7 พ.ค. เวลา 02:52 • หุ้น & เศรษฐกิจ

PTT กำไรQ1โตมั่นคง ไม่แพง! เป้า 41บาท

“PTT ราคาพื้นฐาน 41 บาท เด่นด้านความมั่นคงของกำไรและฐานะการเงิน ปัจจุบันมี Valuation ไม่แพง โดยซื้อขายบน PBV ที่ 0.9 เท่า (-1 SD จากค่าเฉลี่ย 10 ปี) อีกทั้ง ราคาหุ้น +11% YTD ยัง Laggard เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยกลุ่มฯ ที่ +30%  รวมถึงมีเงินปันผลที่น่าสนใจ มี Dividend Yield สูงถึง 6%”
หุ้นวิชั่น - บล.หยวนต้าระบุว่า คาด PTT กำไรสุทธิ 1Q26 จะทำได้ 2.6 หมื่นล้านบาท (+2% QoQ, +11% YoY) เมื่อเทียบกับ 4Q25 คาดเติบโตเล็กน้อย QoQ จากผลประกอบการของธุรกิจก๊าซที่บริษัทฯ ดำเนินงานเอง และผลประกอบการของธุรกิจกลางน้ำ – ปลายน้ำของบริษัทในเครือ
สำหรับธุรกิจก๊าซคาดว่า จะปรับตัวขึ้น QoQ จาก
1) การเพิ่มขึ้นของปริมาณขายก๊าซเป็น 4,000 mmscfd (+7% QoQ) จากความต้องการใช้เพื่อผลิตไฟฟ้าภาคครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นตามปัจจัยฤดูกาล การเรียกรับก๊าซของโรงแยกก๊าซ (GSP) และอุปสงค์จากอุตสาหกรรมปิโตรเคมี
2) ปริมาณขายของโรงแยกก๊าซเพิ่มขึ้นเป็น 1,900 พันตัน (+14% QoQ) ตามอัตราการใช้กำลังผลิตที่สูงขึ้นหลังผ่านช่วงปิดซ่อมบำรุง และการเรียกรับก๊าซจากอ่าวไทยที่เพิ่มขึ้น
3) ต้นทุนของโรงแยกก๊าซลดลงตามการกำหนดโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติใหม่ ซึ่งทำให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงของโรงแยกก๊าซได้ดียิ่งขึ้น
กำไรมั่นคงในเกณฑ์ดี
หากกำไรสุทธิ 1Q26 เป็นไปตามคาด จะคิดเป็น 27% ของทั้งปี คงประมาณการปี 2026 ที่ 9.4 หมื่นล้านบาท (+5% YoY) จากการเพิ่มขึ้นของปริมาณขายทั้งการขยายธุรกิจต้นน้ำ แผนปิดซ่อมบำรุงที่ลดลง การบริหารจัดการภายในเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่าย โครงการ Asset Monetization การปรับปรุงหลักเกณฑ์โครงสร้างต้นทุนก๊าซ และการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี
ขณะที่ใน 2Q26 ธุรกิจการกลั่นอาจเริ่มรับรู้ต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้น และมีความไม่แน่นอนจากสต็อกน้ำมัน หากสถานการณ์สงครามคลี่คลาย อย่างไรก็ตาม โครงสร้างธุรกิจที่กระจายตัวและบูรณาการครบวงจรจะทำให้แนวโน้มผลประกอบการมีเสถียรภาพ รวมทั้งมีปัจจัยหนุนจาก High Season ของอุปสงค์ก๊าซในฤดูร้อน และราคาขายที่มี Lag-time เริ่มสะท้อนราคาตลาด
สร้างเสถียรภาพทางพลังงาน
ในช่วงสถานการณ์ไม่สงบในตะวันออกกลาง บริษัทฯ มีมาตรการบริหารจัดการเพื่อลดผลกระทบในห่วงโซ่พลังงาน และร่วมมือตามนโยบายภาครัฐในการรักษาเสถียรภาพทางพลังงานให้แก่ประเทศ โดยกลุ่มบริษัทได้กระจายการจัดหาน้ำมันดิบสู่แหล่งอื่นๆ เช่น สหรัฐฯ แอฟริกาตะวันตก ลาตินอเมริกา และมาเลเซีย เพื่อลดการพึ่งพาจากตะวันออกกลาง
โดยในช่วงปี 2021 – 2025 โรงกลั่นในเครือได้ลงทุนกว่า 1.1 แสนล้านบาท เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นในการใช้น้ำมันดิบจากแหล่งอื่นๆ ได้ทันที ส่งผลให้โรงกลั่นในเครือสามารถเดินเครื่องได้เต็มกำลังผลิต
นอกจากนี้ โรงกลั่นในเครือยังสำรองและบริหารสินค้าคงคลังให้พร้อมใช้สูงกว่าปริมาณสำรองตามกฎหมาย เพื่อรองรับความต้องการในประเทศในช่วงวิกฤตพลังงาน แม้ว่าการจัดหาน้ำมันดิบจากแหล่งอื่นๆ จะทำให้ต้นทุนการจัดหาและระยะเวลาขนส่งเพิ่มขึ้น รวมทั้งการจัดหาน้ำมันดิบเพิ่มเติมในภาวะที่ราคาตลาดโลกปรับสูงขึ้นจะทำให้ความต้องการสภาพคล่องทางการเงินเพิ่มขึ้น และเกิดต้นทุนทางการเงินที่ไม่ใช่จากการดำเนินธุรกิจตามปกติ
อย่างไรก็ตาม กลุ่มบริษัทไม่ได้ส่งผ่านภาระดังกล่าวไปยังราคาน้ำมัน ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทในการรักษาเสถียรภาพทางพลังงานให้แก่ประเทศ
เงินปันผลสูง มูลค่าไม่แพง
คงคำแนะนำ "ซื้อ" ราคาเหมาะสม 41.00 บาท จาก 1) จุดเด่นด้านความมั่นคงของกำไรและฐานะการเงิน 2) ปัจจุบันมี Valuation ไม่แพง โดยซื้อขายบน PBV ที่ 0.9 เท่า (-1 SD จากค่าเฉลี่ย 10 ปี) และราคาหุ้น +11% YTD ยัง Laggard เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยกลุ่มฯ ที่ +30% 3)
ราคาปัจจุบันให้เงินปันผลที่น่าสนใจ มี Dividend Yield สูงถึง 6% (คาดประกาศผลประกอบการวันที่ 14 พ.ค.)
โฆษณา