2 พ.ค. เวลา 23:00 • หนังสือ

สถานะก่อนเกิด | The Zen Moment

ฮุ่ยเจียบ้านเดิมอยู่ที่มณฑลกวางตุ้ง ทางใต้ของจีน เมื่ออายุสิบห้าต้องการบวช แต่พ่อแม่ไม่อนุญาต สองปีต่อมา เขาแสดงเจตนารมณ์ที่แน่วแน่ด้วยการตัดนิ้วสองนิ้ว และคุกเข่าต่อหน้าพ่อแม่ ขอแสวงธรรมที่แท้เพื่อสนองคุณพ่อแม่
ในที่สุดพ่อแม่ก็ยอมตามเจตนารมณ์ของเขา เขาศึกษากับอาจารย์ตันหยวน ซึ่งเป็นทายาทธรรมของอาจารย์หนานหยางฮุ่ยจง ผู้ดำรงตำแหน่งพระราชครู และพบทางสว่างครั้งแรก
อาจารย์บอกเขาว่า "อาจารย์ของอาตมาคือท่านหนานหยางฮุ่ยจง เป็นศิษย์ของท่านฮุ่ยเหนิง ท่านส่งทอดต้นฉบับหนังสือดั้งเดิมแก่อาตมา ท่านกล่าวกับอาตมาว่า 'ภายหลังฉันจากโลกไปได้สามสิบปี นวกภิกขุรูปหนึ่งจากทางใต้จะมาหา และจะเผยแผ่ธรรมคำสอนนี้ออกไป เจ้าจงสอนผู้คน อย่าให้สายทางธรรมนี้ขาดตอนไป"
ว่าแล้วก็มอบต้นฉบับหนังสือดั้งเดิมให้ฮุ่ยเจีย
ฮุ่ยเจียเปิดอ่านครั้งหนึ่ง แล้วเผาต้นฉบับนั้น ไม่นานเมื่ออาจารย์ถามถึงต้นฉบับนั้น เขาก็ตอบว่า "ศิษย์ได้เผามันไปเสียแล้ว"
อาจารย์มีสีหน้าตกใจ เอ่ยว่า "นอกจากอาจารย์ฮุ่ยเหนิงและพระสังฆปริณายกโบราณแล้ว ไม่มีผู้ใดเข้าใจคำสอนนี้ ไยเจ้าต้องเผามันด้วย?"
"ศิษย์อ่านมันแล้วและเข้าใจความหมายทั้งหมด สิ่งสำคัญคือการประยุกต์ใช้คำสอนนั้น หาใช่ยึดติดกับตำรามิใช่หรือ?"
"เจ้าเคยคิดหรือไม่ว่า ถึงแม้เจ้าจะสามารถทำได้ แต่ในรุ่นถัด ๆ ไป อาจไม่เข้าใจ"
ดังนั้นฮุ่ยเจียจึงคัดความจากความทรงจำเป็นต้นฉบับ ตรงตามต้นฉบับเดิมทุกประการ
ต่อมาฮุ่ยเจียศึกษากับอาจารย์เหวยซานหลิงยิ่ว หลังบรรลุธรรมก็อยู่กับอาจารย์นานสิบห้าปี แล้วแยกไปตั้งวัดที่ภูเขาหยางซาน เป็นที่มาของสมญานาม หย่างซานฮุ่ยจี้ หรือ ฮุ่ยเจียแห่ง (ภูเขา) หยางซาน
ความสัมพันธ์ระหว่างเหวยซานหลิงยิ่วกับหย่างซานฮุ่ยจี้นั้นเป็นมากกว่าอาจารย์กับศิษย์ แต่มีความเป็นเพื่อนด้วย ทั้งสองสนทนาธรรมกันมาก และสองท่านนี้เองที่เป็นต้นธารสายกุ้ย-หยาง
คำว่า กุ้ย-หยาง มาจากนามเหวยซานหลิงยิ่วกับหย่างซานฮุ่ยจี้ แนวการสอนต่างจากสายฮวงโป-หลินฉี ซึ่งค่อนข้างใช้กำลัง มีผู้เปรียบเทียบว่าสายฮวงโป-หลินฉีเป็นเสมือนฟ้าแลบฟ้าผ่าที่ทลายมายาภาพในใจ ส่วนสายกุ้ย-หยางเป็นเสมือนสายลมในฤดูใบไม้ผลิที่พัดโชยให้ดอกไม้เบ่งบาน สายลมอ่อนโยนเดียวกันนี้ยังสามารถสั่นใบหญ้าให้ไหวได้
ในบรรดาห้าสายทางเซน กุ้ย-หยางเป็นสายแรกที่ก่อตั้งขึ้นในช่วงท้ายของราชวงศ์ถัง สายนี้รุ่งเรืองมาก มีอาจารย์เซนที่มีชื่อเสียงหลายท่าน แต่ในที่สุดก็หายไปในสมัยราชวงศ์ซ่ง
เหวยซานหลิงยิ่วมรณภาพในวัยแปดสิบสามด้วยท่านั่งขัดสมาธิ จากโลกไปอย่างเงียบสงบหลังจากใช้ชีวิตในทางธรรมนานถึงหกสิบสี่ปี ส่วนหย่างซานฮุ่ยจี้จากโลกไปด้วยวัยเจ็ดสิบเจ็ดปี
หลายปีก่อนจากโลกไป หย่างซานฮุ่ยจี้เขียนบทกวีความว่า
ใช้ชีวิตครบเจ็ดสิบเจ็ดปี
วันนี้ฉันจากไปตามอายุขัย
ล่องลอยและจมไปในธรรมชาติ
ยึดจับเข่างอทั้งสองด้วยสองมือของฉัน
แล้วหย่างซานฮุ่ยจี้ก็ลาจากโลกไปตรงนัยของบทกวีนี้ทุกประการ
ชีวิตของคนก็เช่นแจกัน ว่างเปล่าเมื่อแรกเกิด และพยายามบรรจุน้ำแห่งอารมณ์เข้าไป มีแต่เมื่อเตะมันล้มลงให้น้ำไหลออกมาหมด จึงจะเข้าใจความว่างเปล่าของมัน
จาก มังกรเซน และ Mini Zen (เซนฉบับการ์ตูน)
มังกรเซน Shopee คลิก https://shope.ee/2VUCymbmSh?share_channel_code=6
โฆษณา