5 พ.ค. เวลา 02:02 • ปรัชญา
แค่พาใจกลับมาวางตรงกลาง
แล้ววางสุดโต่งกับvisionวิสสั้น
ลงพริวพรายไปกับกวีเชยของ
คนโง่เขลาอย่าง"ปะต้า" เต๊อะ
นะที่รัก!
1
" โลกมิได้ขัดทางธรรม
ธรรมก็มิได้ฝืนโลก
มีแต่ใจคนที่โยกเยก
ไปตามเงาแห่งตนเอง
1
เมื่อใดหลงคิดว่ารู้แจ้ง
คำก็แรงเกินเหตุเห็น
ยิ่งยกตนเหนือประเด็น
ยิ่งห่างเส้นแห่งความจริง
ธรรมะนั้นมิใช่อำนาจ
ไว้ประกาศว่าตนถูกยิ่ง
หากคือทางให้หยุดจริง
แล้วมองสิ่งตามที่เป็น
ใครจะเห็นต่างอย่างไร
ไม่จำเป็นรึจำต้องตัดสิน
เพียงวางใจบะต้องถวิล
เอาชนะคว้าชัยเหนือผู้ใด
แท้trueแท้จริงปลายทาง
นั้นมิใช่การห้ำจนหั่นใคร
แต่คือรับรู้ว่าใจจะวางใจ
ให้เบาบางสร้างความพอดี
แก่ใจคนและตนเอง"
สิ่งที่เรียกว่า"ทาง”ในคำสอนนั้น
ไม่ได้ตั้งใจจะไปขวางอะไรโลก
อาจเหมือนเป็นข้อเสนอให้มนุษย์
เลือกใช้มากกว่า
โลกก็เดินของโลกไปตามเหตุ
ปัจจัยธรรมะก็เป็นเหมือนแผนที่
อีกแบบหนึ่งว่าถ้าอยากพ้นทุกข์
จะลองเดินทางนี้ดูไหมนะ?
1
พอเอาสองอย่างนี้มาซ้อนกันนะ
บางทีมันดูเหมือนขัดกันเพราะ
โลกชวนให้ไหลไปตามอยาก
แต่ธรรมะชวนให้รู้เท่าทันอยาก
แต่ถ้ามองอีกมุมไม่ใช่ข้อสรุป
ทั้งสองมิได้ขัดขวางกันเสียทีเดียว
แค่เป็นคนละระดับกระมัง
อันหนึ่งอธิบายว่า“มันเป็นอย่างไร”
อีกอันชวนถามว่า“แล้วเราจะอยู่กับ
มันอย่างไร”ต่างหาก
ปะต้ามีความเห็นเขลาๆกับคำว่า “แนะนำให้ทำผิดธรรมชาติของโลก” อาจเกิดจากการมองว่าธรรมะต้อง
ฝืนทุกอย่างแต่ในความหมายดั้งเดิม
ใกล้กับการทำความเข้าใจธรรมชาติ มากกว่าการไปสู้กันขัดกัน
1
เห็นความโลภก็รู้ว่าโลภเห็นความ
โกรธก็รู้ว่าโกรธไม่ได้บังคับให้โลกหยุดมีสิ่งเหล่านี้แค่ไม่ปล่อยให้มัน
ลากเราไปสุดทาง
อีกด้านหนึ่งก็เข้าใจได้ว่าถ้าใคร
ยึดคำสอนแบบแข็งแล้วไปตัดสิน
คนอื่นมันก็ทำให้ดูเหมือนธรรมะ
กลายเป็นเครื่องมือกดคนอื่น
1
ซึ่งอันนี้ไม่ใช่เจตนาของคำสอน
สุดท้ายอาจไม่ต้องรีบตัดสินว่า
อะไรขัดอะไรแค่แยกให้ออกว่า
อะไรคือ“กฎของโลก”กับอะไรคือ
“ทางเลือกของใจ”แล้วคุยกันบน
พื้นฐานนั้นบทสนทนาจะเบาลง
และไม่ต้องมีใครพ่ายใครชนะ
ปะต้าเอ๊ยก่ะเพ้อฝันไป๊!
ไม่รู้ดอกรึมานุดนิ๊อีโก้มาก
เมือกกิเลสเคลือบหนา
จะตุยไปไม่ชอบไม่ใช่ละ
ก่ะ"หัวชนฝา"ยอมตุย
1
กระทู้มีมิติคมลึกดีครับ!
ชื่นชมๆ
โฆษณา