Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
WealthThink
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 04:00 • ธุรกิจ
บทเรียนการส่งต่อธุรกิจ Kikkoman อาณาจักรโชยุญี่ปุ่น 400 ปี ตั้งแต่สมัยอยุธยา
เวลาเราไปร้านอาหารญี่ปุ่นแทบทุกร้าน สิ่งหนึ่งที่มักจะวางอยู่บนโต๊ะเสมอก็คือ โชยุฝาแดง ดิไซน์คลาสสิกของ Kikkoman
แต่รู้หรือไม่ว่า ภายใต้ขวดแก้วทรงกรวยดิไซน์เรียบง่ายนี้ คืออาณาจักรเครื่องปรุงรสที่มีอายุยืนยาวนานกว่า 400 ปี หรือเทียบย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยประเทศไทย ยังเป็นอาณาจักรอยุธยา
ซึ่งด้วยอายุธุรกิจที่ยาวนานขนาดนี้ เราก็สามารถบอกได้เลยว่า คำสาป 3 รุ่นของธุรกิจครอบครัวอันแสนโด่งดัง ไม่สามารถทำอะไรอาณาจักรโชยุแห่งนี้ได้เลย
โดย Kikkoman ยังสืบทอดกิจการต่อกันมาเกือบ 20 รุ่น แถมเติบโตกลายเป็นบริษัทมหาชนระดับโลก ที่มีรายได้กว่า 150,000 ล้านบาทต่อปี
หรือคิดเป็นยอดขายที่ไหลเข้าบริษัทสูงถึงวินาทีละ 4,750 บาทเลยทีเดียว..
และแน่นอนว่า การรักษาธุรกิจครอบครัวให้อยู่รอดมาได้นานหลายร้อยปี แถมยังเป็นธุรกิจที่เกิดจากการรวมตัวกันของหลายตระกูลนั้นคงไม่ใช่เรื่องง่าย
หากอยากรู้ว่าพวกเขาทำอย่างไร ?
มาหาคำตอบด้วยกันกับ WealthThink ทำความมั่งคั่ง ให้เป็นเรื่องง่าย
เรื่องราวทั้งหมด ต้องย้อนกลับไปในศตวรรษที่ 17 ที่เมืองโนดะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งในตอนนั้นมีสองตระกูล ที่กำลังเริ่มทำธุรกิจเครื่องปรุงรสของตัวเอง อยู่ในเมืองเดียวกัน
ตระกูลแรกคือ ตระกูล Takanashi ที่เริ่มต้นธุรกิจด้วยการเปิดโรงหมักโชยุ
ส่วนอีกตระกูลคือ ตระกูล Mogi เริ่มต้นธุรกิจจากการทำมิโซะ หรือเต้าเจี้ยวญี่ปุ่น
ในช่วงแรก ทั้งสองตระกูลต่างคนก็ต่างทำธุรกิจของตัวเอง โดยแทบไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกันเลย
จนกระทั่งในปี 1764 จุดเปลี่ยนสำคัญก็เกิดขึ้น..
เมื่อลูกชายคนโตของตระกูล Takanashi ตัดสินใจแต่งงานกับลูกสาวตระกูล Mogi พร้อมเปลี่ยนมาใช้นามสกุลฝั่งภรรยา
และลูกชายจากตระกูล Takanashi ก็ไม่ได้มาแต่ตัว แต่ยังนำเอาความรู้ความเชี่ยวชาญในการหมักโชยุ มาช่วยวางรากฐานธุรกิจให้กับฝั่งตระกูล Mogi จนสามารถสร้างโรงงานผลิตโชยุแห่งแรกได้สำเร็จ
ซึ่งการทำมิโซะและการทำโชยุ ก็มีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันมาก นั่นคือการใช้ถั่วเหลือง และกระบวนการหมักเป็นหลัก
ทำให้หลังจากการเกี่ยวดองกันในครั้งนี้ ตระกูล Mogi สามารถนำเอาความรู้มาต่อยอด และผลิตโชยุ จนประสบความสำเร็จอย่างก้าวกระโดด
ความสำเร็จนี้สร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ ทำให้สมาชิกคนอื่น ๆ ในตระกูลเริ่มเห็นโอกาส และแตกสายออกไปเปิดโรงงานผลิตโชยุของตัวเองกันมากขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อเวลาผ่านไปเป็นร้อยปี ธุรกิจของทั้งตระกูล Mogi และ Takanashi ต่างก็แตกสาขา จนมีโรงงานโชยุผุดขึ้นมากมายทั่วเมืองโนดะ
จนกระทั่งในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 อุตสาหกรรมซีอิ๊วของญี่ปุ่นต้องเผชิญกับแรงกดดันรอบด้าน
จากทั้งต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นและการทำสงครามราคาระหว่างผู้ผลิตด้วยกันเอง จนทำให้ผู้ผลิตหลายรายต้องทยอยปิดตัวลง
วิกฤติที่เกิดขึ้น บีบให้ผู้นำของตระกูลดั้งเดิม ทั้งตระกูล Mogi และตระกูล Takanashi กว่า 8 สายครอบครัว ซึ่งล้วนมีความเกี่ยวข้องกันทางสายเลือดและการแต่งงาน
ต้องหันมาจับเข่าคุยกันอย่างจริงจัง เพื่อหาทางออกให้ธุรกิจอยู่รอด จนนำไปสู่การควบรวมกิจการครั้งสำคัญ ภายใต้ชื่อ Noda Shoyu
ก่อนที่ในเวลาต่อมา จะเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Kikkoman Corporation ตามชื่อแบรนด์ Kikkoman
อย่างไรก็ตาม การรวมตัวครั้งนั้นก็ไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด เพราะการนำกิจการของหลายครอบครัวมารวมกัน หมายถึงการต้องประเมินมูลค่าทั้งโรงงาน ทรัพย์สิน และกิจการของแต่ละฝ่าย เพื่อจัดสรรสัดส่วนการถือหุ้นใหม่
และแน่นอนว่า เมื่อเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของหลายฝ่าย การเจรจาก็ย่อมเต็มไปด้วยการต่อรองผลประโยชน์ จนเกิดความขัดแย้งกันอย่างเลี่ยงไม่ได้
แต่ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียด สุดท้ายผู้นำทุกสายก็จำเป็นต้องยอมลดอีโกลง เพื่อหาทางออกร่วมกัน
และนั่นนำไปสู่การสร้างธรรมนูญครอบครัว เพื่อใช้เป็นกติกากลางในการบริหารคนจากหลายสายครอบครัว ให้อยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นระบบ
ซึ่งหนึ่งในกฎเหล็กสำคัญ ที่ช่วยให้ Kikkoman อยู่ยืนหยัดมาหลายร้อยปีนั่นคือ การจำกัดโควตาทายาทจากแต่ละครอบครัว ให้สามารถเข้ามาทำงานในบริษัทได้เพียง 1 คนต่อ 1 รุ่นเท่านั้น
อธิบายง่าย ๆ คือ แม้ทั้ง 8 สายครอบครัวจะมีลูกหลายคน แต่จะสามารถส่งตัวแทนเข้ามาทำงานได้เพียงรุ่นละ 1 คน ซึ่งก็เท่ากับว่าในแต่ละรุ่น จะมีคนจากตระกูลอยู่ในบริษัทได้เพียง 8 คนเท่านั้น
เหตุผลก็เพื่อรักษาสมดุล ไม่ให้สายตระกูลใดตระกูลหนึ่ง มีอำนาจครอบงำบริษัทมากเกินไป และลดความซับซ้อนของโครงสร้างการถือหุ้นที่อาจกระจายตัวจนบริหารจัดการได้ยาก
แต่ถ้าครอบครัวสายไหนไม่มีทายาท หรือลูกหลานในรุ่นนั้นไม่มีความสามารถเพียงพอ
ก็สามารถรับบุคคลภายนอกที่มีความสามารถเข้ามาเป็นบุตรบุญธรรม เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทนของครอบครัวได้
ระบบนี้จึงทำให้ลูกหลานของแต่ละตระกูล ไม่สามารถทำตัวสบาย ๆ แล้วรอได้รับตำแหน่งในบริษัท เพราะหากไม่มีความสามารถ โอกาสที่จะเข้าไปทำงานก็อาจตกเป็นของคนนอกได้
อีกด้านหนึ่งระบบนี้ยังช่วยให้มั่นใจได้ว่า แต่ละตระกูลจะมีตัวแทนที่เหมาะสม เข้ามาทำงานอยู่ในบริษัทเสมอ
อย่างไรก็ตาม แม้จะได้สิทธิ์เข้ามาทำงานในบริษัท ก็ยังไม่ได้การันตีว่าพวกเขาจะมีโอกาสก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งบริหาร
เพราะทุกคนต้องเริ่มต้นเหมือนพนักงานทั่วไป และใช้ผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์ความสามารถของตัวเอง
และตัวอย่างที่เห็นภาพชัดเจนที่สุด คือเรื่องราวของคุณ Yuzaburo Mogi บุคคลสำคัญที่มีบทบาทมาก ในการบริหารและขยายอาณาจักร Kikkoman จนเติบโตเป็นแบรนด์ระดับโลก
ที่แม้ตัวเขาเองจะเป็นลูกชายของคุณ Keizaburo Mogi อดีตประธานบริษัท แต่เส้นทางการทำงานของเขา ก็ไม่ได้ถูกปูไว้ให้ก้าวสู่ตำแหน่งสูงสุดทันที
เพราะหลังจากเข้ามาทำงานในบริษัท เขายังต้องใช้เวลาพิสูจน์ฝีมือนานกว่า 37 ปี กว่าจะไต่เต้าขึ้นสู่ตำแหน่งประธานบริษัทได้สำเร็จ
เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า สำหรับ Kikkoman คำว่าทายาท เป็นเพียงประตูบานแรกที่เปิดโอกาสให้เข้ามาเรียนรู้ธุรกิจของครอบครัว
แต่สิ่งที่จะพาคนคนหนึ่งขึ้นไปนั่งในตำแหน่งผู้นำได้จริง ไม่ใช่แค่นามสกุลที่พ่วงท้าย แต่คือความสามารถและผลงานที่ต้องพิสูจน์ให้เห็นได้จริงในระยะยาว
นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ Kikkoman ไม่ได้เป็นเพียงธุรกิจครอบครัวที่อยู่รอดมา 400 ปี แต่ยังสามารถเปลี่ยนตัวเองจากโรงหมักโชยุท้องถิ่นในเมืองโนดะ
ให้กลายเป็นบริษัทมหาชนระดับโลก ที่มียอดขายกว่า 100,000 ล้านบาท และได้รับการยอมรับ จนสินค้าถูกวางอยู่บนโต๊ะอาหารของผู้คนในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก
บทเรียนจากอาณาจักร 400 ปีแห่งนี้ จึงสอนให้เห็นว่า การรักษาธุรกิจครอบครัวให้ยั่งยืน ไม่ใช่การพยายามยัดเยียดลูกหลานทุกคนให้เข้ามามีส่วนร่วมในกิจการ
แต่การสร้างกติกาที่ชัดเจนพอจะคัดกรองคนที่มีความเหมาะสม ให้เข้ามาดูแลทรัพย์สิน และชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลต่อไปต่างหาก คือความยั่งยืนที่แท้จริง
เพราะสุดท้ายแล้ว หากธุรกิจครอบครัวสามารถแยกคำว่า สายเลือด ออกจากความสามารถได้อย่างชัดเจน
ความมั่งคั่งที่สร้างขึ้นมาก็อาจจะไม่ได้หยุดอยู่แค่รุ่นพ่อ รุ่นลูก หรือรุ่นหลาน
แต่จะกลายเป็นตำนานที่ถูกส่งต่อข้ามกาลเวลา เหมือนกับอาณาจักรโชยุ Kikkoman ที่ยืนหยัดมาได้เกือบ 20 รุ่น จนถึงวันนี้นั่นเอง..
#WealthTransfer
#ธุรกิจครอบครัว
#Kikkoman
References
-
https://kikkomanusa.com/homecooks/about-us/
-
https://www.soyinfocenter.com/books/287
-
https://www.soyinfocenter.com/HSS/soy_sauce5.php
-
https://www.soyinfocenter.com/HSS/kikkoman.php
-
https://svasalife.com/family-rules-a-recipe-for-success/
-
https://www.alumni.hbs.edu/stories/Pages/story-bulletin.aspx?num=5421
-
https://nikkeiforum.com/ngmf2012en/speakers/07.html
-
https://www.soyinfocenter.com/
-
https://www.longtunman.com/47760
ธุรกิจ
3 บันทึก
11
4
3
11
4
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย