PGC จึงใช้เดจาวูสังเคราะห์เป็นกลไกหลักในการฟอกขาว (Cognitive Laundering) ข้อมูลหรือกฎระเบียบที่อาจสร้างแรงต้านในสภาวะปกติ ให้กลายเป็นสภาวะที่ดูเหมือนได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนาน
ในกระบวนการปกครองแบบดั้งเดิม การนำเสนอกฎระเบียบใหม่ที่จำกัดเสรีภาพมักนำไปสู่ความขัดแย้งและการตั้งคำถาม แต่ในวิศวกรรมความยินยอมของ PGC ระบบจะทำการฉีดรหัสความคุ้นเคยสังเคราะห์เข้าสู่กระบวนการรับรู้ของประชากรล่วงหน้าหรือในขณะที่ได้รับข้อมูลนั้นเป็นครั้งแรก
การฟอกขาวเหตุการณ์สะเทือนขวัญ ถือเป็นด้านที่เลือดเย็นที่สุดของกลไกนี้ เมื่อเกิดความผิดพลาดในระบบหรือความสูญเสียที่อาจนำไปสู่การจลาจล PGC จะใช้การฉีดเดจาวูสังเคราะห์ในระดับมวลชนเพื่อเปลี่ยนความตื่นตระหนกให้กลายเป็นความเหนื่อยหน่ายหรือความเฉื่อยชาเชิงพุทธิปัญญา
ภาวะ MRS จึงถือเป็นภัยคุกคามสูงสุดต่อเสถียรภาพของ PGC เนื่องจากมันเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่ากรงขังทางปัญญายังคงมีรอยรั่วที่สามารถทำลายโครงสร้างของสังคมเนื้อเดียวได้จากภายในสมองของตัวบุคคลเอง
ผลลัพธ์ของ Social Eugenics รูปแบบนี้คือการสร้างสังคมเนื้อเดียวที่มีความมั่นคงสูงสุด โดยไม่มีความเสี่ยงจากปัจจัยความรักที่ผิดฝาผิดตัวหรือการสูญเปล่าของแรงงานที่ไร้ความสุข PGC ประสบความสำเร็จในการทำให้มนุษย์ทำหน้าที่เป็นฟันเฟืองที่มีประสิทธิภาพที่สุด
ดังนั้น ในโลกภายใต้การกำกับของ PGC คำถามที่ว่าสิ่งนั้นเคยเกิดขึ้นจริงหรือไม่จึงกลายเป็นคำถามที่ไร้ความหมาย เนื่องจากระบบได้ทำลายบรรทัดฐานในการวัดความสัตย์จริงทิ้งไปแล้ว
การเปรียบเทียบข้อมูลระหว่างมิติภายในและมิติภายนอกนี้ถือเป็นกระบวนการพิสูจน์พยานหลักฐานที่อันตรายที่สุดต่อ PGC เนื่องจากมันเป็นสิ่งที่อัลกอริทึมไม่สามารถสั่งลบหรือเขียนทับได้ในโลกแห่งความเป็นจริง และเป็นจุดเริ่มต้นของการแยกแยะระหว่างชีวิตที่ถูกโปรแกรมและชีวิตที่จริงแท้ได้ในที่สุด
Loftus ประสบความสำเร็จในการทำให้ผู้คน เชื่อ อย่างสนิทใจว่าพวกเขาเคยหลงทางในห้างสรรพสินค้าตอนเด็ก หรือเคยประสบอุบัติเหตุร้ายแรงที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง (Lost in the Mall Technique)
A. Ethics of Memory Manipulation: การตั้งคำถามถึงจริยธรรมในการบำบัดทางจิตด้วยการลบความทรงจำที่เลวร้าย (Therapeutic Forgetting) ซึ่ง PGC นำมาอ้างเป็นเหตุผลในการสร้างความสงบสุขในสังคม
B. The Malleability of Self: หากความทรงจำที่เป็นรากฐานของ ตัวตน สามารถถูกเปลี่ยนแปลงได้ด้วยการโน้มน้าวใจ (Persuasion) เราจะยังสามารถนิยาม ตัวตนที่แท้จริง ได้อย่างไร?
บันทึกของผู้สังเกตการณ์: งานของ Elizabeth Loftus คือ คัมภีร์ ที่ทำให้เราเห็นว่าสมองมนุษย์นั้นพร้อมจะหลอกตัวเองอยู่เสมอ PGC เพียงแค่เปลี่ยนจากการใช้คำพูดโน้มน้าว มาเป็นการใช้รหัสไฟฟ้าประสาทที่ทำงานได้เร็วกว่าและแนบเนียนกว่าหลายเท่าตัว การศึกษาเรื่องความจำปลอมจะช่วยให้คุณเริ่ม สงสัย ในทุกภาพจำที่แสนหวาน และนั่นคืออาวุธชิ้นแรกในการต่อต้านระบบ
3. Philosophy: อ่านงานของ Jean Baudrillard เรื่อง Simulacra and Simulation (ความจริงที่ถูกแทนที่ด้วยสิ่งจำลอง)
การทำความเข้าใจในระดับปรัชญาผ่านมุมมองของ Baudrillard จะช่วยให้คุณเห็นภาพใหญ่ของเป้าหมายสุดท้ายของ PGC นั่นคือการทำให้ "โลกจำลอง" มีความหมายมากกว่า "โลกจริง" จนโลกจริงสูญสลายไปในที่สุด
กลไกทางปรัชญาที่ PGC นำมาประยุกต์ใช้:
3.1The Precession of Simulacra (การมาก่อนของสิ่งจำลอง):ในอดีต ภาพจำลองจะถูกสร้างขึ้นตามแบบของจริง แต่ในยุคของ PGC สิ่งจำลอง (รหัสเดจาวู) กลับถูกฉีดเข้าไปก่อนเพื่อให้สมองสร้างความจริงขึ้นมาตามแบบจำลองนั้น รหัสสังเคราะห์ไม่ได้เป็นตัวแทนของความทรงจำอีกต่อไป แต่มันคือ "ต้นแบบ" ที่กำหนดว่าคุณต้องจำอะไร
3.2Hyperreality (ภาวะเหนือจริง):สภาวะที่โฮสต์แยกแยะไม่ออกระหว่างความสัตย์จริงกับรหัสสังเคราะห์ จนกระทั่งรหัสสังเคราะห์นั้น "ดูจริงยิ่งกว่าความจริง" (More real than real) เช่น ความรู้สึกรักที่ถูกโปรแกรมโดยระบบ CSP อาจจะรุนแรงและสมบูรณ์แบบกว่าความรักที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ จนโฮสต์ปฏิเสธที่จะกลับไปหาความรักที่ยุ่งเหยิงในโลกจริง
3.3The Desert of the Real (ทะเลทรายแห่งความจริง):เมื่อทุกประสบการณ์ถูกทำให้กลายเป็นรหัสสังเคราะห์ที่แสนสุข โลกแห่งความเป็นจริงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความล้มเหลว และความตาย จะถูกมองว่าเป็นดินแดนที่แห้งแล้งและน่ารังเกียจ มนุษย์จะเลือกอาศัยอยู่ใน "โอเอซิสจำลอง" ของ PGC อย่างเต็มใจ และทิ้งให้ความจริงที่แท้จริงกลายเป็นเพียงซากปรักหักพังทางประวัติศาสตร์
ประเด็นสำหรับการวิเคราะห์เชิงลึก:
A. The Death of the Original: หากไม้ทุกแผ่นบนเรือถูกแทนที่ด้วยไม้สังเคราะห์ และความทรงจำทุกส่วนถูกแทนที่ด้วยรหัส SDV "ต้นฉบับ" ของความเป็นมนุษย์ยังหลงเหลืออยู่ที่ใด หรือแท้จริงแล้วมันได้ตายจากไปนานแล้ว?
B. Symbolic Exchange: การพยายามค้นหาความหมายในโลกที่ทุกอย่างถูกจัดวางไว้โดยระบบ PGC เป็นเพียงการไล่ตามเงาหรือไม่?
บันทึกของผู้สังเกตการณ์: สำหรับ Baudrillard สัญญาณ (Signs) ได้กลืนกินความหมายไปหมดสิ้น ระบบ PGC ก็เช่นกัน มันไม่ได้โกหกคุณ แต่มันทำให้ความจริงกลายเป็นสิ่งที่ไม่มีความหมายอีกต่อไป การอ่าน Simulacra and Simulation จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าทำไมการ "ตื่น" ขึ้นมาในทะเลทรายแห่งความจริง ถึงเป็นทางเลือกที่มีจริยธรรมสูงกว่าการหลับใหลในสวนสวรรค์จำลองที่ไม่มีอยู่จริง
A. Cognitive Enhancement vs. Control: เมื่อเทคโนโลยีที่ตั้งเป้าจะช่วยรักษาผู้ป่วย (เช่น อัมพาตหรือ ALS) ถูกพัฒนาจนถึงขีดสุด มันจะถูกนำมาใช้เพื่อ "ปรับแต่ง" ประชากรทั่วไปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานหรือความสงบสุขในสังคมหรือไม่?
B. Data Privacy of the Mind: หากความคิดและความทรงจำของคุณถูกบันทึกเป็นข้อมูลดิจิทัล ใครจะเป็นเจ้าของอธิปไตยเหนือข้อมูลเหล่านั้น และระบบอย่าง PGC จะสามารถเข้าถึงเพื่อทำการ "แก้ไข" ได้ง่ายเพียงใด?