Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
หุ้นวิชั่น | HoonVision
•
ติดตาม
7 พ.ค. เวลา 04:13 • หุ้น & เศรษฐกิจ
เปิดโผหุ้นพลังงานสะอาด ยิ้มรับ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน
หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงาน บล.หยวนต้า ระบุ เมื่อวันที่ 5 พ.ค. ที่ผ่านมา ครม. มีมติเห็นชอบให้กระทรวงการคลังเตรียมออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยมีจุดประสงค์หลัก 2 ประเด็น ได้แก่
1) เพื่อลดผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน และประคองเศรษฐกิจ และ
2) เพื่อปรับโครงสร้างพลังงานในประเทศ และสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว
ทั้งนี้คาด พ.ร.ก. ดังกล่าวเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันนี้ (7 พ.ค.) โดยการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ มีสาระสำคัญดังนี้
► รัฐบาลประกาศงบลงทุนเพื่อปรับโครงสร้างพลังงานในประเทศ และสร้างความมั่นคงทางพลังงานที่จำนวน 2 แสนล้านบาท โดยเป็นการปรับโครงสร้างพลังงาน เพื่อหนุนช่วงเปลี่ยนผ่านพลังงานจากการลดสัดส่วนพลังงานฟอสซิลสู่การเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน รวมถึงการสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้า และสถานีชาร์จไฟฟ้า โดยคาดนำเงินดังกล่าวไปลงทุนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบสายส่งไฟฟ้า และ Substation และสนับสนุนการติดตั้ง Solar Rooftop (เบื้องต้นยังไม่มีระบุเงินลงทุนในแต่ละโครงการ)
Our Take
► เรามองว่าการสนับสนุนการลดสัดส่วนพลังงานฟอสซิลสู่การเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนของภาครัฐในช่วงการเปลี่ยนผ่านพลังงานจะช่วยหนุนการติดตั้ง Solar Rooftop ตามผลของต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะสงคราม และค่าไฟฟ้าที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น
ซึ่งคาดกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการติดตั้ง Solar Rooftop ทั้งภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ได้แก่ GUNKUL, SSP, WHAUP, SPCG, PPM และ KJL (จำหน่ายตู้ไฟฟ้า รางเดินสายไฟ และ Walkway) โดยหนุนจากมาตรการสนับสนุนการติดตั้ง Solar Rooftop เพื่อลดหย่อนภาษี และสินเชื่อโซลาร์ ซึ่งทำให้ระยะเวลาคุ้มทุนสั้นลง และลดภาระทางการเงินภาคครัวเรือนและ SME ในการไม่ต้องใช้เงินลงทุนติดตั้งเอง
► การสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้า และการติดตั้งสถานีชาร์จไฟจะช่วยหนุนการติดตั้ง Solar Rooftop เพิ่มเติม เพราะได้แรงหนุนจากการที่ประชาชนนำไฟฟ้าที่ผลิตได้เองมาชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า
ซึ่งคาดกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการใช้รถยนต์ไฟฟ้า ได้แก่ SJWD (ได้รับประโยชน์จากการให้เช่าที่จอดรถ, ขนส่งรถ และการตรวจสอบสภาพ), SUSCO (จำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า BYD), ASAP (จำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า Deepal), EA (ระบบขนส่งมวลชน เช่น การเพิ่มรถเมล์ไฟฟ้า) และกลุ่มที่ปล่อยสินเชื่อรถยนต์ไฟฟ้า ได้แก่ TISCO และ KKP รวมถึงกลุ่มผู้ผลิตสถานีชาร์จไฟ ได้แก่ EA และ KJL
► นอกจากนี้การเปิดเสรีไฟฟ้าเป็นอีกแรงหนุนการติดตั้ง Solar Rooftop เนื่องจากสามารถนำไฟส่วนที่เหลือจากการใช้งานในช่วงเวลากลางวันขายคืนให้กับการไฟฟ้าได้ หรือขายไฟฟ้าให้ระหว่างกันเองได้ในรูปแบบ Net Billing โดยรัฐบาลจะรับซื้อไฟฟ้าจากครัวเรือนที่ติดตั้ง Solar Rooftop ทั้งประเทศไม่เกิน 500MW (ไม่เกิน 5KW ต่อครัวเรือน และค่าไฟฟ้าที่ 2.20 บาท/หน่วย ระยะเวลารับซื้อ 10 ปี) ซึ่งอาจทำให้การติดตั้ง Solar Rooftop ไม่เพียงลดค่าใช้จ่าย แต่อาจสร้างรายได้ได้ด้วย
ซึ่งกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้าเพื่อสามารถขายไฟฟ้าคืนให้ภาครัฐ ได้แก่ GUNKUL, LOXLEY และ SAMART
► อย่างไรก็ตาม โครงการต่างๆ ในอนาคต เช่น Direct PPA, Net Billing, ไฟฟ้าเสรี และการลงทุน Data Center จะไม่สามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่น หากไม่ได้พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ เช่น ระบบสายส่ง และ Substation เราประเมินว่ารัฐบาลจะทำการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานเป็นอันดับแรก (ธุรกิจต้นน้ำ) โดยปัจจุบัน 3 องค์กรการไฟฟ้าหลักของไทยมีแผนลงทุนพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้ามูลค่ารวม 30,865 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น
1) สายส่งไฟฟ้า (Transmission) ราว 9,592 ล้านบาท
2) สถานีไฟฟ้าย่อย (Substation) ราว 16,263 ล้านบาท และ
3) สายเคเบิลใต้ดิน (Underground Cable) ราว 5,010 ล้านบาท
ทั้งนี้หากการลงทุนดังกล่าวเกิดขึ้นจริง คาดกลุ่มบริษัทรับเหมาและงาน EPC จะได้ประโยชน์ ได้แก่ GUNKUL, LOXLEY, SAMART, SAMTEL และ STECON
Top pick
► เราให้ GUNKUL, SAMART และ STECON เป็น Top pick
สำหรับการลงทุนในประเด็นการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน โดยที่ GUNKUL ถือเป็นบริษัทที่ครอบคลุมตั้งแต่ธุรกิจต้นน้ำ (โครงสร้างพื้นฐาน) จนถึงปลายน้ำ (ติดตั้ง Solar Rooftop) แต่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาแล้ว 14% ใน 1 สัปดาห์ เชิงกลยุทธ์รอสะสมเมื่ออ่อนตัวที่ระดับ 3.00 บาท/หุ้น +/-
และ STECON เป็นบริษัทที่มีโอกาสได้งานจากภาครัฐสูง แม้ปัจจุบันราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาแล้ว 19% ใน 1 สัปดาห์ และใกล้ราคาเป้าหมายที่ 15.00 บาท/หุ้น แล้ว แนะนำซื้อเมื่ออ่อนตัวที่ระดับ 12.50 บาท/หุ้น
ขณะที่ SAMART เป็นหุ้นที่ยัง Laggard กลุ่มฯ และราคาปัจจุบันซื้อขายบน PER26 ที่ราว 7.5 เท่า ราคาเหมาะสมเบื้องต้นที่ 8.35-8.94 บาท/หุ้น
เศรษฐกิจ
ธุรกิจ
หุ้น
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย