วันนี้ เวลา 00:00 • หนังสือ

on the job training

การทำงานทุกวงการ ความเป็นมืออาชีพสำคัญอย่างยิ่ง ต้องใช้เวลาสั่งสมความเชื่อถือ ช่างตัดผมต้องไม่ถามลูกค้าเป็นอันขาดว่า “เอาไงต่อดี เพ่?”
ทนายความต้องไม่ถามลูกค้าเป็นอันขาดว่า “คุณว่าเราจะชนะคดีมั้ยเนี่ย?”
หมอต้องไม่ถามคนไข้เป็นอันขาดว่า “ผมผ่าไตถูกข้างมั้ย?”
พยาบาลต้องไม่ถามคนไข้ว่า “เข็มที่ใช้เมื่อกี้นี้เป็นเข็มใหม่หรือเปล่าคะ?”
ช่างก่อสร้างต้องไม่ถามลูกค้าเป็นอันขาดว่า “คุณว่าผมใส่เหล็กที่ฐานรากพอรึเปล่า?” ฯลฯ
คำถามแบบนี้ทำให้ความน่าเชื่อถือของความเป็นมืออาชีพลดลง และทุกวงการ ความเชื่อถือสำคัญไม่แพ้ฝีมือ มันสะท้อนว่าใครคนนั้นไม่รู้งานที่ทำ และหากไม่รู้งาน ไหนเลยจะทำงานนั้นได้ดี
ฝรั่งเรียกคนทำงานฝีมือระดับฝึกหัดที่จับงานมืออาชีพว่า on the job training (แปลว่า ฝึกด้วยงานจริง) หมายถึงฝีมือไม่ถึงหรือไม่มีฝีมือ แต่ได้ทำงานจริง
มองไปทั่วโลก เราพบคนแบบ on the job training มากมาย โดยเฉพาะในธุรกิจครอบครัว ลูกของเจ้าของกิจการรับงานต่อจากพ่อ โดยไม่เคยผ่านการฝึกหัดอะไร พอเรียนจบก็รับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการบริษัทเลย บ้างก้าวขึ้นเป็นใหญ่เป็นโตทางการเมืองทั้งที่ไม่เคยมีประสบการณ์ใด ๆ แต่เป็นเพื่อสืบสานตำแหน่งของพ่อหรืออำนาจของตระกูล ใช้งานจริงเป็นหนูทดลอง ใช้บริษัทเป็นสนามเด็กเล่น ใช้ประเทศเป็นแบบฝึกหัด
น้อยครั้งเราจะเห็นตัวอย่างของเจ้าของบริษัทบางคนที่ยืนยันให้ลูกทำงานในบริษัทของตนโดยเริ่มจากตำแหน่งต่ำสุดก่อน แล้วค่อยไต่เต้าขึ้นมาที่ระดับบน ทำให้ลูกรู้จักงานในแต่ละขั้น เข้าใจความลำบากของลูกจ้าง และซาบซึ้งต่อรสชาติของชีวิต เมื่อวันหนึ่งก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุด ก็จะนำพาบริษัทไปสู่ความเจริญได้ง่ายขึ้น เพราะเข้าใจสรีระขององค์กรนั้น ๆ อย่างถ่องแท้
สัจธรรมของฝีมือคือการสั่งสมต่อเนื่อง ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจถึงแก่น ฝึกฝนจนช่ำชอง เพราะการทำงานแต่ละสายมีลำดับพัฒนาการของมัน
การก้าวขึ้นมาจากมือสมัครเล่นเป็นมืออาชีพต้องสั่งสมประสบการณ์ เรียนรู้บทเรียนจากความผิดพลาด ขวนขวายหาความรู้ใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องตลอดเวลา ต้องอาศัยทั้งความขยันและอดทน บางคนทำงานสายหนึ่ง ๆ มาทั้งชีวิต ก็ยังเป็นแค่ช่างฝึกหัด ไม่มีความมั่นใจในตนเอง ไม่รู้จักงานที่ทำ บ้างมีฝีมือแต่ไม่มีความคิด จึงไม่เคยก้าวพ้นจากระดับมือสมัครเล่น
เราทุกคนน่าจะเคยเห็นแม่ครัวเก่ง ๆ ทำอาหารอร่อยเสร็จในนาทีเดียว ช่างฝีมือเย็บผ้าเสร็จในเวลาไม่กี่นาที ช่างปั้นหม้อดินทั้งใบในเวลาสั้น ๆ คนแกะสลักประติมากรรมน้ำแข็งเสร็จสวยงามในเวลาไม่ถึงชั่วโมง ทำให้หลายคนคิดว่างานที่ทำได้เร็วอย่างนี้ย่อมไม่ยาก
ทว่าความสามารถทำงานเสร็จในเวลาสั้น ๆ ขนาดนี้มาจากการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงนานหลายสิบปี จนคนกลายเป็นงาน งานกลายเป็นคน เชื่อมเป็นหนึ่งเดียว
ผมบอกนักอยากเขียนหลายคนเสมอว่า อยากเป็นนักเขียนคุณภาพ ก็เผื่อเวลาไว้สัก 10-30 ปี ถ้ารีบร้อน ก็เป็นได้แค่นักเขี่ย
หลายคนถอดใจ หลายคนไม่เชื่อ เพราะเห็นตัวอย่างนักเขียนเบสต์เซลเลอร์มากมายที่อายุยังน้อยนิด แต่หากพิจารณาให้ละเอียดจะพบว่า กว่าจะเขียนหนังสือได้ดี ต้องผ่านการอ่านมาเป็นพัน ๆ หมื่น ๆ เล่ม เพื่อเรียนรู้ ซึมซับรสอักษร จนสามารถแยกแยะออกระหว่างหนังสือดีกับไม่ดี ต้องผ่านการฝึกฝนภาษา การเดินเรื่อง การลำดับความ ฯลฯ กระบวนการทั้งหมดนี้ไม่อาจกินเวลาสั้น ๆ ได้
นักเขียนชั้นครูจึงบอกต่อกันมาว่า ยิ่งรีบ ยิ่งเลอะ ยิ่งใจร้อน ยิ่งหลงทาง
บางท่อนจาก ท้องฟ้าไม่ปิดทุกวัน
36 บทความกำลังใจ ราคาเพียง 175 บาท = บทความละ 4.86 บาท (ไม่คิดค่าส่ง)
หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว
ทำไมควรซื้อหนังสือเล่มนี้: https://www.facebook.com/photo/?fbid=1207283390760350&set=a.208269707328395
โฆษณา