ด้านรัฐมนตรีพลังงาน Suhail Al Mazrouei ให้เหตุผลเชิงนโยบายว่าเป็นผลจากการทบทวนยุทธศาสตร์อย่างรอบคอบ และเลือกจังหวะที่กระทบตลาดน้อยที่สุด เนื่องจากมองว่าตลาดอยู่ในภาวะตึงตัวและขาดอุปทานจากสงคราม จึงเชื่อว่าการถอนตัว “ไม่ควรทำให้ราคาผันผวนมาก” ในระยะสั้น
1
นอกจากนี้ UAE ยังต้องการรักษาภาพลักษณ์ “ผู้ส่งมอบพลังงานที่เชื่อถือได้” (Reliable) ในช่วงที่วิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ทำให้ห่วงโซ่อุปทานเปราะบาง โดยการอยู่ใน OPEC/OPEC+ ต้องอาศัยการตัดสินใจร่วมกัน ซึ่งอาจล่าช้าเกินไปในการตอบสนองต่อสัญญาณตลาดในภาวะวิกฤต อีกทั้งในเชิงการค้า UAE เชื่อว่าการออกจาก OPEC จะช่วยให้สามารถบริหารการส่งมอบระยะยาวแก่คู่ค้าหลักในเอเชีย เช่น India, China และ South Korea ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
โดยไม่ต้องถูกจำกัดด้วยพันธกรณีของกลุ่ม โดยเฉพาะในช่วงที่เกิด Energy Crisis ซึ่งต้องอาศัยการตัดสินใจที่รวดเร็ว และให้ความสำคัญกับความแน่นอนของ Supply Commitment มากขึ้น
อีกทั้ง UAE ยังมีท่อส่งน้ำมัน Fujairah ซึ่งสามารถขนส่งน้ำมันจาก Abu Dhabi ไปยัง Port of Fujairah บน Gulf of Oman ซึ่งอยู่นอก Persian Gulf ทำให้เรือบรรทุกน้ำมันสามารถออกสู่ทะเลเปิดโดยไม่ต้องผ่าน Strait of Hormuz ช่วยลดความเสี่ยงด้านการขนส่งได้ในระดับหนึ่ง