5 พ.ค. เวลา 09:30 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

ภูมิปัญญาชาติพันธุ์ : มูเซอ

ชาวมูเซอดำ(ลาหู่)มีเชื้อสายมาจากชาวโลโล (Lolo) เดิมตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณที่ราบสูงทิเบต-ชิงไห่ ในประเทศจีน
อพยพลงมาผ่านดินแดนแม่น้ำสามขนาน(สาละวิน-โขง-แยงซี)ในมณฑลยูนนาน
ต่อมาถูกชาวฮั่นในจีนรุกราน จึงแบ่งเป็นสี่กลุ่ม(มูเซอดำ,มูเซอแดง,มูเซอเหลืองและมูเซอเฌเล) บางกลุ่มอพยพไปตามแม่น้ำแยงซีบ้าง แม่น้ำโขงบ้าง แต่มูเซอดำส่วนใหญ่อพยพมาตามแม่น้ำสาละวินแล้วอาศัยอยู่ตอนเหนือของเมียนมาร์ระยะหนึ่ง ถูกเปลี่ยนให้นับถือศาสนาคริสต์นิกายโปรแตสแตนท์(แบ้บติสท์)โดยพวกมิชชันนารีในเมียนมาร์
และต่อมาเข้าสู่ทางตอนเหนือของประเทศไทยเพื่อหาที่ทำกินใหม่ในจังหวัดตาก แม่ฮ่องสอน กำแพงเพชร และเชียงรายเป็นต้น
ในจังหวัดตากส่วนใหญ่ตั้งถิ่นฐานอยู่บนพื้นที่สูง เช่น บริเวณดอยมูเซอ อำเภอเมืองตาก และอำเภอแม่สอด 
ภาษามูเซอจัดอยู่ในตระกูลภาษา จีน-ธิเบต (Sino-Tibetan)
 เป็นภาษาคำโดด ไม่มีเสียงพยัญชนะสะกด
กลุ่มมูเซอดำจะใช้ภาษาที่เรียกว่า "ล่าหู่นะ" ซึ่งเป็นภาษาหลักที่กลุ่มมูเซออื่นๆ มักใช้ติดต่อสื่อสารกันเอง 
คำว่า "มูเซอ" เป็นภาษาพม่า แปลว่า "นายพราน" หรือผู้ชำนาญในการล่าสัตว์โดยใช้หน้าไม้ ต่อมาวิถีชีวิตเปลี่ยนจากการล่าสัตว์มาเป็นการทำเกษตรบนที่สูง
ชาวมูเซอ(ลาหู่)รวมตัวกันนำผลผลิตทางการเกษตรเมืองหนาวมาจำหน่ายในตลาดเฉพาะริมทาง โดยสินค้าหลักมักเป็น ผัก, ผลไม้, ผลไม้แห้ง, สมุนไพร, และของป่าตามฤดูกาล ซึ่งสร้างรายได้และกลายเป็นจุดแวะพักที่ได้รับความนิยม
ปัจจุบันชาวมูเซอดำในจังหวัดตากปรับตัวเข้ากับวิถีพานิชย์ ทำตลาดเพื่อจำหน่ายผลผลิตจากหมู่บ้านตนเอง ทำให้เกิดตลาดของที่ระลึกและพืชผลทางการเกษตรตลอดเส้นทางหลัก และกลายเป็นตลาดเอกลักษณ์มูเซอดำ
นับถือผีบรรพบุรุษ เป็นรากฐานเดิมของเผ่ามูเซอทุกกลุ่ม โดยนับถือเทพเจ้าสูงสุดคือ "กื่อซา" (Geusha) หรือพระเจ้าผู้สร้างโลก ซึ่งความเชื่อเรื่องพระเจ้าองค์เดียวนี้เองที่ทำให้ชาวมูเซอรับศาสนาคริสต์ได้ง่ายเพราะมีแนวคิดที่สอดคล้องกัน
แต่ก็เป็นศาสนาผสมผสาน  แม้กาลเวลาล่วงเลยนานมาก มูเซอหลายกลุ่มยังคงรักษาประเพณีดั้งเดิมควบคู่ไปกับศาสนาใหม่ เช่น "ประเพณีกินวอ" (ปีใหม่มูเซอ) แม้ในกลุ่มที่เปลี่ยนมานับถือคริสต์แล้ว ก็มักจะปรับประเพณีนี้ให้เป็นการ "ขอบคุณพระเจ้า" ที่ให้ผลผลิตทางการเกษตรแทน
มูเซอบางกลุ่มที่อาศัยในลุ่มน้ำโขง มณฑลยูนนาน ประเทศจีน ก็นับถือศาสนาพุทธ เพราะมีที่ทำกินบนที่ราบใกล้ชนเผ่าไทลื้อ
มูเซอ หรือ ลาหู่ มีความหลากหลายมากกว่าที่เห็นเพียงภายนอก
มูเซอในประเทศไทยถูกแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ตามสีของเครื่องแต่งกายและสำเนียงภาษาดังนี้
1.มูเซอดำ (ลาหู่นะ): เป็นกลุ่มดั้งเดิมและมีประชากรมาก มักสวมชุดสีดำขลิบแดง.
2.มูเซอแดง (ลาหู่ญี): เป็นกลุ่มที่มีประชากรมากที่สุดในไทย.
3.มูเซอเหลือง (ลาหู่ชี หรือมูเซอกุ้ย): มีประชากรค่อนข้างน้อย.
4.มูเซอเฌเล (ลาหู่เชเล): อีกหนึ่งกลุ่มที่มีเอกลักษณ์การแต่งกายเฉพาะตัว.
แต่ หากนับรวมกลุ่มย่อยทั่วโลก (จีน พม่า ไทย) อาจแบ่งได้มากถึง 23 กลุ่มย่อย ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่ใช้ในการแบ่ง
ชาวมูเซอมีความเชื่อเรื่อง "กื่อซา" (Geusha) ซึ่งเป็นพระเจ้าสูงสุดเพียงองค์เดียวผู้สร้างโลก เมื่อมิชชันนารีนำศาสนาคริสต์เข้ามาสอนเรื่องพระเจ้าในศาสนาคริสต์ ชาวมูเซอจึงรู้สึกว่าเข้ากับความเชื่อเดิมของตนได้ง่ายกว่าศาสนาที่นับถือเทพหลายองค์.
บทบาทของมิชชันนารี (Missionaries)ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17-19 คณะแพทย์, นักบวชอย่าง เยซูอิต (Jesuits) และภายหลังคือกลุ่ม แบ็บติสต์ (Baptists) ได้พยายามเข้าไปเผยแผ่ศาสนาในพื้นที่ปิด โดยเฉพาะทางเหนือของเมียนมาร์
โฆษณา