วันนี้ เวลา 01:06 • ข่าวรอบโลก
ถ้านายังไม่เป็นของนักเลง ก็ยังเป็นนาอยู่ ทำนา ปลูกข้าว ขายข้าว ก็จนเหมือนเดิม ราคาข้าวตกต่ำ และราคาขายปลีกแพงขึ้น เงินก็ไม่ได้ตกถึงชาวนา เพราะอยู่ตรงผู้ค้าคนกลาง
ส่วนนักเลง เขาเป็นผู้พัฒนา ดังนั้นนาของเขา คือที่ดินปลูกอสังหา เขาพัฒนาโดยการสร้างบ้าน ถนน ติดไฟฟ้า เดินท่อประปา ทำหมู่บ้าน ให้คนมีถนนใช้ มีบ้านอยู่ เปิดร้าค้าขายได้ ทำธุรกิจได้ ที่ดินตรงนั้นก็เจริญขึ้น
ถ้าเป็นผู้ใหญ่บ้าน ก็คงต้องดูว่า ที่ดินที่นักเลงต้องการ มันนำความเจริญมาจริงไหม ถนนจะตัดผ่านหรือเปล่า ไม่ใช่ที่ดินทุกแปลงจะขายได้ราคา และถนนคงไม่ได้ตัดผ่านนาทุกไร่ ดังนั้นจะมีคนที่ขายได้ราคา และ มีคนที่ขายไม่ได้ รวมถึงที่ดินตาบอด ที่นักเลงไม่ต้องการ
งานนี้ต้องคุย ใครได้ใครเสีย แต่ชาวบ้านคนเห็นแก่ได้ ก็อยากขาย คนที่หวงที่ทำกิน ก็ไม่อยากขาย แต่เวลานายทุนซื้อที่ เขาเอาแต่ที่งามๆ ตรงไหนพัฒนาไม่ได้ เขาก็ไม่เอา ตรงไหนพัฒนาได้ เขาก็ให้ราคาดี
แต่ถ้าชาวบ้านมองการพัฒนาเป็นการทำลายนาข้าว ไม่ต้องการถนน เดี๋ยวมลพิษเยอะ ไม่ต้องการบ้านจัดสรร เพราะเดี๋ยวปลูกข้าวไม่ได้ ความเจริญไม่ดี ประท้วงกันเข้าไป หมู่บ้านนี้ก็ทำนา สงบเงียบตามเดิม แล้วชาวบ้านก็จะโวยวายกับผู้ใหญ่บ้าน ทำไมหมู่บ้านเราไม่พัฒนาเหมือนหมู่บ้านอื่นบ้าน
ชาวบ้านอยากพัฒนาบ้าง แต่ไม่เอาตึก ไม่เอาบ้านจัดสรรนะ ไม่เอาถนน ขอแต่ประปา กับไฟฟ้าได้ไหม นายทุนที่ไหนจะทำให้ บังคับผู้ใหญ่บ้านต้องทำซิ เราต้องการความเจริญ แต่ห้ามมีถนนนะ อยากให้รถวิ่งได้ แต่ไม่เอาถนน ถนนทำลายทุ่งนา ก็ดินลูกรังตามเดิม ขนาดแค่พอจักรยานวิ่งได้ แต่ชาวบ้านอยากให้รถปิ๊กอัพวิ่งผ่าน มาขนข้าว แต่ห้ามสร้างถนนนะ แล้วรถปิ๊กอัพจะวิ่งได้ยังไง ก็เกวียนตามเดิมละกัน รถเข้าไม่ได้
คนรอกินข้าว ไม่ได้รับกระทบอะไรอยู่แล้ว เพราะชาวนาไม่ได้ขายข้าวกับคนซื้อโดยตรง ไม่กินข้าวก็ไปกิน ก๊วยเตี๋ยวได้ ไปกินพิซซ่า ไปกินมาม่า ทางเลือกเยอะจะตาย ไม่ได้มาแคร์หรือสนใจชาวนาอยู่แล้ว
โฆษณา