ในยุคสมัยที่เรียกว่า The Great Synchronization รัฐบาลและเขตแดนกลายเป็นเรื่องล้าสมัย โลกทั้งใบถูกบริหารจัดการโดย The Core ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะที่คำนวณทุกย่างก้าวของมวลชนเพื่อสร้างสิ่งที่เรียกว่า "ความสงบราบคาบชั่วนิรันดร์" ทุกลมหายใจถูกบันทึก ทุกความคิดถูกประมวลผล และทุกตัวตนถูกยืนยันผ่านชิปชีวมิติที่ฝังลึกในกระแสเลือด
ในขณะที่โลกส่วนใหญ่กำลังมุ่งหน้าสู่การหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวภายใต้ The Hive Mind ยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่พยายามรักษาเศษเสี้ยวสุดท้ายของอิสรภาพเอาไว้ แม้จะต้องแลกด้วยการเป็นผู้ถูกลบเลือนออกไปจากความทรงจำของประวัติศาสตร์ก็ตาม
หากผลการสแกนพบว่า โครงสร้างทางชีวภาพมีความแข็งตัว (Neural Rigidity) อันเกิดจากการสะสมของโปรตีนบางชนิด หรือมีรูปแบบการเชื่อมต่อที่ซ้ำซากจำเจจนเกิดเป็น ร่องความจำที่ปิดตาย สมองส่วนนั้นจะสูญเสียความสามารถในการรับรหัสซอฟต์แวร์จากภายนอก ซึ่งในทางวิศวกรรมประสาทถือว่าบุคคลนั้นมีค่า Neural Plasticity Index (NPI) ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำที่ 0.75 NPIU (Neural Plasticity Index Unit)
กลไกนี้อ้างอิงจากงานวิจัยในโครงการ Human Connectome Project ที่พยายามแผนผังการเชื่อมต่อของสมองมนุษย์ทั้งหมด โดยระบบจะเปรียบเทียบข้อมูลการสแกนของบุคคลกับฐานข้อมูลประชากรโลก (Big Data Analytics) เพื่อหาค่าเบี่ยงเบนทางสถิติ
เป้าหมายคือการเฟ้นหาผู้ที่มีสภาวะสมองแบบ Tabula Rasa หรือกระดาษเปล่าในเชิงลึก ซึ่งไม่ใช่ความโง่เขลา แต่คือความว่างเปล่าที่พร้อมจะถูกเขียนทับด้วยชุดคำสั่งใหม่ได้ตลอดเวลา
•การตัดตอนทางกายภาพของกลุ่ม หัวรั้น (The Defiant Phenotype)
การคัดเลือกในส่วนนี้จึงเป็นการทำความสะอาดระบบเพื่อลดภาระงานของหน่วยสนับสนุนชีวิต (Life Support Systems) และสงวนทรัพยากรไว้ให้กับโหนดที่ให้ผลตอบแทนสูงเท่านั้น
ระบบจะทำการดึงข้อมูลย้อนหลังจากฐานข้อมูล Big Data ทั้งหมดที่บุคคลนั้นเคยมีปฏิสัมพันธ์ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเลือกบริโภคสื่อ รูปแบบการใช้จ่าย หรือการตอบสนองต่อการชี้นำของอัลกอริทึมในชีวิตประจำวัน (Nudging)