4 พ.ค. เวลา 13:50 • ปรัชญา
วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม

หลักการที่เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิในการดำเนินชีวิตของเราทุก ๆ คน

เราทุกคนต้องเอาธรรมนำชีวิต เอาธรรมนูญนำชีวิตยกเลิกตัวยกเลิกตนเอาธรรมนูญนำชีวิต มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ยกเลิกสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นเป็นตัวเป็นตน มีความสุขกับการประพฤติกับการปฏิบัติ เป็นหน้าที่ของเราพึงประพฤติพึงปฏิบัติ ไม่ต้องอยู่ในความประมาท เพราะความประมาทเป็นสาเหตุให้เกิดความผิดพลาด เกิดความเสียหาย เกิดการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย
เราพากันมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ ปฏิบัติให้ติดต่อต่อเนื่องเหมือนสายน้ำดั่งสายน้ำ เอาความดีและปัญญาเป็นปฏิปทาติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
ความรู้ความเข้าใจ เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ เป็นบริสุทธิคุณ เกิดจากความรู้ความเข้าใจ ความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ความรู้ความเข้าใจที่เกิดจากปัญญาจากการประพฤติการปฏิบัติก็จะเป็นธรรมนูญ เป็นรัฐธรรมนูญในการประพฤติในการปฏิบัติของตัวเราเอง
สัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นตัวเป็นตน เราจะเอาตัวตนนำชีวิต เอาความปรุงแต่งนำชีวิต เอาความยึดมั่นถือมั่นนำชีวิต ความรู้ความเข้าใจเรานี้จะมายกเลิก
สมมติสัจจะที่ชี้ให้เราเห็นในแง่มุมต่าง ๆ ในเรื่องผิดเรื่องถูกเรื่องดีเรื่องชั่ว เรื่องไม่ผิดไม่ถูกไม่ดีไม่ชั่ว นี้เป็นสมมติสัจจะที่จะเป็นหลักการที่จะให้เราประพฤติให้เราปฏิบัติ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างนั้นมันเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย เพราะสิ่งนี้มีสิ่งต่อไปมันถึงมี
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ เราทุกคนต้องเคารพในสมมติสัจจะ ไม่มองข้ามสมมติสัจจะ เน้นที่ใจของเรา ใจของเรานั้นเรารู้เราเข้าใจในใจของเราเอง เราตรึกนึกคิดในเรื่องอะไรคนอื่นเค้าไม่รู้ไม่เข้าใจ แต่เราทุกคนรู้เข้าใจว่าเราคิดอะไรเราปรุงแต่งอะไร
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงให้เราตั้งใจตั้งเจตนา ภาชนะใดที่จะใช้งานได้ต้องเป็นภาชนะที่ตั้งไว้ ภาชนะที่คว่ำย่อมใช้งานไม่ได้ ภาชนะที่ใช้ได้ก็ต้องเป็นภาชนะที่ตั้งไว้ถึงจะใช้ได้
ความตั้งใจตั้งเจตนานี้เป็นหลักการเป็นจุดยืน เพื่อเอาธรรมนูญนำชีวิต ยกเลิกตัวตน มีความสุขในการประพฤติในการปฏิบัติ ความสุขกับความสงบนั้นคืออันหนึ่งอันเดียวกัน ถ้าเรามีความสุขแล้วเราก็มีความสงบ เรามีความสงบองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเสียสละ ถ้าเราไม่เสียสละมันก็จะเป็นนิติบุคคลเป็นตัวเป็นตน
ความไม่รู้ไม่เข้าใจในเรื่องทุกข์ เรื่องเหตุเกิดทุกข์ เรื่องข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ ทุกคนก็ไม่อยากเสียสละ ความไม่รู้ไม่เข้าใจนี้จะเป็นนิติบุคคลตัวตนเป็นเพียงสมาธิเพียงสมาบัติ
ผู้รู้เข้าใจต้องพากันมาเสียสละ การเสียสละคือการให้ทานคือการรักษาศีลคือการเจริญภาวนา รู้จักเหตุรู้จักปัจจัย เราต้องเสียสละ ถ้าไม่เสียสละแล้วจะหยุดสัญชาตญาณไม่ได้ จะเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรมเป็นธรรมนูญไม่ได้ เพราะการเสียสละนั้นจะเป็นธรรมเป็นปัจจุบันเป็นธรรมนูญเป็นรัฐธรรมนูญ
ธรรมนูญนั้นถึงเป็นพระนิพพาน ผู้มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติใจของผู้นั้นก็จะสัมผัสกับพระนิพพานเอง
ผู้ปฏิบัติต้องรู้เข้าใจ พระนิพพานนี้ต้องอยุ่ที่ปัจจุบัน อยู่ที่เราต้องยกเลิกตัวตนเอาธรรมนูญนำชีวิต ธรรมนูญนี้ถึงเป็นพระนิพพาน เพราะธรรมนูญนั้นสาเหตุให้ยกเลิกตัวยกเลิกตน การยกเลิกตัวตนนั้นถึงเป็นพระนิพพาน ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัตินั้นเป็นพระนิพพาน เป็นพระนิพพานไปชั่วขณะ ๆ การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงให้เป็นดั่งสายน้ำ เพื่อให้ปฏิปทามันติดต่อต่อเนื่องเป็นกระบวนการของเหตุของปัจจัย เป็นกระแสของปฏิจจสมุปบาท
พระนิพพานเป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ เป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ เป็นความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
พระนิพพานเป็นความรู้ความเข้าใจเป็นความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
พระนิพพานนั้นถึงเป็นการให้ทานการรักษาศีลการเจริญสมาธิภาวนา พระพพานคือความดีมีความสุขกับการทำความดี การปฏิบัติอย่างนี้ก็จะเป็นพระนิพพานไปชั่วขณะ ๆ
พระนิพพานถึงเป็นเรื่องความรู้ความเข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เพราะปัจจุบันเป็นพื้นเป็นฐานของอนาคต
ด้วยเหตุผลนี้ผู้ปฏิบัติธรรมต้องเอาความรู้คู่กับการปฏิบัติอย่างที่มีความสุข เพื่อไม่ให้เราลูบคลำในศีลในพรตในข้อวัตรข้อปฏิบัติมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน
โฆษณา