1 ชั่วโมงที่แล้ว • กีฬา
Ariake Arena

เมื่อ “Ironman” กลายเป็น “Normal Man”

คงไม่สายเกินไปนักสำหรับการพูดถึง
คู่มวยชิงแชมป์เฉพาะการ Kick boxing รุ่นฟลายเวต
ของศึก One Samurai จากรายการ One Championship
จัดที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา
ระหว่าง “รถถัง จิตรเมืองนนท์” พบ “ทาเครุ เซกาวา”
โดยไฟต์นี้เป็นไฟต์อำลาชีวิตการชกมวยของทาเครุ
ซึ่งเมื่อปีที่แล้วในการพบกัน ทาเครุพลาดท่า
โดนรถถังน็อคในเวลาเพียงไม่กี่วินาทีของยกแรก
เขาจึงเลือกที่จะแก้มือล้างตา
ก่อนจะอำลาสังเวียนไปอย่างถาวร
ทั้งนี้แฟนมวยชาวไทยเรารวมทั้งตัวรถถัง
ก็เชื่อและมั่นใจว่าผลการต่อสู้จะเพิ่มชัยชนะ
ให้เขาอีกครั้งอย่างแน่นอน ไม่ชนะน็อคก็ชนะคะแนน
และผลการชกก็เป็นที่ทราบกันไปแล้วว่ารถถัง
ยอดมวยไทย ฉายา Iron man ของเรา
โดนทาเครุ ตะบันน็อคดาวน์ซะสามนับ
ก่อนจะระดมหมัดชุดคอมโบ้
ถล่มรถถังแพ้น็อกในยกที่ 5
ล้างตาได้สำเร็จยิ่งใหญ่โรงเรียนญี่ปุ่น
ทำให้นักชกคางหินอย่างรถถัง
ถึงกับนั่งเสียน้ำตาคาสังเวียน
เป็นข่าวดังดราม่า รถผ้าป่าคว่ำครั้งใหญ่ในวงการมวย
ขอวิเคราะห์สาเหตุความพ่ายแพ้ของรถถังเป็น ตามทัศนะของผมนะครับ
1.ความพร้อมของนักมวย
ตัวทาเครุฟิตซ้อมอย่างหนักมาร่วมหกเดือนพร้อมดูแลเรื่องน้ำหนักตัวมานาน ส่วนรถถังน่าจะซ้อมมาได้ไม่เกินสองเดือน นน.ตัวก็เกินอยู่ 3-4 กก.จนต้องรีด นน.ลงในสัปดาห์เดียว
ส่วนความพร้อมของร่างกายทาเครุเหนือกว่ามาก ความพร้อมด้านจิตใจก็เช่นกัน รถถังเสียสมาธิไปกับคดีความกับวัน แชมป์เปี้ยนชิพ,การเป็นอินฟลูเอนเซอร์,การไปเตะบอล และการซ้อมมวยเองที่ครอบครัวภรรยา ส่วนทาเครุ มีวินัยสูงและความกระหายในชัยชนะ เพราะอยากคว้าชัยชนะในไฟต์อำลา
2.ความมั่นใจ
- ชัยชนะน็อคครั้งที่แล้ว ทำให้รถถังมั่นใจว่ายังไงประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเดิม ขณะที่ทาเครุสร้างความมั่นใจด้วยการฝึกซ้อมหนักแก้ทางมวยมาอย่างดี ทำให้ผมนึกถึงยอดมวยที่ไม่เคยเเพ้ใครอย่าง “ไมค์ ไทสัน” ที่พ่ายน็อคครั้งแรกกับมวยรองบ่อนอย่าง “เจมส์ ดักลาส” ในยกที่ 8 ณ ประเทศญี่ปุ่น
โดยข่าวว่าไทสันซ้อมมวยไม่เต็มที่ ติดงานสังคม ประมาทคู่ต่อสู้ที่มองไม่เห็นว่าจะชนะเขาได้ บางทีความมั่นใจเกินไปก็อาจทำให้ติดชายแดนของความประมาทไปโดยปริยาย
3.สถิติที่ผ่านมา
- หลังจากทั้งคู่ได้เจอกันเมื่อครั้งก่อน ทาเครุได้รับชัยชนะอย่างทรานซิน มวยเก่งจากเมียนมา และน็อคจอมทรหดอย่างเดนิส พูริชอย่างงดงาม ส่วนรถถังว่างเว้นการชกมานาน จากการทำน้ำหนักและค่าน้ำไม่ดีพอ ร่างกายไม่ดี อดชกกับนักมวยอย่างน้องโอ๋ ความต่อเนื่องของทาเครุจะดีกว่า
ผลการชนะน็อคอย่างรวดเร็วในครั้งก่อน ไม่สามารถการันตีการชกครั้งนี้ได้. เช่นการพ่ายแพ้ของโจนาธาน แฮ็กเกอร์ตีต่อซุปเปอร์เล็กในครั้งก่อน เพียงไม่กี่วินาทีของยกแรก ก็เป็นการพ่ายแพ้ที่ไม่ได้พิสูจน์ฝีมือเชิงมวยกันอย่างแท้จริง ชกกันใหม่อาจจะหนังคนละม้วนก็เป็นได้
4.เชิงมวย
- ทั้งคู่เป็นยอดมวยคนละแบบ รถถังมาจากมวยไทย ใช้หมัดเท้า เข่า ศอก ครบเครื่อง แต่การชกครั้งนี้เขาใช้ศอกไม่ได้ ลูกเตะก็มีให้เห็นน้อย มีแต่ลูกถีบที่ทำได้ดี สปีดหมัดช้ากว่าทาเครุอยู่ไม่น้อย
ด้านทาเครุ ยอดมวยคิกบ๊อกซิ่งมีทีเด็ดที่สปีดหมัดที่รวดเร็ว ลูกเตะขาคาฟคิก และลูกถีบจิกท้องสไตล์คาราเต้ (มิกาซูกิ เกรี่) ที่เคยทำให้ซุปเปอร์เล็กเกือบโดนน็อคมาแล้ว รวมทั้งสเต็ปขาฟุตเวิร์คที่คล่องแคล่วเช่นมวยสากล ทั้งคู่จัดเป็นมวยไฟเตอร์ที่ใช้เกียร์เดินหน้าเป็นหลัก ถอยหลังไม่เป็น
5.ความทรหด
- รถถังเป็นมวยคางหินมากๆ ไม่แพ้น็อคใครมาร่วม 10 กว่าปี การโดนนับครั้งที่ต่อยกับซุปเปอร์เล็กครั้งก่อน แฟนมวยก็มองว่าเสียหลักล้มมากกว่า ส่วนทาเครุก็เป็นมวยคางหินคนหนึ่ง ครั้งก่อนการ์ดขวาเขาตก โดนหมัดซ้ายของรถถังหมัดเดียว โดนนับแล้วลุกไม่ไหว
ครั้งนี้มันกลับกัน ทาเครุก็โดนรถถังค่อยเต็มๆ หลายหมัด แต่เขาทนได้ แถมยิ้มเยาะอย่างไม่สะท้าน ฝ่ายรถถังของเราโดนเมื่อไหร่มีอาการทุกครั้ง ไม่เป็นร่างทองจอมทรหดคนเดิมที่เคยเป็น เมื่อทาเครุทนน้ำหนักหมัดรถถังได้ เขาไม่กลัว ซ้ำรัวแลกหมัดซัดรถถังกองเวทีในยกสุดท้าย
6.จุดเปลี่ยนของการชก
- เซียนมวยต่างพูดกันเป็นเสียงเดียวกันว่า นับแรกที่รถถังโดนเป็นการเสียหลักไม่น่าโดนนับ ทำให้รูปเกมเปลี่ยนไป เขาต้องตะลุยเเลกหมัดเพื่อเอาคะแนนคืน จึงเข้าทางทาเครุที่มีสปีดหมัดที่ไวกว่า รอดักซ้ายเข้าเต็มกรามรถถังอีกหนึ่งนับ สมาธิในการชกจึงไม่ค่อยดี หาโอกาสแต่จะลุยเอาคืน จนลืมใช้แข้งใช้เข่า อาวุธหลักของมวยไทย
เฉกเช่นนักมวยไทยหลายคนที่ไปยืนแลกหมัดกับนักมวยต่างชาติ โดยเฉพาะนักมวยรัสเซียต่างโดนน็อคกันระนาว ในกติกามวยไทยวันลุมพินี สวมนวมเล็กเปิดนิ้วขนาดสี่ ออนซ์ ซึ่งถ้าเป็นนวมขนาดนี้มาใช้ในศึกครั้งนี้ของทั้งคู่ เข้าใจว่าการชกคงไม่ถึงห้ายกเป็นแน่
.
.
.
ข้อสรุป ความพร้อมความฟิตของร่างกายและจิตใจ เป็นสาเหตุใหญ่ในการพ่ายแพ้ครั้งนี้ของรถถัง เป็นที่น่าจับตาและติดตามว่าเขาจะกลับมาเก่งและแกร่งเป็นคนเดิมได้หรือไม่? ในวัยเพียง 28 ปีเศษ มีเงินทองร่ำรวยใช้เช่นเศรษฐีคนหนึ่งในประเทศ มีครอบครัวที่อบอุ่น ลูกชายที่น่ารักและลูกสาวจากภรรยาเก่า เป็นยูทูปเบอร์ที่มีคนติดตามมากมาย มีเพื่อนฝูงทั้งในวงการและนอกวงการไม่เว้นแม้แต่ เจ้าของเฟซบุ๊กอย่าง มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ก็ยังเป็นเอฟซี
ปัจจัยเหล่านี้จะทำให้เขามีไฟที่จะฮึดฟื้นฟอร์มเดิมได้หรือเปล่า อนาคตข้างหน้าคงได้คำตอบ ก็ต้องให้กำลังใจกับตัวรถถังนะครับ ผมก็เป็นแฟนมวยของเขาคนหนึ่ง ก็วิจารณ์ไปตามทรรศนะส่วนตัว เรื่องของกีฬาย่อมมีแพ้มีชนะ และขอปรบมือดังๆ ให้ผู้ชนะอย่างทาเครุที่มุ่งมั่น เข้มแข็ง มีวินัยเกินร้อยจริงๆ ขวัญใจชาวอาทิตย์อุทัย แขวนนวมไปอย่างสง่างามด้วยวัย 34 ปี
Cr.ภาพจากสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส
โฆษณา