8 พ.ค. เวลา 11:49 • ธุรกิจ

มาตรการใหม่สกัดนอมินีต่างชาติ

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้ยกระดับมาตรการตรวจสอบการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวในประเทศไทยอย่างเข้มข้นยิ่งขึ้น โดยได้ออกคำสั่งสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง ที่ 1/2569 เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจดทะเบียนกรณีแก้ไขเพิ่มเติมให้คนต่างด้าวเป็นหุ้นส่วนของห้างหุ้นส่วน
หรือแก้ไขเพิ่มเติมให้คนต่างด้าวเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามในบริษัทจำกัด ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป การออกคำสั่งฉบับนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อแก้ไขปัญหาการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง หรือ "นอมินี" และเพื่อสร้างความโปร่งใสในระบบเศรษฐกิจของประเทศ
กรณีห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล หากเดิมมีหุ้นส่วนเป็นคนไทยทั้งหมด หรือคนต่างด้าวถือหุ้นส่วนตั้งแต่ร้อยละ 50 แล้วมีการแก้ไขให้คนต่างด้าวถือหุ้นส่วนไม่เกินร้อยละ 50 โดยไม่มีคนต่างด้าวเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ นายทะเบียนจะสั่งให้หุ้นส่วนผู้จัดการที่ลงนามในคำขอจดทะเบียนต้องยื่น "หนังสือยืนยันการลงทุน" ตามแบบที่กรมฯ กำหนดเพิ่มเติม หรือ
กรณีบริษัทจำกัดที่เดิมมีกรรมการผู้มีอำนาจลงนามเป็นคนสัญชาติไทยทั้งหมด หากมีการขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมกรรมการ หรือเปลี่ยนอำนาจกรรมการ จนเป็นผลให้คนต่างด้าวเข้ามาเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม หรือร่วมลงนามผูกพันบริษัท นายทะเบียนจะกำหนดให้กรรมการที่ลงนามในคำขอจดทะเบียนต้องยื่น "หนังสือยืนยันการลงทุน" เช่นเดียวกัน มาตรการนี้ถูกออกแบบมาเพื่ออุดช่องว่างจากการที่นิติบุคคลอาจพยายามหลีกเลี่ยงการส่งหลักฐานทางการเงิน (Bank Statement) ในขั้นตอนเริ่มแรกของการจดทะเบียนจัดตั้ง
ซึ่งเป็นผลเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 กรมฯ ได้ออกคำสั่งซึ่งกำหนดให้การขอจดทะเบียนตั้งนิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติถือหุ้นไม่ถึงร้อยละ 50 หรือมีชาวต่างชาติร่วมเป็นกรรมการผู้มีอำนาจซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงนอมินี ส่งหลักฐานทางการเงิน (Bank Statement) ของผู้ถือหุ้นคนไทยเพื่อตรวจสอบการลงทุนจริง และได้ตรวจสอบพบว่ายังมีการหลีกเลี่ยงมาตรการดังกล่าวจึงได้ออกคำสั่งเพิ่มเติมดังกล่าว
ในหนังสือยืนยันการลงทุนดังกล่าว ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องรับรองข้อเท็จจริงที่สำคัญ ดังนี้ ผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นทุกคนได้มีการร่วมลงทุนและชำระค่าลงทุนจริง และไม่ได้มีการให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน หรือร่วมประกอบธุรกิจกับคนต่างด้าวในลักษณะตัวแทนอำพรางหรือนอมินี ซึ่งมาตรการนี้มีความเข้มงวดสูงเนื่องจากกรมฯ จะส่งรายชื่อผู้ที่ยื่นหนังสือยืนยันที่มีพฤติกรรมเสี่ยงให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางดำเนินการตรวจสอบเชิงลึกต่อทุกราย
แม้ว่ามาตรการใหม่อาจทำให้ขั้นตอนการบริหารจัดการภายในของบริษัทที่มีการร่วมทุนกับต่างชาติต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นในการจัดเตรียมเอกสารและตรวจสอบความถูกต้อง แต่ในภาพรวมถือเป็นการสร้างเกราะป้องกันทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน และจะช่วยคัดกรองนักลงทุนที่มีคุณภาพและป้องกันการทำลายระบบการแข่งขันที่เสรีและเป็นธรรมของผู้ประกอบการไทย ภาคธุรกิจจึงควรตรวจสอบที่มาของแหล่งเงินทุนและการเข้าถือหุ้นอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนการยื่นขอจดทะเบียนทุกครั้งเพื่อป้องกันปัญหาข้อกฎหมายที่อาจตามมาในอนาคต
ซึ่งหากพบว่าเป็นการให้ข้อมูลเท็จต่อเจ้าพนักงาน จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 และ 267 ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท นอกจากนี้ หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นการสนับสนุนนอมินี จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มาตรา 36 ซึ่งมีโทษปรับสูงถึงหนึ่งล้านบาทและโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ
.
Principle Law & Advisory
Get in Touch :(+66)82–856–3644
.
FB : principlelawandadvisory
.
#PrincipleLawAndAdvisory #LegalExcellence #YourLegalPartners #BusinessLaw #RealEstateLaw #HotelLaw #TechLaw #StartupLaw #ClientSuccess #MedicalLaw #EnvironmentalLaw
โฆษณา