30 เม.ย. เวลา 05:52 • ความคิดเห็น
การใช้เหตุผลตามไล่ล่าลึกถึงความจริงทว่ายิ่งวิ่งเข้าใกล้ก็ยิ่ง
พบว่าความจริง“ขยับหนี”
สะพานที่สร้างจากคำถามพา
เราข้ามไปแต่ไม่มีฝั่งให้อยู่ยืน
ปะต้าว่านะ!
เร็วในช้าช้าในเร็วเหมือนนิ่ง
ไหวเดินถอยไป
กลับถึงก่อนตอนยังอยู่ยิ่งรู้มาก
ยิ่งไม่รู้ยิ่งเห็นพร่า
ความจริงมาเมื่อยอมรับว่าถูก
มันลวงล้วงลึกใจไปมาก
แสงสว่างซ่อนเงาไว้ในความมืด
เสียงเงียบงันกลับกึกก้องดังกว่า
คำตอบนั้นเกิดขึ้นได้เมื่อไร้คำ
และคำถามจบลงตรงที่เริ่มคิด
ส่วนมิติที่ย้อนแย้ง!
เร็วหรือช้าไม่ได้อยู่ที่เวลาแต่
อยู่ที่กรอบที่ใช้วัดบรรทัดของ
ใครมากกว่า
คนสองคนยืนดูสิ่งเดียวกัน
คนหนึ่งบอกช้าเกินไปอีกคน
บอกเร็วเกินทันตั้งตัว
แบบนอกกรอบของปะต้า!
สิ่งที่เราพยายามตัดสินอาจ
ไม่ได้มีคำตอบเดียว
และบางครั้งการถูกถามว่า
อะไรคือคำตอบ
อาจเป็นคำถามที่ผิดตั้งแต่
แรกด่ะได้น้อนั่น
ชอบๆครับ
ก่ะเหมือนกระทู้มีทู่ในคม
มีคมในทู่มันอยู่ที่คนวัดๆ
ด้วยบรรทัดฐานของใคร?
โฆษณา