Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
PataSecaYoo
•
ติดตาม
5 พ.ค. เวลา 13:09 • หุ้น & เศรษฐกิจ
แลนด์บริดจ์ทางรอดหรือทางร่วง ?
มองแบบตรงไปตรงมาเป็น
คำถามเชิงเทคนิคหรือเศรษฐกิจล้วนๆเลยละ
เป็น“เกมส์อำนาจ”ที่มีโลจิกของ
รัฐการเมืองและภูมิรัฐศาสตร์
ซ้อนกันอยู่หลายชั้นโครงการ
Land Bridge Thailandจึง
ไม่ได้ถูกตัดสินด้วยตัวเลขผลตอบแทนอย่างเดียวดอกแต่ว่า
“ใครได้ใครเสียและใครคุม
เกมส์”มากกว่า
วิธีคิดแรกแบบรัฐรวมศูนย์ โครงการระดับเมกะโปรเจกต์
ในไทยมักเกิดจาก“การสร้างความหมาย”มากกว่าความ
จำเป็นเชิงตลาดประเทศ
รัฐต้องเล่าเรื่องว่านี่เป็นทางลัดใหม่ของโลกเป็นหมากใหญ่
เชื่อมมหาสมุทรแต่ในโลกความจริงเส้นทางขนส่งไม่ได้เปลี่ยนเพราะความฝัน
จะเปลี่ยนเมื่อ“ต้นทุน-เวลา-
ความเสี่ยง”ดีกว่าของเดิมอย่างชัดเจนทว่าคู่แข่งโดยตรงคือ Strait of Malaccaที่มีทั้งระบบนิเวศโลจิสติกส์และความคุ้น
ของตลาดฝังรากลึก
ถ้าแลนด์บริดจ์ลดต้นทุนรวม
ไม่ได้จริงก็เป็นแค่“ทางเลือก
เชิงการเมือง”ไม่ใช่ “ทางที่
เลือกเชิงตลาด”ประเทศสู่โลก
วิธีคิดที่สองโครงสร้างอำนาจภายในโครงการนี้เครื่องมือ consolidateอำนาจของรัฐ
งบประมาณมหาศาลสัมปทานระยะยาวการจัดสรรที่ดิน
สิ่งเหล่านี้สร้างเครือข่ายผลประโยชน์ใหม่ที่หอมหวาน
ทั้งสิ้น
ถามว่า“รอดไหม“มิติการเมือง
มีแรงผลักให้“ต้องรอดในเชิงนโยบาย”เพราะมันผูกกับความชอบธรรมของผู้ผลักดัน
แต่การรอดเชิงนโยบาย ≠
(ไม่เท่ากับ)การรอดได้เชิงเศรษฐกิจเราเคยเห็นโมเดล
แบบนี้ในโครงการขนาดใหญ่
หลายแห่งทั่วโลกที่สร้างเสร็จ
แต่ไม่ถูกใช้เต็มศักยภาพ
“ป่าช้ารกร้างไร้ประโยชน์”
วิธีคิดที่สามคือภูมิรัฐศาสตร์
โลกกำลังรีเซ็ตห่วงโซ่อุปทาน
การแข่งขันระหว่างมหาอำนาจทำให้เส้นทางโลจิสติกส์กลาย
เป็นยุทธศาสตร์หอมหวานของประเทศไทย(ไม่รู้ของไทยรึ
ของใคร?)
พยายามวางตัวเป็น“ตัวกลาง”
มีความเสี่ยงจะถูกดึงเข้าไปเป็นหมากในเกมส์ของคนอื่น
หากโครงการนี้alignกับยุทธศาสตร์ของผู้เล่นใหญ่
มันจะถูกอัดทรัพยากรและ
“รอดแบบถูกแบก”
แต่ถ้าไม่ละก็มันจะกลายเป็น
สินทรัพย์โดดเดี่ยวที่ไม่มี demandจริงปะต้าเอาหัว
เอาตับเอาเซี่ยงจี้เป็นประกัน!
วิธีคิดสี่คือจุดชี้ชะตาความโปร่งใสความต่อเนื่องของนโยบายความสามารถในการบริหารสัมปทานระยะยาวไง
ถ้าระบบยังติดกับดักราชการ
แบบsiloและการเมืองแบบ
เปลี่ยนขั้วแล้วรีเซ็ตทุกอย่าง
โครงการลักษณะนี้มีแนวโน้ม “ร่วงแบบช้าๆ”ไม่ล้มทันทีแต่
ไม่เคยไปถึงศักยภาพจริงสักที
เอาแก่นสุดท้ายเลย !
อันนี้แก่นอัปยศอดสูสุดๆที่ว่าคือ“ภาพลวงตาของขนาด”
คนมักคิดว่าใหญ่ = สำคัญ = สำเร็จ หลอกลวงดูดผลาญ
งบประมาณหดหู่ไปถึงลูกหลาน
ถ้าเป็นเยี่ยงนั้นนะ
สรุปอย่างโง่เขลาเต่าตุ่นเลย
แลนด์บริดจ์มีโอกาส“รอดใน
เชิงการเมือง”สูงแต่“รอดใน
เชิงเศรษฐกิจจริงต่ำรึยังเป็น
คำถามเปิดถ้าไม่สามารถทำ
ให้ผู้ใช้เลือกมันด้วยเหตุผลทางธุรกิจ(ไม่ใช่แรงจูงใจพิเศษหรือแรงกดดันทางการเมือง)
จะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐาน
ที่มีอยู่แต่ไม่ใช่ตัวเปลี่ยนเกมส์
ชี้ขาดจริงต้องดูสัก 3สัญญาณ
นักลงทุนเอกชนลงเงินจริงแค่
ไหน,สายเรือระดับโลกcommit ใช้เส้นทางหรือไม่, รัฐไทยกล้าปรับกติกาให้แข่งขันได้จริงหรือเปล่า?
ถ้าสามอย่างนี้ไม่เกิดพร้อมกัน
คำว่า“ร่วง”ล่อแล่จะไม่มาแบบเสียงดังแต่มาแบบเงียบงันและยาวนาน
อยากบอกว่าเงินทุกบาททุก
สตางค์จากหยาดเหงื่อทุก
หยาดทุกหยดของประชาชน
โดยเฉพาะผู้ใช้แรงงานที่ปั้น
เป็นงบประมาณ(ภาษี)นั้นมัน
มีคุณค่ามากๆทั้งสิ้น
จะกินจะโกงก็ให้สำรอกผลประโยชน์ออกมาให้ประโยชน์
เจ้าของเงินแผ่นดินบ้างไม่คืน
ให้เขามุมมามท้องแตกตุยตาย
ไปก็เอาไปไม่ได้ได้แต่คำสาบ
แช่งวิญญาณไม่สุขเปล่าๆ
การลงทุน
ความคิดเห็น
ความรู้รอบตัว
1 บันทึก
3
1
3
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย