2 พ.ค. เวลา 22:55 • ปรัชญา

วิธีคลายเครียด แนวภักดี-โยคะ

"ชาวอิหร่านยิงชาวอิรักและชาวอิรักยิงชาวอิหร่าน ขณะที่ทหาร อิหร่านตายจิตของเขาจดจ่ออยู่ที่ทหารอิรักตามกฎแห่งกรรมบอกว่า ขณะที่เรากำลังตาย หากจิตสำนึกของเราอยู่ที่ใดก็จะเกิดเป็นสิ่งนั้น ทหาร อิหร่านตายไปเกิดเป็นชาวอิรัก แล้วทหารอิรักตายก็ไปเกิดเป็นชาวอิหร่าน แล้วมาทำสงครามกันอีกเพื่อแย่งชิงดินแดน หลังจากฆ่ากันตายไปแล้ว หลายชาติแผ่นดินตรงนั้นก็ยังอยู่คงเดิมแต่มนุษย์ยังแย่งชิง เข่นฆ่ากันเพื่อครอบครองเป็นเจ้าธรรมชาติวัตถุ ซึ่งอันที่จริงไม่ใช่ของเรา"
[อ้างอิง:หนังสือวิธีคลายเครียด ภักดี-โยคะ หน้าที่หก]
[อ้างอิงภาพ: https://www.magnific.com/free-photo/war-conflict-landscape-with-soldiers-fighting_32879551.htm]
(สรุปและตีความโดยมนุษย์ไม่ใช่AI)
ความเครียด เกิดจากการที่เราคิดว่า วัตถุภายนอกนี้ ร่างกายนี้ สามี ภรรยา ลูก หลาน คือ "ของเรา"
เมื่อเราคิดว่าสิ่งที่เราคิดว่ามันคือของเรา ผลที่ตามมาคือความทุกข์เสมอ และ จะวนเวียนซ้ำไปในวัฏจักรตามกรรม
อันที่จริงในชาตินี้ ใครจะได้รับอะไรไม่ได้รับอะไร ถูกกำหนดไว้แล้วตามกรรมของแต่ละคน คนบางคนพยายามมากแต่ก็ไม่ได้สิ่งที่ต้องการหากสิ่งนั้นไม่ใช่ของเขา คนบางคนไม่ได้พยายามอะไรมากกลับได้สมใจหมายเพราะได้กุศลกรรมไว้ในอดีต
อ่าวถ้าร่างกายนี้ไม่ใช่ของเรา รอบตัวเราไม่ใช่ของเรา งั้นเราก็ไม่ต้องทำอะไรเลยสิ?
คือ ถึงเราเข้าใจแบบนี้ในหน้าที่หก จากหนังสือวิธีคลายเครียด ภักดี-โยคะ ก็กล่าวดักเอาไว้เลยว่าไม่ได้บอกว่าพอไม่ใช่ของเราก็จะไม่รับผิดชอบอะไรเลยยย ปล่อยทิ้งทุกอย่างเหมือนคนวิกลจริตแบบนั้น
แต่ให้เรารับผิดชอบกับทรัพย์กรที่อยู่ภายใต้การดูแลของเราให้ดีอย่างไม่ยึดติด (ซึ่งมันค่อนข้างยากอยู่เหมือนกันสำหรับนินิลหากสติหลุดในกลียุค ที่เต็มไปด้วยการทะเลาะวิวาทและเต็มไปด้วยการเสแสร้ง)
[อ้างอิง:หนังสือ วิธีคลายเครียดแนวภักดี-โยคะ หน้าที่หก]
สามระดับ ธรรมชาติวัตถุ มี
ระดับความดี
ระดับตัณหา
ระดับอวิชชา
(ซึ่งมีอยู่ใน ภควัท-คีตา ฉบับเดิมบทที่สิบสี่)
ซึ่งเป็นความรู้ที่สูงที่สุดที่
[โศลกที่หนึ่ง ภควัท-คีตา บทที่สิบสี่]
ไม่โต้แย้งเลยค่ะ นินิลอ่านจบบทที่สิบสี่ไปรอบหนึ่งเอาสะเหม่อมองเพดานกันเลยทีเดียว...
ที่นินิลเป็นแบบนั้นก็เพราะกำลังตีความว่า ระดับความดี ที่ดูเหมือนจะดีแต่แท้จริงแล้วมันก็เป็นเพียงภาพมายาที่ซ้อนกันอีกทีตามนินิลที่เข้าใจในวิธีคลายเครียด แนวภักดี-โยคะ หน้าที่สิบเอ็ด หากอยู่ในระดับนี้จะเต็มไปด้วยความสุขเพราะความรู้ที่ตนมี แต่ในบทที่สิบสี่นินิลตีความตามที่นินิลเข้าใจว่า:
"ความสุขที่ได้รู้ ก็เป็นภาพมายาของการที่เราได้รู้แล้วสุข หากเราติดว่าเรารู้ เราก็ติดอยู่ในภาพมายาของการได้สุขที่รู้ ไม่ใช่ได้รู้"
.....(เริ่มลอยแล้ว)...
[อ้างอิง:หนังสือวิธีคลายเครียด แนวภักดี-โยคะ หน้าที่สิบเอ็ด]
หน้านี้นินิลแนะนำอ่านภควัท-คีตา ฉบับเดิม บทที่สิบสี่ประกอบด้วยจะขยายภูมิปัญญามากๆเลยค่ะ
เมื่อครั้งวันคืนที่นินิลอ่านบทที่สิบสี่จบที่เกี่ยวกับสามระดับธรรมชาติวัตถุแล้ว ความอยากเป็น someone อะไรบางอย่างนินิลก็ลดหวบลง ไม่ว่าจะเป็นความคิดที่ว่า
เป็นนักปราชญ์นี้มันสุดแสนจะดูฉลาด หรือ เป็นนักกวีที่รสคำหยาดน้ำหวาน อะไรก็ตาม ก็เริ่มลดลง
ความจริงที่เราได้รู้ในดาวเคราะห์นี้ มันอาจไม่ใช่ความจริงในดาวเคราะห์อื่นก็ได้นะ
Ninil
[อ้างอิงภาพ: https://james-camerons-avatar.fandom.com/wiki/Tree_of_Souls
หากความจริงที่แท้จริงของเราทุกคนคือหนึ่งเดียวกัน สิ่งมีชีวิตในดาวเคราะห์ในหนัง Avatar
รู้อยู่แล้วและพระเจ้าสูงสุดของพวกเราคือ เอวา
เมื่ออ่านบทที่สิบสี่ในภควัท-คีตา ฉบับเดิม บทที่สิบสี่จบไปหนึ่งรอบ ก็อดคิดถึงหนัง Avatar ไม่ได้
ความจริงที่นินิลได้รู้อาจไม่ใช่ความจริงในดาวเคราะห์อื่น เพราะแบบนี้เราจึงมีหลายความเชื่อและหลายศาสนา
"ความยากตรงนี้คือ เมื่อสิ่งมีชีวิตอยู่ในระดับความดีเขาอยู่ภายใต้สภาวะที่มีความรู้สึกว่า ตนเองเจริญก้าวหน้าในความรู้และดีกว่าคนอื่น เช่นนี้จะทำให้ตกอยู่ในพันธสภาวะ ตัวอย่างที่ดี ที่สุดคือ นักวิทยาศาสตร์และนักปราชญ์ แต่ละท่านภูมิใจมากกับความรู้ที่ตนมี โดยทั่วไปพวกนี้ จะพัฒนามาตรฐานชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่า…
และรู้สึกว่ามีความสุขทางวัตถุ ความรู้สึกว่ามีความ สุขมากในสภาวะเช่นนี้ทำให้ถูกพันธนาการโดยระดับความดีของธรรมชาติวัตถุ และเมื่อเป็นเช่นนี้จะหลงติดทำงานอยู่ในระดับความดี ตราบใดที่ยังหลงติดอยู่กับการทำงานเช่นนี้เขาจะต้องได้รับร่างกายในระดับต่างๆของธรรมชาติวัตถุ…
ดังนั้นจึงไม่มีโอกาสจะหลุดพ้นหรือย้ายไปยังโลกทิพย์ เขาอาจกลับมาเป็นนักปราชญ์ นักวิทยาศาสตร์ หรือนักกวีซ้ำซาก และถูกพันธนาการในสภาวะที่ได้รับโทษแห่งการเกิดและการตายเช่นเดียวกันนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่เนื่องจากความหลงในพลังงานวัตถุทำให้เขาคิดว่าชีวิตเช่นนี้สุขสบายดี"
[อ้างอิง:หนังสือ ภควัท-คีตา ฉบับเดิม บทที่สิบสี่ โศลกที่หก ย่อหน้าที่สอง หน้าหกร้อยยี่สิบสอง]
ทำเอาสะนินิล"สงสัย"เลยว่า เหล่าฤาษีหนวดยาวที่เต็มไปด้วยความรู้และเป็นสัญลักษณ์ของการหยั่งรู้นั้น แท้จริงแล้วติดแหง็กที่นี้นานเกินไปหน่อยรึเปล่านะ?ดาวเคราะห์นี้ยิ่งนานไปก็ไม่ค่อยน่ารักเท่าไหร่แล้วด้วย เหมือนเรามาหาประสบการณ์แล้วจากที่นี่ไปจริงๆ(ไม่ได้มีเจตนาหลบหลู่นะคะ นินิลแค่ฉงฉัยๆ🤔)
  • ระดับตัณหา
[อ้างอิง:หนังสือวิธีคลายเครียด แนวภักดี-โยคะ หน้าที่สิบเอ็ด]
💚:ไว้มาต่อ ระดับตัณหา ในบทความครั้งหน้านะคะ
😘:ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้นะคะ นินิลไม่ได้จบด้านปรัชญาอาจจะตีความงูๆปลาๆแต่ยังไงนินิลก็ขอขอบคุณที่ท่านอ่านมาถึงตรงนี้นะคะ 
-จาก Ninildanil ค่ะ
โฆษณา