5 พ.ค. เวลา 05:53 • หุ้น & เศรษฐกิจ

คืบหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ นายกฯ สั่ง “เอกนิติ” เร่งศึกษาใน 90 วัน

“พิพัฒน์” เผยคืบหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ นายกฯ สั่ง “เอกนิติ” เร่งศึกษาครบมิติใน 90 วัน
ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้มีการศึกษา โดยให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ดำเนินการภายใน 90 วัน
ซึ่งการศึกษาครอบคลุมทั้งความคุ้มค่าในการลงทุน ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และผลกระทบในด้านอื่นๆ รวมถึงประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับจากโครงการ
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าโครงการแลนด์บริดจ์
โดยรูปแบบโครงการไม่ได้จำกัดเฉพาะระบบราง แต่รวมถึงระบบถนน และระบบท่อสำหรับขนส่งของเหลวหรือพลังงาน เช่น ก๊าซและน้ำมัน
ทั้งนี้ยังต้องรอผลการศึกษาอย่างเป็นทางการต่อไป โดยต้องทำการศึกษาผลกระทบทั้งหมด ดังนั้น เมื่อนายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการ ก็ถือว่านายเอกนิติก็ต้องไปตั้งทีมมาเพื่อทำการศึกษา
ส่วนแนวทางการชี้แจงต่อกลุ่มผู้ไม่เห็นด้วยกับโครงการ นายพิพัฒน์ เผยว่า จำเป็นต้องสร้างความเข้าใจทั้งในด้านผลดีและผลเสีย โดยต้องมีการศึกษาอย่างรอบด้านและสื่อสารกับประชาชน โดยเฉพาะคนในพื้นที่จังหวัดชุมพรและระนอง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ควรได้รับสิทธิในการประกอบอาชีพในพื้นที่ของตนเอง
พร้อมพิจารณาว่าจะมีการสงวนหรือจัดหาอาชีพใดเพื่อทดแทนให้กับผู้ที่อาจเสียโอกาส เช่น กลุ่มประมงพื้นบ้านที่อาจได้รับผลกระทบ ทั้งนี้เห็นว่ามีหลายอาชีพที่สามารถนำมาปรับใช้เพื่อรองรับและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการดังกล่าว
ส่วนจะหยุดกลุ่มผู้ที่จะมาเคลื่อนไหวที่จะมาปักหลักที่ทำเนียบรัฐบาลได้หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ไม่สามารถห้ามได้ เนื่องจากเป็นสิทธิของแต่ละบุคคลในการชุมนุมหรือแสดงออก
อย่างไรก็ตาม ภาครัฐมีหน้าที่ต้องทำความเข้าใจและชี้แจงอย่างชัดเจนถึงประโยชน์ที่เกิดขึ้น ทั้งในระดับโครงการและสิ่งที่ประเทศไทยจะได้รับ
เมื่อถามว่ามั่นใจว่าโครงการนี้จะได้ผลดีมากกว่าผลเสียต่อประเทศใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า จำเป็นต้องรอผลการศึกษาก่อน เนื่องจากหากให้ความเห็นในขณะนี้อาจคลาดเคลื่อนได้ จึงขอให้รอผลการศึกษาอย่างเป็นทางการออกมาก่อน
ส่วนกลุ่มคนจะออกมาคัดค้านเป็นคนในพื้นที่หรือนอกพื้นที่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนเองไม่ทราบว่ามีคนนอกพื้นที่หรือในพื้นที่ ก็น่าจะมีทั้งคนในพื้นที่และนอกพื้นที่ แต่ก็อย่าลืมว่าทุกครั้งที่เราจะมีการ ในอดีตเราก็เคยมีสิ่งต่างๆ ที่มาทำให้เราไม่สามารถขยับหน้าได้ แต่ในปัจจุบันบริบทโลกเปลี่ยนแปลงไป จึงจำเป็นต้องศึกษาความคุ้มค่าใหม่อย่างรอบด้าน
เนื่องจากเป็นการลงทุนขนาดใหญ่ของประเทศ โดยโครงการแลนด์บริดจ์ในครั้งนี้จะไม่ใช้วิธีขุดคลองเหมือนแนวคิดในอดีต ซึ่งเคยถูกตั้งข้อกังวลเรื่องการแบ่งแยกประเทศ แต่จะใช้ระบบขนส่งทางถนน ทางราง และท่อแทน
ขณะที่ข้อห่วงใยของผู้คัดค้านยังคงอยู่ที่ผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งภาครัฐระบุว่าสามารถใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น การก่อสร้างอุโมงค์ เพื่อลดผลกระทบต่อระบบนิเวศได้ และทุกประเด็นยังต้องผ่านการศึกษาอย่างละเอียดต่อไป
อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ : https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/274704
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
และช่องทาง Social Media
โฆษณา