วันนี้ เวลา 01:00 • ข่าวรอบโลก

มหาสมุทรอินเดียร้อนจัด กระทบสัตว์เศรษฐกิจหลายชนิด อนาคตคงเหลือแต่ทะเลที่ว่างเปล่า

หน่วยงานเฝ้าระวังด้านมหาสมุทรของอินเดียได้ออกมาเตือนว่า อุณหภูมิของน้ำทะเลในมหาสมุทรอินเดียที่เพิ่มสูงขึ้นนั้นอยู่ในระดับอันตราย
ส่งผลให้การประมง แนวปะการัง และสิ่งมีชีวิตในทะเลตกอยู่ในความเสี่ยงอย่างรุนแรง
และแน่นอนว่า นี่เป็นอีกผลพวงจากภาวะโลกร้อนที่มนุษย์เป็นผู้ก่อ
ตามรายงานของหน่วยงานเฝ้าระวังฯ ชี้แจ้งว่า เมื่อวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา น่านน้ำหลายแห่งมีอุณหภูมิสูงในระดับอันตราย
1
ทะเลแดงและอ่าวเปอร์เซียได้รับผลกระทบในพื้นที่ประมาณ 9 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่มหาสมุทรอินเดียตอนใต้ได้รับผลกระทบประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ และทะเลจีนใต้ได้รับผลกระทบประมาณ 7 เปอร์เซ็นต์
อุณหภูมิผิวน้ำทะเลที่สูงเกินเกณฑ์เปอร์เซ็นไทล์ที่ 90 เป็นระดับที่บ่งชี้ถึงความเสียหายทางนิเวศวิทยาครั้งใหญ่
หมายความว่าความเสียหายดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเครียดต่อแนวปะการัง นำไปสู่การฟอกขาว การเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมประมงสัตว์น้ำในทะเลเปิด การลดลงของผลผลิต และการเปลี่ยนแปลงพลวัตของแพลงก์ตอน
นอกจากพื้นที่ที่กล่าวไปแล้ว อ่าวเบงกอลและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเผชิญชะตากรรมไม่ต่างกัน
นักวิทยาศาสตร์เตือนว่าเหตุการณ์คลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ตามแนวชายฝั่งของเวียดนาม ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย กำลังเพิ่มแรงกดดันต่อปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวที่มีอยู่แล้วในหนึ่งในภูมิภาคทางทะเลที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดในโลก
ในมหาสมุทรอินเดียตอนใต้ โดยเฉพาะทางใต้ของมาดากัสการ์ มอริเชียส และเซเชลส์ ประมาณ 4 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทางทะเลอยู่ภายใต้สภาวะเตือนภัยและเฝ้าระวังขั้นสูง
ก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อเส้นทางการอพยพของปลาทูน่า ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงทางอาหารและวิถีชีวิตของผู้คนนับล้าน
หรือกล่าวได้ว่า เหตุการณ์นี้สะเทือนเสาหลักของเศรษฐกิจโลก และความมั่นคงทางอาหารของผู้คนนับล้าน
อุตสาหกรรมทูน่ามีมูลค่าราว 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเป็นหนึ่งในอาหารทะเลที่ถูกบริโภคมากที่สุด
เฉพาะในมหาสมุทรอินเดียเพียงแห่งเดียว การจับปลาทูน่าคิดเป็นประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ ของปริมาณทูน่าทั่วโลก และมีมูลค่าการขึ้นท่าประมาณ 2,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี
ทูน่าเป็นปลาที่อ่อนไหวต่ออุณหภูมิน้ำเป็นพิเศษ เมื่อทะเลอุ่นขึ้น ไม่เพียงแต่ทำให้จำนวนลดลง แต่ยังไปสู่การอพยพหนีไปหาน้ำที่เย็นกว่า
คนตัวเล็กตัวน้อย อย่างชาวประมงพื้นบ้านคือกลุ่มแรกที่ได้รับผลกระทบก่อน
พื้นที่ประมงเดิมอาจกลายเป็นทะเลว่างเปล่า เพราะปลาย้ายไปเขตใหม่ บางครั้งต้องออกไปไกลถึงน่านน้ำสากล
รายได้ของประเทศชายฝั่งจะหายไป มีตัวอย่างชัดจากประเทศหมู่เกาะในแปซิฟิกที่รายได้จากใบอนุญาตจับปลาทูน่าคิดเป็นสัดส่วนสูงมากของงบประมาณรัฐ และกำลังลดลงเมื่อปลาย้ายถิ่น
อาจคิดเลยเถิดได้ถึง ข้อตกลงการจับปลาที่เคยใช้ได้จะกลายเป็นโมฆะ เพราะปลาไม่ได้อยู่ในพื้นที่เดิมอีกต่อไป
รวมไปถึงนำพาให้เกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศ เพราะทูน่าเป็นทรัพยากรที่มีมูลค่าสูง เมื่อมันย้ายที่ประเทศต่างๆ จะเริ่มแย่งสิทธิในการเข้าถึง
1
นอกจากปลาทูน่าแล้ว มหาสมุทรอินเดียยังมี ‘สัตว์เศรษฐกิจ’ อีกหลายชนิดที่หล่อเลี้ยงทั้งอาหาร รายได้ และอุตสาหกรรมระดับโลก ที่อาจได้รับความเสี่ยงจากอุณหภูมิทะเลที่เปลี่ยนไปเช่นกัน
อาทิ ปลาซาร์ดีน และปลาแมคเคอเรล ที่เป็นอาหารหลักของคนจำนวนมาก โดยเฉพาะในเอเชียใต้และแอฟริกา เป็นโปรตีนราคาถูกที่เข้าถึงง่าย แต่ก็อ่อนไหวต่ออุณหภูมิและแพลงก์ตอนเหมือนกัน ถ้าฐานอาหารเปลี่ยน จำนวนก็ลดลงทันที
กลุ่มสัตว์หน้าดินอย่าง กุ้งทะเล และ ปูทะเล เป็นสินค้าส่งออกสำคัญของหลายประเทศในมหาสมุทรอินเดีย แต่เสี่ยงจากน้ำอุ่นและคุณภาพน้ำที่เปลี่ยน โดยเฉพาะออกซิเจนในน้ำที่ลดลง
และอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน
หากสถานการณ์ด้านอุณหภูมิยังวนเวียนซ้ำทุกปีๆ
ภาพอนาคตคงเหลือแต่ท้องทะเลอันแสนว่างเปล่า
อ้างอิง
Indian Ocean heats up to dangerous levels, putting fish, reefs and livelihoods at risk, warns watchdog https://www.downtoearth.org.in/wildlife-biodiversity/indian-ocean-heats-up-to-dangerous-levels-putting-fish-reefs-and-livelihoods-at-risk-warns-watchdog
Fisheries: sustainability of the Indian Ocean tuna industry https://www.iddri.org/en/project/fisheries-sustainability-indian-ocean-tuna-industry
โฆษณา