่ใช่ความเย็นของอากาศ แต่มันคือความเย็นที่แผ่ออกมาจากกำแพงไม้ เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นในห้องรับแขกถูกคลุมด้วยผ้าดิบสีขาวที่เต็มไปด้วยคราบสีน้ำตาลเข้มวงใหญ่
ติ๊ก... ติ๊ก... ติ๊ก...
เสียงนาฬิกาลูกตุ้มโบราณที่มุมห้องยังคงเดินอยู่ แต่มันเข็มวินาทีของมันกำลังเดินถอยหลัง อคินกวาดสายตาไปรอบๆ บนผนังมีกรอบรูปครอบครัวแขวนอยู่เรียงราย เขาเดินเข้าไปดูใกล้ๆ และต้องเบิกตากว้าง... รูปถ่ายทุกใบ ไม่ว่าจะเป็นรูปเดี่ยวหรือรูปหมู่ ใบหน้าของคนในรูปถูกของมีคมกรีดจนขาดวิ่นและขูดขีดจนจำไม่ได้ว่าเป็นใคร ยกเว้นรูปเดียว... รูปเด็กผู้ชายวัยสิบขวบที่กำลังยืนหน้าบึ้งตึง ซึ่งใบหน้านั้นคืออคินในวัยเด็ก!
"นี่มันบ้านเราจริงๆ เหรอวะ..." เขาพึมพำกับตัวเอง ความทรงจำที่ขาดหายไปทำปฏิกิริยากับความกลัวในจิตใจ เขาจำต้องเดินขึ้นบันไดไม้เพื่อไปสำรวจชั้นสอง เป้าหมายคือห้องที่มีระเบียงตรงนั้น
บันไดมีทั้งหมด 13 ขั้น ทุกครั้งที่เขาก้าวเหยียบ ไม้กระดานจะส่งเสียงครวญครางเหมือนเสียงคนร้องไห้ เมื่อถึงชั้นบน ทางเดินแคบๆ ทอดยาวไปยังห้องท้ายสุด ประตูห้องนั้นแง้มอยู่ อคินสูดลมหายใจลึก ผลักประตูเข้าไป
ภายในห้องนั้นอบอวลไปด้วยกลิ่นการบูรและดอกมะลิแห้งๆ เตียงไม้สี่เสาตั้งอยู่กลางห้อง แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของเขากลับเป็น "ตู้กระจกบานใหญ่" แบบโบราณที่ตั้งอยู่มุมห้อง กระจกบานนั้นมีรอยร้าวเป็นทางยาวพาดผ่านตรงกลาง แสงจันทร์สาดส่องเข้ามากระทบผิวกระจก
อคินเดินเข้าไปใกล้เพื่อสำรวจตัวเองในกระจก สภาพของเขาดูอิดโรย ดวงตาแดงก่ำ เขาถอนหายใจและยกมือขวาขึ้นเสยผมที่ปรกหน้า...
แต่แล้ว หัวใจของเขาก็กระตุกวูบจนแทบหยุดเต้น!
ภาพสะท้อนในกระจกไม่ได้ยกมือขึ้นตามเขา! ร่างในกระจกยังคงยืนนิ่ง มือสองข้างแนบลำตัว ดวงตาของมันที่เคยเลื่อนลอยกลับค่อยๆ เบิกกว้างขึ้น และริมฝีปากของมันก็แสยะยิ้มกว้าง... กว้างจนมุมปากฉีกถึงโหนกแก้ม เลือดสีดำไหลทะลักออกมาจากรอยฉีกนั้น
"นายกลับมาช้าไปนะ..." เสียงนั้นไม่ได้ดังมาจากในกระจก แต่มันดังก้องอยู่ในหัวของอคินโดยตรง ร่างในกระจกค่อยๆ เอียงคอจนได้ยินเสียงกระดูกลั่น กร๊อบ! "จำไม่ได้จริงๆ เหรอ... ว่านายซ่อน 'มัน' ไว้ที่ไหน?"
อคินพยายามจะวิ่งหนี แต่ขาทั้งสองข้างกลับแข็งทื่อเหมือนถูกตรึงด้วยตะปู ร่างสะท้อนในกระจกยกมือข้างซ้ายขึ้นมาช้าๆ นิ้วชี้ที่ยาวเรียวผิดปกติชี้ลงไปที่พื้นไม้กระดานตรงหน้าตู้กระจก
รอยแผลเป็นเลข "2" บนแขนของอคินเริ่มแสบร้อนขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้มันลามไปถึงหัวไหล่ แสงสีแดงวาบขึ้นพร้อมกับรอยสลักเลข "3" ที่กำลังถูกกรีดลงบนผิวหนังลึกจนเลือดซึม เขาจำต้องทำตามคำสั่ง เขาคุกเข่าลง ใช้มือที่สั่นเทางัดแผ่นไม้กระดานที่เผยออยู่ตรงหน้ากระจกออก
ข้างใต้พื้นไม้นั้นเต็มไปด้วยใยแมงมุมและเศษดิน แต่มีกล่องไม้เล็กๆ ใบหนึ่งซ่อนอยู่ อคินหยิบมันขึ้นมาปัดฝุ่น เปิดฝากล่องออก... ภายในนั้นไม่ได้มีของมีค่า มันคือ "ฟันมนุษย์" นับสิบซี่ที่เปื้อนเลือดแห้งกรัง และสมุดบันทึกเล่มเล็กๆ ที่หน้าปกเขียนชื่อ 'อคิน' ด้วยลายมือของเขาเอง
ทันทีที่เขาหยิบสมุดเล่มเล็กขึ้นมา ร่างในกระจกก็พุ่งตัวเข้ามาแนบชิดติดบานกระจกจากด้านใน! มือทั้งสองข้างของมันทุบกระจกอย่างบ้าคลั่ง ปัง! ปัง! ปัง! รอยร้าวบนกระจกขยายวงกว้างออกไป
"เอาคืนมา! นั่นมันความทรงจำของฉัน!!" เสียงกรีดร้องดังทะลุออกมาจากกระจก
เพล้ง!!!
กระจกแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ชิ้นส่วนกระจกพุ่งเฉือนพวงแก้มของอคินจนเลือดซิบ แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือ... มือซีดเซียวหลายสิบข้างพุ่งพรวดออกมาจากความมืดหลังบานกระจก พวกมันคว้าหมับเข้าที่คอเสื้อและแขนของอคิน พยายามจะกระชากเขาเข้าไปในความมืดมิดไร้ก้นบึ้งนั้น!
อคินดิ้นรนสุดชีวิต เขาถีบตัวเข้ากับขอบตู้และกระชากตัวเองหลุดออกมาได้หวุดหวิด ร่างของเขากลิ้ง ไปชนกับเตียงนอน เขารีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นและวิ่งเตลิดออกจากห้องนั้น พุ่งตัวลงบันไดมาที่ชั้นล่างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด หัวใจเต้นแรงจนแทบจะระเบิดออกมาจากอก
เขายืนหอบหายใจอย่างหนักหน่วงกลางห้องรับแขก เลือดจากแก้มหยดลงบนพื้นไม้... เขารอดมาได้ รอยสลักเลข "3" บนไหล่หยุดแสบร้อนแล้ว เขาล้วงมือลงไปในกระเป๋า สมุดบันทึกเล่มเล็กที่มีฟันมนุษย์ซ่อนอยู่ยังคงอยู่ในมือเขา นี่คือเบาะแสสำคัญที่เขาต้องอ่านมัน
แต่ก่อนที่เขาจะทันได้เปิดมันออกอ่าน...
กริ๊งงงงงงง! กริ๊งงงงงงง!
เสียงโทรศัพท์บ้านแบบหมุนโบราณที่ตั้งอยู่บนโต๊ะมุมห้องแผดเสียงร้องดังลั่น อคินสะดุ้งสุดตัว เขามองไปที่โทรศัพท์เครื่องนั้น... สายโทรศัพท์ของมันถูกตัดขาดกระจุยไปนานแล้ว ไม่มีทางที่มันจะดังได้!
เขาค่อยๆ เดินเข้าไปหามัน มือที่สั่นเทาเอื้อมไปยกหูโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหู...
"ฮัลโหล..." เสียงของเขาแหบพร่า
ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนจะมีเสียงกระซิบที่คุ้นหูตอบกลับมา มันคือเสียงของตัวเขาเองที่สั่นเครือและเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
"อคิน... ฟังนะ อย่าเพิ่งเปิดประตูห้องใต้ดินเด็ดขาด... สิ่งที่นายขังไว้ในนั้น... มันกำลังหิวจัด..."
อคินชะงัก ลมหายใจสะดุด เขาค่อยๆ ลดหูโทรศัพท์ลง... บ้านทรงไทยหลังนี้ ยกพื้นสูงใต้ถุนโล่ง... มันไม่มีห้องใต้ดิน! แต่ทันใดนั้นเอง พื้นไม้ใต้ฝ่าเท้าของเขาก็เริ่มอ่อนนุ่มลงราวกับกลายเป็นดินโคลน เขาค่อยๆ ก้มหน้าลงมอง... พื้นไม้กระดานได้แปรสภาพกลายเป็นตะแกรงเหล็กขึ้นสนิม และภายใต้ช่องว่างของตะแกรงเหล็กนั้น มีดวงตาสีเหลืองขุ่นมัวนับสิบดวงท่ามกลางความมืดมิด... กำลังจ้องมองจ้องตรงขึ้นมาที่เขา!
โฆษณา