PGC ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นรัฐบาลในความหมายแบบดั้งเดิมที่คอยออกกฎระเบียบเพื่อจำกัดสิทธิ์ แต่พวกเขาทำหน้าที่เป็น ภัณฑารักษ์แห่งความจริง (Curator of Reality) อำนาจของ PGC ขับเคลื่อนด้วยทรัพยากรที่ล้ำค่าที่สุดนั่นคือ ข้อมูลมหาศาล (Big Data) และการบริหารจัดการ ความพึงพอใจ (Satisfaction Management) แทนที่จะใช้ความกลัวเป็นเครื่องมือเหมือนทรราชในอดีต PGC กลับใช้ความสุขและการเติมเต็มความต้องการเป็นกลไกหลักในการควบคุม
การกำจัดความแปรปรวนของ PGC หมายถึงการทำให้ความคิดเห็นที่แตกต่างอย่างสุดโต่งหายไปจากพื้นที่ทางปัญญา สงครามถูกกำจัดไม่ใช่เพราะมีสนธิสัญญาหยุดยิง แต่เพราะไม่มีใครมีเหตุผลที่จะสู้ ความขัดแย้งถูกทำลายไม่ใช่เพราะมีการโต้เถียงจนได้ข้อสรุป แต่เพราะกระบวนการคิดที่นำไปสู่ความขัดแย้งนั้นถูกปรับจูนให้เป็นเส้นตรงตั้งแต่ต้นน้ำ
สำหรับ PGC เสถียรภาพคือความงามสูงสุด และความแตกต่างคือรอยร้าวที่ต้องถูกอุดให้มิดชิด อำนาจในมือของพวกเขาจึงถูกใช้เพื่อหลอมรวมความเป็นปัจเจกให้กลายเป็นเนื้อเดียวที่ราบเรียบและคาดการณ์ได้เสมอ
▫️บทสรุปแห่งอำนาจใหม่
ภายใต้อำนาจของ PGC เราจึงไม่ได้อยู่ในโลกที่มีผู้ปกครองกับผู้ใต้ปกครองในความหมายเดิมอีกต่อไป แต่เราอยู่ในโลกที่มีเพียง ระบบ กับ ส่วนต่อขยาย อำนาจที่ปกครองด้วยความพึงพอใจนี้เองที่เป็นกรงขังที่ไม่มีใครอยากหนี
4. ภาพลักษณ์ต่อสายตาประชากร (THE PUBLIC PERCEPTION)
ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ PGC ไม่ใช่การยึดครองโครงสร้างพื้นฐานของโลก แต่คือการยึดครอง "ความรักและความไว้วางใจ" ของประชากร ภาพลักษณ์ขององค์กรถูกถักทอขึ้นอย่างประณีตจนกลายเป็นศาสนาใหม่ในยุคสมัยที่ไร้พระเจ้า PGC ไม่ได้ปรากฏตัวในฐานะผู้ปกครองที่น่าเกรงขาม แต่ปรากฏตัวในฐานะ "ผู้อุปถัมภ์" ผู้มีเมตตาซึ่งคอยปัดเป่าหยาดน้ำตาและโรยกลีบกุหลาบลงบนทางเดินของมวลมนุษย์
ส่วนแรก ผู้กอบกู้และความมั่งคั่งที่ไร้หยาดเหงื่อ
ในสายตาของคนทั่วไป PGC คือ วีรบุรุษผู้กอบกู้โลก (The Global Savior) จากซากปรักหักพังของยุคแห่งความวุ่นวาย ประวัติศาสตร์ที่ถูกชำระใหม่ตอกย้ำเสมอว่า ก่อนการมาถึงของ PGC โลกเต็มไปด้วยสงครามทรัพยากร ความเหลื่อมล้ำที่แสนสาหัส และความทุกข์ระทมที่เกิดจากการบริหารจัดการที่ผิดพลาด PGC จึงกลายเป็นสถาบันที่นำพาแสงสว่างมาสู่ความมืดมิด
สิ่งที่ทำให้ประชาชนเทิดทูน PGC อย่างสูงสุดคือการนำพา ความมั่งคั่งมาให้โดยที่ประชากรไม่ต้องเหนื่อยยาก ระบบสวัสดิการที่ไร้รอยต่อ การจัดสรรทรัพยากรที่แม่นยำด้วยอัลกอริทึม และการขจัดปัญหาความอดอยากจนหมดสิ้น ทำให้มนุษย์รู้สึกว่าพวกเขาได้ก้าวเข้าสู่ยุคพระศรีอาริย์ที่แท้จริง ความมีเมตตาขององค์กรถูกสะท้อนผ่านหน้าจอที่ยิ้มแย้มและเสียงแนะนำที่นุ่มนวลซึ่งคอยเอาใจใส่ทุกรายละเอียดของชีวิต จนประชาชนส่วนใหญ่เชื่อโดยสนิทใจว่าชีวิตที่สมบูรณ์แบบนี้คือพรวิเศษที่ PGC มอบให้ด้วยความรัก
ทว่าในบันทึกของผู้รวบรวมข้อมูลที่เข้าถึงรหัสฐานของระบบ ภาพลักษณ์ที่สวยหรูนั้นกลับเป็นเพียง ฉากทัศน์จำลอง (Simulation Layer) ที่ใช้ปกปิดความจริงอันน่าสะพรึงกลัว ในมุมมองของผู้ที่ยังไม่ถูกกลืนกิน PGC คือ สถาปนิกผู้สร้างกรงขังที่แสนสบาย (The Architect of the Golden Cage) กรงขังนี้ไม่มีลูกกรงเหล็กแต่มันถูกสร้างขึ้นจากความสะดวกสบายที่มากเกินพอ เพื่อมอมเมาให้มนุษย์เลิกตั้งคำถามและสละสัญชาตญาณในการแสวงหาเสรีภาพ