4 ชั่วโมงที่แล้ว • หนังสือ

Blockdit Originals คุยกับ วินทร์ เลียววาริณ ตอน 18

คำถาม 1
‘Anonymous’ : ความรักในมุมมองของคุณวินทร์คืออะไร
วินทร์ เลียววาริณ : ตอบแบบไม่มีความโรแมนติกเลย ความรักเป็นเครื่องมือทางธรรมชาติที่ทำให้สายพันธุ์อยู่รอด หากไม่มีความรัก สายพันธุ์ก็ไปไม่รอด
เริ่มที่ความรักของพ่อแม่ หากไม่มีความรักแบบนี้ ทารกก็ตายไม่นานหลังเกิด สายพันธุ์สิ่งมีชีวิตต่างๆ ก็อยู่ไม่รอด
ความรักของพ่อแม่จึงต้องฝังอยู่ในยีน
1
นี่อธิบายว่าแม่เห็นหน้าทารกที่เพิ่งคลอดแวบแรก ก็รักสนิทชิดเชื้อ ขนาดยอมตายเพื่อลูกที่ยังไม่รู้จักได้
2
ความรักแบบนี้แตกต่างจากความรักของหนุ่มสาว เพราะดูเหมือนว่าความรักของพ่อแม่ฝังสำเร็จรูปมาในยีน เป็นภาคบังคับ แต่ความรักของหนุ่มสาวแม้จะมีแรงผลักดันตามธรรมชาติ แต่ยังมีทางเลือกเป็นตัวแปรเพิ่มขึ้นมา
1
ในมุมของวิทยาศาสตร์ ความรักของหนุ่มสาวมีความจำเป็นต้องดำรงอยู่ มันเป็นส่วนหนึ่งของวิวัฒนาการ ของทั้งคนและสัตว์ ความรู้สึกผูกพันแบบนี้ เพิ่มโอกาสรอดของสายพันธุ์
3
ความรักของหนุ่มสาวมักถูกขยายความและสร้างภาพให้เป็นเรื่องพิเศษ บ้างโยงไปถึงอำนาจเหนือธรรมชาติ กรรมเก่า ไปจนถึงคอนเส็ปต์โซลเมต
แต่ความจริงคือมันก็คือสิ่งที่กำหนดโดยธรรมชาติ นั่นคือการสืบทอดสายพันธุ์
สุนทรภูเขียนใน พระอภัยมณี ในเรื่องนี้ชัดเจน
“ประเวณีมีทั่วทุกตัวสัตว์ ไม่จำกัดห้ามปรามตามวิสัย นาคมนุษย์ครุฑาสุราลัย สุดแต่ใจปรองดองจะครองกัน”
1
หากรู้สึกว่าคำตอบนี้ไม่ค่อยโรแมนติกเท่าไร ก็เพราะเราถูกบ่มเพาะความคิดนี้มาอย่างนี้ตั้งแต่เกิด ทุกคนต้องการความรักแบบฟ้าประทาน ความรักที่ยิ่งใหญ่ชั่วฟ้าดินสลาย
แต่ในความจริง การเลือกคู่ของเราแต่ละคนดำเนินไปตาม cause-effect ของโลก หากโลกเรามีประชากรแปดพันล้านคน เป็นหญิงกับชายอย่างละครึ่ง เราก็มีเพศตรงข้ามให้เลือกถึงสี่พันล้านคน ทำไมต้องเป็นนายคนนี้ นางสาวคนนั้น
คำอธิบายที่ดูเป็นไปได้มากกว่าคือ เรารักเฉพาะคนที่เราเจอ เราไม่มีทางรักกับคนที่เราไม่ได้เจอ แม้ว่าเขาหรือเธอจะดีกว่า หรือเหมาะที่สุดสำหรับเรา
มองมุมนี้ก็จะเห็นว่ารักแท้แบบอมตะนิรันดร์กาลก็คืออุดมคติอย่างหนึ่งของมนุษย์ เป็นความหวังอย่างหนึ่ง เป็น benchmark (เกณฑ์) อย่างหนึ่งที่ใครๆ อยากไปให้ถึง
นี่ไม่ได้บอกว่ารักแท้แบบอมตะนิรันดร์กาลไม่มี มันเกิดขึ้นได้จริง ทว่ามันไม่ได้เกิดขึ้นเพราะถูกกำหนดโดยอำนาจเหนือธรรมชาติ หรือกามเทพระดมยิงธนู มันเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อคนสองคนตั้งใจทำให้มันเกิดขึ้นอย่างยากเย็น
1
คำถาม 2
ไม่ประสงค์ออกนาม : ถามสองข้อ
1 ผมเจอผู้หญิงคนหนึ่ง ชอบเธอทันที อย่างนี้เรียกว่ารักแรกพบหรือไม่
2 คุณวินทร์เคยอกหักหรือเปล่า
วินทร์ เลียววาริณ :
ข้อ 1 คนทั่วไปมักเรียกความชอบแบบฉับพลันนี้ว่าความรัก แต่มันไม่ใช่ความรัก เป็นแค่หลงใหล
ภาษาอังกฤษเรียก crush
ก่อนจะสรุปว่าตนเองรักใคร พิจารณาแยกแยะให้ออกว่า ความรู้สึกนั้นเป็นความลุ่มหลงเสน่หาชั่วคราว (crush) หรือรักจริง (love)
มนุษย์ร้อยละร้อยเริ่มต้นที่ความลุ่มหลงเสน่หาชั่วคราวทั้งนั้น มันเป็นธรรมชาติ เหมือนนกยูงตัวเมียแลเห็นนกยูงตัวผู้รำแพนสีสันสดใสละลานตาน่าหลงใหล ก็ชมชอบในบัดดล
เปลือกนอกที่น่าหลงใหลเป็นธรรมชาติที่ดึงสัตว์โลกเข้าหากัน เกิดขึ้นได้ง่ายดาย ฝรั่งจึงเรียกอาการนี้ว่า falling in love (ตกหลุมรัก) เพราะการตกลงไปข้างล่างง่ายกว่าปีนขึ้นมา
ตอน falling in love นี่แหละที่เราสามารถทำเรื่องโง่ๆ ได้สารพัด และอ้างด้วยความมั่นใจว่า “พบรักแล้ว”
คนโบราณจึงว่า “ความรักทำให้คนตาบอด” แต่ความรักในประโยคนี้หมายถึง crush มากกว่า love
นักวิทยาศาสตร์รู้ว่าอาการของ crush มีสารเคมีบางตัวในสมองมาเกี่ยว ทำให้รู้สึกดี
1
แต่เคมีแบบนี้อยู่ไม่นาน ผ่านไปสักระยะ ความรู้สึกวาบหวิวยามสัมผัสกัน สบตากันก็ลดลง หรืออาจเกิดอาการตาสว่าง เลิกกันไปเลย
แต่ก็มีบางคู่สามารถพัฒนา crush ต่อไปเป็น love
2
ข้อ 2 ถามแบบนี้ทำให้ต้องเค้นสมองย้อนระลึกถึงความหลังครั้งวัยหนุ่มว่า ตัวเองเคยอกหักหรือเปล่า
ถ้าเป็น crush ก็เคย น่าจะหลายครั้ง แต่อาการไม่หนักมาก
สมัยทำงานที่ต่างประเทศ นั่งทำงานใกล้ผู้หญิงคนหนึ่งเป็นปี พอเปลี่ยนที่ทำงาน ก็เกิดความคิดถึงเธอคนนั้นโดยอัตโนมัติ
1
โชคดีที่เธอมีแฟนแล้ว จึงไม่เกิดไฟลัดวงจร แค่ใจลอยเป็นระยะ ผ่านไปไม่กี่เดือนก็หาย แล้วไปใจลอยกับคนใหม่
คนจำนวนไม่น้อยอาจเคยผ่านประสบการณ์เปลี่ยนที่ทำงาน แล้วคิดถึงคนที่เคยเจอหน้าทุกวัน แล้วทันใดนั้นก็ทึกทักเอาว่ามันคือความรัก
จุดนี้แหละที่หลายคนมักเขว
อาการนี้ภาษาอังกฤษว่า crush หรือความหลงใหล
อาการของ crush คือคิดถึงตลอดเวลา หวนกระหวัดหวั่นไหว ใจเต้นแรง อยากอยู่ใกล้ อยากได้ยินเสียงเขาหรือเธอ
ร้อยละร้อยเมื่อเจออาการอย่างนี้จะสรุปว่า “เราตกอยู่ในความรักแน่เลย”
แต่มันยังไม่ใช่ความรัก
crush ไม่ใช่ love
แล้ว crush กับ love ต่างกันอย่างไร?
crush รุนแรงแต่ไม่มั่นคง
love อ่อนโยน แต่หนักแน่น
love หรือความรักแท้ต้องใช้เวลาพัฒนา crush ไม่ต้อง มันเกิดขึ้นปุบปับ เหมือนติดเชื้อโควิด
จากประสบการณ์ชีวิตของผม โลกนี้ไม่มี love at first sight หรอก มีแต่ crush at first sight
ถึงตรงนี้ บางคนอาจบอกว่าเขาพบรักกับผู้หญิงคนหนึ่งแบบรักแรกพบ แล้วแต่งงานอยู่กินมาจนแก่ อย่างนี้ไม่ใช่ love at first sight หรือ
ในความเห็นของผม มันเป็นสองเรื่องที่ซ้อนทับกัน
มันแสดงว่าเขามี crush at first sight แล้วต่อมาพัฒนาเป็นความรัก อยู่กินจนแก่
ทำไมจึงคิดอย่างนั้น?
เพราะ love ต้องใช้เวลา เหมือนเหล้าคุณภาพดี ต้องบ่มนานปี
อาคารที่ตั้งอยู่นานๆ ต้องมีฐานรากแข็งแรง
สำหรับคู่ที่ถูกชะตากันแรกพบ ก็ย่อมมีโอกาสสูงมากที่ crush จะยกระดับเป็น love เพราะทุกอย่างถูกชะตากันแต่แรก
ลองนึกภาพดู มีโอกาสแค่ไหนที่เราจะเกิด crush กับคนหน้าตาเหมือนนางผีเสื้อสมุทร ผิวหยาบย่น ดูไม่เจริญตาเลย?
แต่ love คือเมื่ออีกฝ่ายหน้าย่น ผิวเหี่ยว หมดเสน่ห์ทางกายภาพแล้ว ก็ยังรัก เพราะความรักฝังในวิญญาณ ไม่ใช่กายภาพ
จะทำอย่างนี้ต้องใช้เวลาพัฒนา บ่มเพาะ จนถึงขั้นที่เราสามารถยอมรับตัวตนทั้งกายภาพและวิญญาณของอีกฝ่ายได้ โดยไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงเขาหรือเธอ
โฆษณา