ความกลัวที่ว่า AI จะฉลาดเกินมนุษย์และหันมาทำร้ายเราไม่ได้มาจากคนที่ดูหนัง Sci-Fi มากเกินไปเพียงอย่างเดียว นักวิจัยในแล็บ AI ชั้นนำบางคนเองก็แสดงความกังวลในทิศทางนี้ และนั่นทำให้เรื่องราวนี้ฟังดูน่าเชื่อถือกว่าที่ควร
ฝ่ายนี้น่าสนใจกว่า และ Guild Investment Management ซึ่งเป็นที่มาของการวิเคราะห์นี้ให้ความเคารพมากกว่า เพราะข้อโต้แย้งของพวกเขาไม่ได้บอกว่า AI ไม่มีประโยชน์ แต่เป็นข้อโต้แย้งเชิงเทคนิคที่ระบุว่า LLM หรือ Large Language Model มีข้อจำกัดเชิงสถาปัตยกรรมที่การใส่เงินและ Compute เพิ่มเข้าไปเรื่อยๆ ไม่สามารถแก้ได้
ปี 2025 ให้หลักฐานหลายอย่างที่สนับสนุนฝ่ายที่ตั้งคำถามกับ AI มากกว่าฝ่ายที่ฮือฮา AI Agents ที่เคยถูกพูดถึงว่าจะเป็นก้าวต่อไปของ AI และจะทำงานแทนมนุษย์ได้ทุกอย่างนั้น ส่วนใหญ่ยังไปไม่ถึงระดับที่ใช้งานได้จริงในสภาพแวดล้อมจริง บริษัท AI ชั้นนำยังคงเผาเงินในอัตราที่สูงมาก โดยสมมติว่าความสามารถจะเพิ่มขึ้นตามที่คาดหวัง แต่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน
เรื่องแรกคือผลกระทบจริงที่เกิดขึ้นแล้วในระดับ Application Layer บริษัทที่นำ AI ไปใช้ในงานเฉพาะทางที่เหมาะสมกำลังเห็นการปรับปรุง Margin และประสิทธิภาพที่วัดได้จริง ไม่ใช่แค่ตัวเลขในสไลด์นำเสนอ AI เก่งมากในบางสิ่งที่มีมูลค่าสูงต่อธุรกิจ และนั่นเป็นเรื่องจริงที่ไม่ควรปัดทิ้ง
เรื่องที่สองคือ AI ใหญ่กว่าแค่ LLM มาก ก่อนที่ Generative AI จะครองพื้นที่การสนทนาทั้งหมด มีแนวทาง AI อีกหลายแขนงที่นักวิจัยพัฒนามาหลายสิบปี รวมถึง Symbolic Reasoning และการสร้างแบบจำลองโลกที่ชัดเจน ซึ่งแก้ปัญหาหลายอย่างที่ LLM สะดุดอยู่ในตอนนี้ได้ แต่แนวทางเหล่านั้นถูกกีดออกจากการสนทนากระแสหลักเพราะ Generative AI ดึงความสนใจและเงินลงทุนไปหมด
นักวิจัย AI หลายคนเสนอว่าทางออกที่แท้จริงคือการผสานสองแนวทางเข้าด้วยกัน ที่เรียกว่า Neurosymbolic AI ซึ่งรวมความคล่องแคล่วของ Neural Network เข้ากับความแม่นยำของ Symbolic Reasoning บริษัทอย่าง Palantir กำลังเดินในทิศทางนี้อยู่แล้ว และผลลัพธ์ในสภาพแวดล้อมที่ต้องการความน่าเชื่อถือสูงอย่างการทหาร กฎหมาย และการแพทย์ก็ให้หลักฐานว่าแนวทางนี้ได้ผล
---
🗺️ **สามเส้นทางที่อาจเกิดขึ้น**
Guild มองว่าอนาคตของ AI มีสามเส้นทางที่เป็นไปได้
เส้นทางแรกคือการขยายตัวอย่างช้าๆ แต่เป็นระเบียบ บริษัท AI ที่อ่อนแอค่อยๆ ถูกดูดกลืนหรือปิดตัว บริษัทที่แข็งแกร่งรวมตัวกัน และประโยชน์จาก AI ค่อยๆ สะสมในระดับ Application Layer โดยไม่มีการพลิกโฉมโลกแบบฉับพลัน
เส้นทางที่สองคือฟองสบู่แตก เงินลงทุนมหาศาลที่ไหลเข้าไปในโครงสร้างพื้นฐาน AI โดยไม่เห็น Return ที่ชัดเจนเริ่มถูกตั้งคำถามจากนักลงทุน ตลาดปรับฐาน และธนาคารกลางต้องเข้ามาช่วยพยุงเศรษฐกิจ ในกรณีนี้ AI ยังคงอยู่และยังมีประโยชน์ แต่ผู้ที่ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ในช่วงปี 2023 ถึง 2026 อาจไม่เห็นผลตอบแทนเพิ่มเติมอีกแล้ว
เส้นทางที่สามคือการก้าวกระโดดทางเทคนิค หากนักวิจัยสามารถพัฒนาสถาปัตยกรรมใหม่ที่แก้ปัญหาความน่าเชื่อถือได้จริง ภาพของ AI ที่ฉลาดใกล้เคียงมนุษย์ก็จะเปลี่ยนจากการคาดเดาเป็นความเป็นไปได้จริง แต่ Guild มองว่าเส้นทางนี้น่าจะใช้เวลานานกว่าที่ฝ่ายบวกคาดการณ์มาก
---
💼 **นักลงทุนควรทำอะไร**
ในสภาพแวดล้อมที่ไม่แน่นอนแบบนี้ Guild แนะนำให้โฟกัสที่บริษัทที่กำลังใช้ AI และเห็นผลเป็นตัวเลขจริงในงบการเงินแล้ว มากกว่าบริษัทที่ขายความฝันว่าจะนำ AI ไปใช้ในอนาคต บริษัทที่พูดถึง AI ในการประชุมนักลงทุนแต่ไม่มีตัวเลข Margin หรือ Revenue ที่เปลี่ยนแปลงให้ดูนั้นควรถูกมองด้วยความระมัดระวัง
สิ่งสำคัญที่สุดคืออย่าตกหลุมพรางของสองขั้วสุดโต่ง ทั้งคนที่กลัว AI จนไม่กล้าแตะหุ้นเทคโนโลยีเลย และคนที่ตื่นเต้นกับ AI จนซื้อทุกอย่างที่มีคำว่า AI ในชื่อบริษัท ต่างก็กำลังเดินเข้าหาความผิดพลาดด้วยกันทั้งคู่