9 พ.ค. เวลา 08:26 • หนังสือ

นรกในห้องปิดตายสิบล้านคน

!! Sponsored Review !!
นี่เป็นนิยายสืบสวนจีนเล่มแรกที่เราเคยอ่าน และมันสนุกมากๆจนวางแทบไม่ลง เป็นหนังสือที่ทำให้ช่วงนี้เราไม่อยากจับมือถือเลย นั่งในรถก็อ่าน รอข้าวก็อ่าน คือว่างทีไรก็ต้องหยิบมาอ่านจนอ่านจบได้เร็วมาก เพราะขนาดเวลาว่างตอนทำงานยังเปลี่ยนจากไถฟีดมาจับหนังสือเลยอะ 555555 แต่ถึงจะจบเร็ว งานก็เยอะจนไม่มีเวลาเขียนอยู่ดีจ้า เพิ่งจะว่างนี่แหละ 🤣
#นรกในห้องปิดตายสิบล้านคน จาก Shadow Publishing เป็นเรื่องราวของ "เหลยอวี่" นักสืบเอกชนฝีมือดีแถมฝีปากกล้า หลังจากย้ายกลับมาเปิดสำนักงานนักสืบที่บ้านเกิด เหลยอวี่ก็ได้รับว่าจ้างจาก "เจ๊หง" ให้ตามหา "เฉียนขุย" ลูกชายคนเดียวของเธอที่หายตัวไป ตอนแรกก็ดูเหมือนเป็นเคสชายหนุ่มหนีออกจากบ้านธรรมดา แต่แล้ว "หมาจวิน" น้าชายของ "เสวี่ยเป้ย" แฟนสาวของเฉียนขุยกลับถูกพบเป็นศพในบ้านตัวเอง และคนสุดท้ายที่อยู่กับหมาจวินก็คือเฉียนขุยนั่นเอง
ทว่าหนังสือหนาตั้ง 400 หน้า จะให้จบลงง่ายๆแบบนี้มันก็คงไม่ใช่ เพราะเมื่อได้รับมอบหมายงานที่สองจากเจ๊หง เหลยอวี่ก็ค้นพบว่าคดีนี้ซับซ้อนและอันตรายเกินกว่าที่ใครคาดคิด ทุกเบาะแสต่างชี้ไปที่โศกนาฏกรรมเมื่อ 16 ปีก่อน ยิ่งมีเหยื่อโผล่ขึ้นมาอีกรายเขาก็ยิ่งมั่นใจ ความลับที่ถูกฝังกลบไปเนิ่นนานกำลังจะถูกขุดขึ้นมาเปิดเผยต่อหน้าสาธารณชน ทุกคนที่มีส่วนร่วมในตอนนั้นกำลังถูกชะตาชักนำให้กลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้ง และนั่นรวมถึงตัวเขาเองด้วย
เอาจริงๆเราก็ไม่ค่อยมั่นใจหรอกว่าหนังสือเล่มนี้เป็นนิยายสืบสวนของจีนเล่มแรกที่เคยอ่านจริงไหม แต่ที่แน่ใจเลยก็คือเล่มนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เรารู้สึกอยากอ่านสืบสวนจากฝั่งจีนเพิ่มอีก เพราะมันถูกจริตกว่าสืบสวนเกาหลี และเข้มข้นกว่าสืบสวนญี่ปุ่น ไม่รู้เป็นแค่สำนวนของนักเขียนคนนี้หรือเปล่านะ แต่งานนี้ก็ต้องยกเครดิตให้นักแปลและทางสำนักพิมพ์ด้วยที่เลือกหยิบเล่มนี้มาทำ และสามารถถ่ายทอดอรรถรสของมันออกมาได้ดีมากๆ 👍🏻
โลกใบนี้คือห้องที่เราไม่มีวันหนีออกไปได้
หนังสือเล่มนี้ถูกเขียนขึ้นในช่วง COVID-19 ยุคโรคระบาดที่แสนเลวร้าย ผู้คนถูกบังคับให้แยกจากกัน กักตัวอยู่ในห้องเพื่อป้องกันการติดเชื้อ นั่นคือที่มาของคำว่า "ห้องปิดตาย" ในเล่มนี้ แต่นักเขียนขยายความหมายของมันไปไกลกว่าแค่กล่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ มันไม่ใช่แค่ห้องที่เราถูกกักขังไว้อย่างไร้ทางออก แต่มันยังหมายรวมถึงความทรงจำที่ปวดร้าวที่เราพยายามหนีแต่ไม่พ้น หมายถึงคำสัญญาที่เคยให้ไว้และต้องผูกมัดอยู่กับมันไปตลอดชีวิต และอาจหมายถึงความเจ็บแค้นเคืองโกรธที่ไม่ยอมปล่อยวางเสียที
เราทุกคนล้วนมีห้องเหล่านั้นอยู่กับตัว ที่ใดที่หนึ่งลึกๆข้างใน เราขังตัวเองเอาไว้ ปฏิเสธที่จะลองก้าวออกมา จนกระทั่งในที่สุดก็หลงเชื่อไปว่าเราไม่สามารถออกไปจากห้องได้ เชื่อไปว่ามันคือห้องที่ปิดตาย ทั้งที่ความจริงแล้วกุญแจที่จะไขประตูอยู่ในมือของเรามาตลอด
แต่ในอีกมุมหนึ่ง ห้องปิดตายของนักเขียนก็ยังหมายถึงสถานที่ที่อยู่ภายนอก เป็นห้องปิดตายอีกห้องที่ใหญ่กว่าห้องที่อยู่ในจิตใจเรา เป็นสภาพแวดล้อมที่เราอยู่ เป็นสังคมที่บีบบังคับเรา เป็นโลกความจริงที่น่าอดสูแต่ก็ไม่อาจหนีไปไหนได้ ทำได้เพียงแค่ก้มหน้าฝืนทน และพยายามดิ้นรนเพื่อที่จะอยู่กับมันให้ได้
ชะตาชีวิตของคนเรามักจะเปลี่ยนแปลงด้วยการตัดสินใจเพียงชั่วแวบของตัวเองหรือคนอื่นเสมอ
เหลยอวี่
นี่เป็นประโยคที่เหลยอวี่บอกกับเสวี่ยเป้ยตอนต้นเรื่อง และมันยังเป็นประโยคที่สามารถใช้สรุปเรื่องราวทั้งเล่มของหนังสือเล่มนี้ได้อีกด้วย เพราะถึงแม้มันจะดูเหมือนว่าเราเป็นผู้มีอำนาจเด็ดขาดในการกำหนดชะตาชีวิตของตัวเอง แต่ในความเป็นจริงแล้วชีวิตของเราล้วนได้รับผลกระทบจากการกระทำของผู้อื่นเสมอ ทั้งทางตรงและทางอ้อม และหลายครั้ง อย่างที่ตัวละครหลายๆตัวในเรื่องนี้ได้ประสบมาแล้ว การกระทำของผู้อื่นก็อาจพลิกผันเส้นทางชีวิตของเราไปในทิศทางที่เราไม่เคยคาดคิดมาก่อนได้เลยทีเดียว
สิ่งที่ยากที่สุดในโลกคือความจริง
ขึ้นชื่อว่า "ความจริง" ใครได้ยินก็ต้องนึกถึงสิ่งที่จริงแท้แน่นอน ไม่อาจถูกบิดเบือนไปได้ แต่หากว่ากันตามตรงแล้ว ความจริงเองก็เป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ยากเช่นกัน แม้กระทั่งในกระบวนการสืบสวนที่มีหน้าที่ตามหาความจริง พวกเขาก็ไม่ได้รู้จริงๆหรอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้น ณ ตอนนั้นคืออะไรกันแน่ ทั้งหมดที่พวกเขาทำก็แค่อาศัยสิ่งที่พยานหลักฐานมอบให้เป็นตัวกำหนดความจริงของเรื่องราวนั้นเท่านั้นเอง
ดังนั้นความจริงของเรื่องใดเรื่องหนึ่ง จึงอาจถูกบิดเบือนได้จากประสบการณ์และความรู้สึกนึกคิดของคนแต่ละคน เหตุการณ์เดียวกัน เมื่อมองจากคนละมุม เราก็จะได้รับความจริงคนละแบบ และหลายครั้งเราจะพบว่าความจริงแต่ละแบบนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ขึ้นอยู่กับว่าคนที่ถ่ายทอดเรื่องราวให้กับเราเขาเชื่อแบบใด และบางครั้งก็ขึ้นอยู่กับว่าเขาหวังให้มันเป็นไปอย่างไร
ความสนุกของเล่มนี้นอกจากตัวคดีที่ยุ่งเหยิงแล้ว นักเขียนยังมีการวางเบาะแสเอาไว้ทีละนิดอย่างแนบเนียนตลอดทั้งเรื่อง พอมาถึงจุดคลี่คลายปมที่โคตรจะซับซ้อนก็ค่อยๆไล่ไปทีละอัน ถึงจะมีการสับขาหลอกไปมาแต่ไม่พาให้งง และอ่านจบได้แบบไม่รู้สึกตงิดใจเหมือนหนังสือสืบสวนหลายๆเล่มที่เราเคยเจอ พวกนั้นจะออกแนววางปมไว้เยอะจนนักเขียนงงเอง
แต่สิ่งที่เด็ดที่สุดต้องยกให้สำนวนการเล่าเรื่องที่ทำให้อ่านได้สบายๆ เป็นจังหวะการเล่าที่ชวนติดตาม ไม่ได้ถึงกับลุ้นตัวเกร็ง แต่ก็กระตุ้นให้อยากรู้จนอดใจเปิดหน้าต่อไปไม่ไหวอะไรประมาณนั้น พอบวกกับบุคลิกยียวนของเหลยอวี่ที่คอยปรับมู้ดในหนังสือให้รู้สึกซอฟต์ลง ทั้งที่เนื้อหาจริงๆแอบหนักใช้ได้ มันเลยทำให้อยากอ่านต่อเรื่อยๆ
ละเอาจริงตัวละครเหลยอวี่นี่คือโดนเส้นเรามากนะ ออกแนวพระเอกฉลาดแต่มาดกวนตีนอะ 555555 เป็นพวกชอบแส่หาเรื่องแต่ก็ดวงดีเอาตัวรอดมาได้ตลอด พาร์ทมิตรภาพลูกผู้ชายระหว่างเหลยอวี่กับ "โจวไท่" นายตำรวจเจ้าของคดีนี่ก็ทำได้ดีเลย อ่านแล้วรู้สึกว่าตัวละครทุกตัวมันเรียลมากๆ บทส่งท้ายของนักเขียนก็เปรยๆเหมือนจะมีภาคต่อในซีรีส์นี้ออกมา ถ้ามีจริงๆนี่ก็ภาวนาเลยว่าให้ได้แปลไทยอีก อยากอ่านแล้ว 😁
เป็นสืบสวนอีกเล่มที่ไม่อยากให้พลาดกันค่ะ: https://s.shopee.co.th/LjvYN8bBM
โฆษณา