7 พ.ค. เวลา 15:11 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

เมื่อจีนจะย้าย Data Center ขึ้นอวกาศ — โลกกำลังเดินหน้า แล้วไทยอยู่ตรงไหน?

รัฐบาลจีนเตรียมทุ่มเงินกว่า 250,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน Data Center ในชั้นบรรยากาศ [1]
(อ่านข่าวนี้แล้วก็อดคิดถึงเงินกู้ 400,000 ล้านของรัฐบาลไทยไม่ได้ครับ — ท่านนายกจะเอาไปทำอะไรบ้างนะ? 🤔)
ทำไม Data Center ถึงกลายเป็นสมรภูมิใหม่ของโลก?
ความต้องการ Data Center ที่ต้องรองรับการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลนั้นพุ่งสูงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนครับ ตัวเลขที่น่าตกใจคือ Data Center ทั่วโลกจะเติบโตจาก 103 GW ในปัจจุบัน ไปเป็น 200 GW ภายในปี 2030 และคาดว่าจะมีการลงทุนทั่วโลกสูงถึง 3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ [2]
แต่การขยายตัวแบบนี้มาพร้อมกับข้อจำกัดใหญ่ 2 อย่างครับ
ปัญหาที่ 1 — ไฟฟ้าไม่พอ
การพัฒนากำลังผลิตโรงไฟฟ้าใหม่ทั่วโลกตามไม่ทันความต้องการ และระบบสายส่งในหลายพื้นที่เก่าเกินไปจนต้องปรับปรุงใหม่ทั้งหมด ซึ่งใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 4-8 ปีครับ
ปัญหาที่ 2 — น้ำหายาก
เคยรู้สึกไหมครับว่าแบตโทรศัพท์ร้อนเวลาใช้งานหนักๆ? Data Center ก็เหมือนกัน แต่คูณด้วยชิปประมวลผลนับล้านตัวที่ทำงานพร้อมกันตลอด 24 ชั่วโมง Data Center ขนาดใหญ่หนึ่งแห่งต้องใช้น้ำมากกว่า 20 ล้านลิตรต่อวัน — เป็นปริมาณน้ำที่เพียงพอสำหรับคนทั้งเมืองย่อมๆ เลยครับ
จีนแก้ปัญหานี้ด้วยวิธีที่ไม่มีใครคิดถึง — ย้ายขึ้นอวกาศไปเลย
โครงการที่ชื่อว่า Orbital Chenguang หรือ Beijing Orbital Twilight Technology คือแผนระยะยาวของจีนที่จะสร้าง Data Center ระดับ Gigawatt ในอวกาศ โดยย้ายการประมวลผลที่กินพลังงานมากที่สุดออกจากโลกไปทำบนดาวเทียมแทน
โครงการนี้วางแผนใช้ ดาวเทียมกว่า 2,800 ดวง ที่เชื่อมต่อกันเป็น Supercomputer ขนาดมหึมา โคจรอยู่ที่ความสูง 700-800 กม. ซึ่งเป็นระดับที่ดาวเทียมสามารถโคจรสอดคล้องกับการหมุนของโลกรอบดวงอาทิตย์ได้ ทำให้ดาวเทียมอยู่ในโซนแสงสว่างแทบตลอดเวลา หรืออยู่บริเวณขอบกลางวัน-กลางคืน เพื่อดึงพลังงานแสงอาทิตย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
แล้วระบายความร้อนยังไงในอวกาศที่ไม่มีอากาศ?
บนโลกเราใช้การระบายความร้อนแบบ Convection หรือการพาความร้อนผ่านอากาศและน้ำ แต่ในอวกาศไม่มีสิ่งเหล่านั้นครับ วิธีแก้ของจีนคือติดแผ่นระบายความร้อนแบบ Radiation หรือการแผ่รังสีอินฟราเรดออกสู่ห้วงอวกาศ และใช้ประโยชน์จากความต่างอุณหภูมิระหว่างด้านที่รับแสงอาทิตย์กับด้านที่อยู่ในเงามืด เพื่อช่วยระบายความร้อนเพิ่มเติมครับ
Timeline ของโครงการ
2026-2027 — ยิงดาวเทียม Chenguang-1 เพื่อทดสอบในอวกาศ
หลังจากนั้น — เชื่อมต่อระบบภาคพื้นโลกกับ Supercomputer ในอวกาศ
2035 — ระบบ Data Center ในอวกาศของจีนเสร็จสมบูรณ์
Key Takeaway: โลกกำลังเดินหน้า แล้วไทยอยู่ตรงไหน?
สิ่งที่แอดอ่านแล้วคิดไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยีครับ แต่คือ วิธีคิด ประเทศที่จะแข่งขันได้ในโลกอนาคตต้องกล้าวางแผนยาว กล้าลงทุนในสิ่งที่ยังไม่เห็นผลในวันนี้ และกล้าใช้วิทยาศาสตร์กับเทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อน
จีนวางแผนถึงปี 2035 บริษัทเทคอเมริกันก็กำลังทำสิ่งคล้ายกัน
แล้วไทยของเราล่ะครับ — กำลังวางแผนถึงปีไหน และแผนนั้นใหญ่พอไหม?
เพื่อนๆคิดยังไงกับเรื่องนี้บ้าง มาแชร์กันในคอมเมนต์ได้เลยครับ 🚀
1
โฆษณา