29 เม.ย. เวลา 09:53 • สิ่งแวดล้อม

การลดมลพิษจากฟาร์มสุกรด้วยกลไกลคาร์บอนเครดิตสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนชีวภาพ

การเลี้ยงสุกรจัดเป็นกิจกรรมทางการเกษตรประเภทหนึ่งที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศ เพราะนอกจากจะเลี้ยงเพื่อผลิตเป็นอาหารเลี้ยงประชากรภายในประเทศแล้วยังมีการส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ แม้ว่าปัจจุบันผู้ประกอบการเลี้ยงสุกรมีการจัดการสิ่งแวดล้อมและ การจัดการน้ำเสียโดยการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียแล้ว
แต่ยังพบปัญหาข้อพิพาทและข้อร้องเรียนจากประชาชนกรณีได้รับผลกระทบและความเดือดร้อนจากปัญหาการระบายน้ำเสียที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากแหล่งกำเนิดประเภทการเลี้ยงสุกร ได้แก่ ปัญหาด้านกลิ่นเหม็น การลักลอบ การระบายน้ำเสีย การดูแลและบำรุงรักษาระบบบำบัดน้ำเสียที่ยังไม่เหมาะสม และระบบบำบัดน้ำเสีย ยังไม่สามารถรองรับน้ำเสียที่เกิดขึ้นได้อย่างเพียงพอ
เนื่องจากผู้ประกอบการยังขาดแรงจูงใจในการลงทุนก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียที่มีประสิทธิภาพ โดยมองว่าการลงทุนในระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมเป็นภาระที่มีการลงทุนเพียงอย่างเดียวไม่มีผลตอบแทน ประกอบกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสาขาเกษตรโดยเฉพาะภาคปศุสัตว์มีสัดส่วนสูงเป็นลำดับที่ 2 รองจากสาขาพลังงาน โดยกิจกรรมการผลิตในภาคปศุสัตว์เป็นแหล่งกำเนิดก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญ ได้แก่ ก๊าซมีเทน (CH4) และก๊าซไนตรัสออกไซด์ (N2O) จากการจัดการมูลสัตว์และน้ำเสีย1
ปัจจุบันทั่วโลกให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรภายใต้แนวคิด เศรษฐกิจหมุนเวียนชีวภาพ (Circular Economy) โดยมี "คาร์บอนเครดิต" เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนและสร้างแรงจูงใจทางการเงิน2 การสนับสนุนการจัดการน้ำเสียผ่านกลไกลคาร์บอนเครดิต3 เนื่องจากน้ำเสียจากฟาร์มสุกรที่ถูกปล่อยทิ้งไว้ในบ่อบำบัดแบบเปิด จะหมักหมมและปลดปล่อย ก๊าซมีเทน (CH4) ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่มีอานุภาพทำให้เกิดภาวะโลกร้อนรุนแรงกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หลายเท่า
การเปลี่ยนระบบบำบัดมาเป็น ระบบก๊าซชีวภาพแบบปิด (Closed Biogas System) จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเหล่านี้ โครงการคาร์บอนเครดิต เช่น T-VER คือการเปลี่ยนปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ฟาร์มลดได้จริง ให้กลายเป็นสิทธิที่สามารถซื้อขายได้ สรุปผลประโยชน์ที่ได้รับโดยแสดงดังรูปที่ 1 ดังนี้
1. การเปลี่ยนต้นทุนการจัดการให้เป็น มูลค่าทางเศรษฐกิจ ในอดีต น้ำเสียและมูลสุกรคือ "ขยะ" ที่ฟาร์มต้องเสียเงินและเวลาในการบำบัด แต่แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนจะมองว่าสิ่งเหล่านี้คือ "วัตถุดิบต้นทาง" (Raw Materials)4 ดังนี้
1) การนำน้ำเสียเข้าสู่ระบบก๊าซชีวภาพ (Biogas) เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เอง ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่เป็นต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) ของฟาร์ม5
2) กากมูลสุกรที่ผ่านการบำบัดแล้วมีธาตุอาหารสูง สามารถนำมาทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดจำหน่าย สร้างรายได้เสริมอีกทางหนึ่ง
3) เพิ่มรายได้จากการขายคาร์บอนเครดิตให้กับบริษัทขนาดใหญ่ที่ต้องการชดเชยการปล่อยก๊าซของตนเอง
2. การสร้างความสมดุลของระบบนิเวศ (Environmental Resilience)
1) ลดการปล่อยก๊าซมีเทน การบำบัดแบบระบบปิดช่วยกักเก็บก๊าซเรือนกระจกไม่ให้หลุดรอดสู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งส่งผลดีต่อการแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน
2) การหมุนเวียนน้ำ (Water Recycling) น้ำที่ผ่านการบำบัดจนสะอาดตามมาตรฐาน สามารถนำกลับมาใช้ล้างคอกหรือรดน้ำแปลงเกษตรในฟาร์ม ลดการใช้น้ำจากแหล่งธรรมชาติ
3) การยกระดับภาพลักษณ์ "ฟาร์มสีเขียว"6 แนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพเน้นการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมจัดการของเสีย ช่วยให้เกษตรกรเปลี่ยนผ่านจากผู้ก่อมลพิษ มาเป็น "ผู้ผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม" ลดปัญหากลิ่นเหม็นและแหล่งสะสมเชื้อโรค ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคระบาดในสุกร เนื่องจากสภาพแวดล้อมในฟาร์มสะอาดและเป็นระบบปิดมากขึ้น ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดโมเดิร์นเทรดและคู่ค้าต่างประเทศ ช่วยลดปัญหาข้อพิพาทเรื่องกลิ่นเหม็นกับชุมชนรอบข้าง สร้างความยั่งยืนในเชิงสังคม
4) สร้างโอกาสทางการตลาด ปัจจุบันห้างสรรพสินค้าหรือผู้ส่งออกเนื้อหมูรายใหญ่ เริ่มกาหนดเงื่อนไขการรับซื้อสินค้าจากฟาร์มที่มีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น และการเข้าถึงแหล่งทุน โดยสถาบันการเงินให้ความสำคัญกับการปล่อยกู้แก่ธุรกิจที่มีแผนจัดการสิ่งแวดล้อมชัดเจนตามแนวทาง BCG
รูปที่ 1 แสดงการจัดการมลพิษฟาร์มสุกรด้วยระบบไบโอแก๊สสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน BCG
การแก้ไขปัญหาน้ำเสียจากการเลี้ยงสุกรให้เป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ โดยการนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนชีวภาพ (Bio Circular Green Economy หรือ BCG) มาประยุกต์ใช้ในการปรับเปลี่ยนระบบการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และลดของเสีย โดยในปัจจุบันภาคเอกชนได้เข้ามา มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนแนวคิดดังกล่าวผ่านการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้5,6
เช่น บริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีการพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสียและผลิตก๊าซชีวภาพจากมูลสุกรเพื่อนำกลับมาใช้เป็นพลังงานภายในฟาร์มและโรงงาน ช่วยลดต้นทุนพลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึง บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) ที่มีการดำเนินระบบฟาร์มสุกรแบบปิด (Closed System) ควบคู่กับการจัดการของเสียแบบครบวงจร ทั้งการผลิตพลังงานชีวภาพและการนำน้ำที่ผ่านการบำบัดกลับมาใช้ประโยชน์ทางการเกษตร
นอกจากนี้ ยังมีภาคเอกชนด้านพลังงาน เช่น บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนและพลังงานชีวภาพ โดยสนับสนุนการนำของเสียจากภาคเกษตรไปผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้าและเชื้อเพลิงชีวภาพ
ซึ่งช่วยเสริมสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับของเสียและลดภาระด้านสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังพบการพัฒนาในรูปแบบอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco-industrial) ที่มีการเชื่อมโยงการใช้ทรัพยากรร่วมกันระหว่างภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรม โดยของเสียจากฟาร์มสุกรสามารถนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในกระบวนการผลิตพลังงานหรือปุ๋ยอินทรีย์ ส่งผลให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าในลักษณะหมุนเวียน
แนวทางดังกล่าวสะท้อนการพัฒนาภาคเกษตรกรรมไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำที่มิได้มุ่งเพียงการลดมลพิษ แต่ยังสร้างความมั่นคงทางพลังงาน เพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการ และเสริมสร้างความยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับโมเดลเศรษฐกิจ BCG และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)3 โดยอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ ในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืนต่อไป
เอกสารอ้างอิง
1. Thailand Greenhouse Gas Management Organization (TGO). (2020). Wastewater treatment in pig farm by using the biogas system to generate renewable electricity in Thailand. สืบค้นจาก https://ghgreduction.tgo.or.th/en/tver-database-and-statistics/t-ver-registered-project/item/1378-wastewater-treatment-in-pig-farm-by-using-the-biogas-system-to-generate-the-renewable-electricity-in-thailand.html สืบค้นเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569
2. Thailand Greenhouse Gas Management Organization (TGO). (n.d.). Thailand Voluntary Emission Reduction Program (T-VER). สืบค้นจาก https://ghgreduction.tgo.or.th สืบค้นเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569
3. Office of the National Higher Education Science Research and Innovation Policy Council (NXPO). (2021). Bio-Circular-Green (BCG) Economy Action Plan. สืบค้นจาก https://www.bcg.in.th/eng/wp-content/uploads/2022/07/BCG_Action_Plan_-Eng_Small.pdf สืบค้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569
4. Thailand Greenhouse Gas Management Organization (TGO). (2020). Community biogas production from swine farm at Ban Ueam Sub-district, Mueang District, Lampang Province. สืบค้นจาก https://ghgreduction.tgo.or.th/en/tver-database-and-statistics/t-ver-registered-project/item/1345-community-biogas-production-from-swine-farm-at-banauem-sub-district-mueang-district-lampang-province.html สืบค้นเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569
5. Trairat, P., et al. (2023). Biogas-powered power generation system for Bio-Circular-Green economy model in Thailand. Engineering and Applied Science Research. สืบค้นจาก https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/easr/article/view/252387 สืบค้นเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569
6. Asia-Pacific Economic Cooperation (APEC). (2022). Thailand: Bio-Circular-Green economy model and carbon neutrality pathway. สืบค้นจาก https://www.egnret.ewg.apec.org/Upload/2025051210194147fa551.pdf สืบค้นเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569
โฆษณา