Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ลือชัย พิศจำรูญ
•
ติดตาม
9 พ.ค. เวลา 21:35 • ไลฟ์สไตล์
โทน บางแค FC.
สวัสดีครับทุกท่าน ผมเขียนข้อความ ครั้งนี้เพื่อแถลงข้อเท็จจริงให้กับ สมาชิกFCลูกค้าที่ติดตามผมมาโดยตลอดและท่านได้ติดตามข่าวสารในขณะนี้ ได้รับทราบโดยทั่วกันครับ
ผมอยากใช้พื้นที่ของผมตรงนี้ ได้มีโอกาสสื่อสารความจริงบ้าง หลังจากนี้ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายที่ผมยังเชื่อมั่นว่าจะให้ความเป็นธรรมกับผมได้ นับแต่วันที่ผมตัดสินใจจะหาความยุติธรรมให้ตัวเองด้วยการไปร้องขอความเป็นธรรมในเรื่องวันที่ 17 เมษา มันผ่านการตัดสินใจที่ยากลำบากหลายอย่าง เพื่อนๆ พี่ๆ อาจเห็นผมเหมือนยืนแถลงสัมภาษณ์ด้วยความมั่นใจในชั่วระยะเวลาไม่กี่นาที แล้วก็จบไป ที่เหลือก็ปล่อยไปตามกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ก็เหมือนเรื่องราวอื่นๆ
แต่กว่าจะเป็นวันที่ผมไปยืนแถลงได้ ผมคิดทบทวนอยู่นาน และนับแต่วันที่ผมตัดสินใจ ผมรู้ว่าผมต้องเจออะไร นับแต่นั้นผมแบกอะไรหลายอย่างมาตลอด ทั้งการที่ผมถูกตัดสินไปแล้วว่าผมต้องรับงานใครมาแน่นอนถึงกล้าชนบิ๊กเต่า โหเพิ่งรู้ว่าไอ้โทนเป็นพวกหลอกลวง สร้างภาพให้หรูหรา แต่เป็นหนี้มหาศาล มีทรัพย์สินก็ไม่จ่าย ไอ้พวกเหนียวหนี้ ไอ้หัวหมอ หลอกเขาแล้วก็มาทำสัญญาให้เป็นเรื่องทางแพ่ง จ่ายเช็คก็เด้ง แล้วแถไปเรื่อย พอคดีใกล้ถึงตัวก็เที่ยววิ่งอยากไปเจอบิ๊กเต่า พอให้เข้าพบก็มาบิดว่าเขาข่มขู่ทวงหนี้อีก
ซึ่งที่ผ่านมาผมอยู่และผ่านกับกระแสดราม่ามาตลอดหลายครั้ง ผมคิดได้ครับว่าถ้าผมเปิดเรื่องนี้แล้ว ชีวิตผมจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ผมต้องเดิมพันด้วยชื่อเสียงแลเครดิตตัวเองที่สร้างมาทั้งหมด เหมือนเทหมดหน้าตัก ธุรกิจผมต้องมีปัญหา การหาเงินผมต้องยากขึ้น จากที่ทุกวันนี้ก็ยากอยู่แล้ว หลังจากเปิดไป ต้องยากกว่าเดิมหลายเท่า ผมมีโอกาสจะผิดนัดสูง และชีวิตผมก็จะวนมาแบบเดิมคือต้องประนอมหนี้อีกรอบ และก็จะวนมาว่าผมต้องถูกประณาม นี่ไง มันเล่ห์เหลี่ยม ทำๆ ไป
แบบนั้นแหละ เดี๋ยวมาทำสัญญากันใหม่อีก ไม่เป็นไรครับ ผมต้องรับมันให้ได้
สิ่งที่ผมจะพูดในวันนี้ คือ ผมต้องการปกป้องสิทธิตัวเอง ผมเป็นแค่คนธรรมดา ไม่ได้มียศ ไม่มีตำแหน่ง ไม่มีอำนาจใดๆ ผมแค่คนบังเอิญและโคตรโชคดี ที่ตอนผมล้มในวันนั้น โลกมันดันมีโซลเชี่ยว ทำให้ผมได้เกิดใหม่จากที่เคยมีหนี้จากการโดนโกง จนไม่มีปัญญาจ่าย ก็จ่ายจนหมด และจนมาสร้างตัวจนมีเงินมีทอง บางคนฟังผมคงหมั่นไส้ว่า ที่งี้มาพูดซะอ่อย สร้างภาพให้คนเห็นใจ เห็นตอนในออน์ไลน์ไม่
เป็นแบบวันนี้ ครับ ที่คุณเห็นผมในออน์ไลน์ มันคือตัวตนผมครับ ผมเป็นคนแบบนี้ ผมพูดตรงไปตรงมา หลายครั้งก็โผงผาง คนชอบก็คงชอบผมเลยทั้งๆ ที่ยังไม่รู้จักผม คนไม่ชอบหรือเกลียดก็เช่นกัน คงเหม็นขี้หน้าและหมั่นไส้ตั้งแต่แรกเห็น ทั้งที่ไม่รู้จักผมเช่นกัน นี่เป็นบุคลิกผมครับ คือตัวตนผมจนมาถึงวันนี้
หลังจากวันที่ 17 เมษา ก่อนผมตัดสินใจทำแบบนี้ มีคนรอบตัวผมหลายคนให้สติและข้อคิดผมแล้ว ว่าให้คิดดีๆ บิ๊กเต่าเป็นนายตำรวจใหญ่ เรื่องจะบานปลาย ผมรับฟังและเอามาทบทวนหลายครั้งแล้ว ผมจึงตอบไปว่า ผมถอยจนไม่มีที่ถอยอีกแล้ว
ผมคือคนที่ดิ้นทุกทางเพื่อพยายามหาเงินมาจ่ายหนี้ มาดามเก่ง และเจ้าหนี้ทุกคน ทั้งธนาคาร และไฟแนนซ์ต่างๆ ผมคือคนที่โดนกดกัน ผมคือคนที่ต้องแบกรับพนักงานที่ร่วมหัวจมท้ายกับผมมาจนผมมีวันนี้ ผมตัดสินใจแล้ว ผมต้องสู้ ผมไม่คาดหวังว่าใครจะต้องมาช่วยผม แค่ให้ความเป็นธรรมและไม่กลั่นแกล้งผมก็พอ ผมมั่นใจว่าผมไปต่อได้ ผมหาเงินมาจ่ายหนี้ได้ แม้ในสภาพเศรษฐกิจแบบนี้ ขอแค่เวลา
เจ้าหนี้ผมได้เงินคืนครบหมดครับ
เหตุที่ผมเคยอยากเจอบิ๊กเต่าจริงครับ แต่เป็นช่วงปลายปี 68 เพราะคนในวงการรู้กันดีครับ ว่ามีกลุ่มเซียนพระหลายคนที่เป็นหนี้มาดามเก่ง แต่ละคนเป็นหลักสิบหลักร้อยล้าน มีข่าวรู้กันว่าคนที่เป็นหนี้กลุ่มนี้มีแนวโน้มว่าตำรวจจะดำเนินคดีว่าเป็นผู้ร่วมขบวนการไปหลอกมาดามเก่ง ขณะเดียวกัน คนที่เป็นหนี้ มาดามเก่ง 3-4 คน ถูกรุม
ทำร้าย คิดในแง่ดี คงเป็นเรื่องบังเอิญมั้งครับ แต่สำหรับผม ซึ่งเป็นหนึ่งในลูกหนี้ และดูจะเป็นหนี้มากสุดในกลุ่มคนพวกนั้น ด้วย ไม่เสแสร้งครับ ผมไม่เชื่อความบังเอิญ ผมกลัวครับ ผมไม่ได้กล่าวหาว่าใครเป็นคนทำนะครับ ผมแค่กลัว เพราะฉะนั้นผมจึงต้องอยากเจอบิ๊กเต่าครับ ก็แล้วแต่จะเรียกครับ จะว่าร้อนรน ร้อนตัว ได้หมดครับ ผมอยากเจอเพื่อต้องการบอกว่า ผมไม่รู้ว่าเซียนแต่ละคนจะไปร่วมกัน
หลอกมาดามเก่งยังไง จะไปโยงกันเป็นขบวนการแบบไหน แต่สำหรับหนี้ของผมที่มีกับมาดามเก่ง เป็นหนี้เงินยืมพร้อมซื้อของฟุ่มเฟือยจริงครับ จ่ายเช็คจริงครับ แต่ส่วนใหญ่ผ่อนชำระหมดไปแล้ว ส่วนมากที่เป็นหนี้กันอยู่จะเป็นเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่ซื้อมาจากมาดามเก่ง
แต่มีการประนอมหนี้กันครับ คนนอกจะมองว่าหนี้อะไรโอเว่อร์ขนาดนั้นถ้าไม่หลอกเขามา ได้ครับเป็นสิทธิทุกคนจะคิดครับ แต่สำหรับผมแค่ต้องการไปแสดง
ความบริสุทธิ์ใจว่าหนี้ของผมไม่ได้มาจากหลอกลวงมาดามเก่งเท่านั้นครับ แม้มันจะดูยอดเงินมหาศาลก็ตาม เพราะทุกครั้งที่ประนอมหนี้ ผมมีสิ่งที่ต้องแลกเพิ่มเสมอ แต่ไม่เป็นไรครับ เพราะมันแลกมากับระยะเวลาที่ปล่อยให้ผมให้ได้หายใจเพื่อไปหาเงินมาใช้หนี้ ผมยินดีรับมันครับ หลังจากเวลาผ่านไปหลายเดือน ผมไม่ได้ติดต่อหรือฝากผู้ใหญ่ท่านใดให้ประสานอีก ผมคิดว่าท่านคงไม่อยากคุยอะไรกับผม ต่อมา
ผมได้รับการแจ้งจากพี่ที่ผมนับถือ ทุกคนคงทราบแล้วคือพี่ป๋อง ว่าให้เข้าไปพบบิ๊กเต่า ในตอนนั้นผมไม่ทราบว่าเป็นเรื่องอะไร แต่ก็คงคิดว่าเป็นเรื่องนี้แหละ และผมก็เตรียมเอกสารและข้อมูลเกี่ยวกับหนี้ที่ผมมีกับมาดามเก่งไปครับ เพราะมันก็ตรงกับเจตนาแรกที่ผมอยากเจอบิ๊กเต่า และผมเข้าใจจริงๆ ว่า คือการเข้าพบกับบิ๊กเต่าคนเดียวเป็นการส่วนตัว เพื่ออธิบายที่มาของหนี้เท่านั้น แต่เมื่อผมเข้าไปแล้วเจอเหตุการณ์ ก็เป็นไปในแบบที่เคยแถลงแล้ว คงไม่พูดซ้ำอีก
ในวันนั้นผมมีโอกาสได้ชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องที่มาที่ไปของหนี้สิน แต่เหมือนท่านมีในใจไปแล้วว่าเป็นคดีอาญา ผมไม่ได้กล่าวหาว่าท่านตัดสินผมนะ แต่ ณ เวลานั้น สิ่งที่แสดงออกในสถานการณ์นั้น มันทำให้ผมคิดแบบนั้นจริงๆ ผมต้องคุยในสภาพที่เหมือนเป็นคดีอาญา ให้ยอมเพื่อเรื่องจบคดีอาญา ทั้งที่ในใจผมคือมันไม่ใช่ นี่ผมต้องคุยในฐานะที่ผมเป็นนักหลอกลวงเหรอ มันยังไม่ผ่านการพิสูจน์เลย แล้วท่านก็ได้พูดประโยคตามที่ทราบกันไปแล้ว
ในสถานการณ์นั้น ผมทำได้แค่ “คุยครับ” ผมคิดว่า ช่างมัน ไหนๆ ก็มาเจอแล้ว ในตอนนั้นผมก็ยังเชื่อตามแบบที่ท่านแถลงมาตลอดแหละครับว่า ท่านจะเป็นคนกลางเพื่อมาเจรจา เมื่อท่านเรียกมาดามเก่งเข้ามา มากันกี่คนก็ตามที่ทราบกันครับ บุคคลที่มาดามเก่งบอกเป็นน้องสาวแค่มาเป็นเพื่อน ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ก็แนะนำว่าเป็นน้องสาวก็ได้ครับ ผมไม่ได้ติดใจว่าใครจะมากับมาดามเก่งและจะมากันกี่คน เพราะข้อ
เท็จจริงผมมันเหมือนเดิม แต่มันผ่านการแนะนำจากบิ๊กเต่าครับว่าท่านคือพนักงานอัยการ จะให้ผมคิดยังไงครับ เมื่อสถานการณ์อย่างที่บอกไปตอนต้นว่า บรรยากาศมันเหมือนผมต้องคุยในสถานะผู้หลอกลวงส่วนทนายโต คุณเจน ใช่ครับ ผมรู้จัก เพราะเป็นคนติดตามมาดามเก่งเวลาไปคุยเรื่องสัญญาตลอดครับและทนายโตก็รับรู้เรื่องสัญญาต่างๆ มาตลอด แต่สถานการณ์นั้น มันทำให้ผมคิดว่าฝั่งมาดามเก่งมีกัน 5
คน รายละเอียดปลีกย่อยในวันพูดคุยพบคงไม่ลงละเอียดครับ
ในวันพูดคุยผมไม่ได้ปฏิเสธว่าจะไม่เอาทรัพย์สินมาใช้หนี้ ผมแจ้งไปว่าผมยินดี แต่ขอกลับไปดูก่อนว่ามีอะไรเหลืออยู่ เพราะรูปที่ปริ้นมาไม่ใช่รูปทรัพย์สินในปัจจุบันทั้งหมดครับ หลายรูปเป็นปี 2022-2023 ผ่านมาหลายปีแล้ว ผมบอกไปว่าทรัพย์สินผม ผมยินดีมาตัดหนี้ที่เหลืออยู่ประมาณ 300 ล้าน หักไปครับ หักหนี้ที่ถึงกำหนดไป
เหลือเท่าไหร่ก็ว่ากันไป แต่กลายเป็นว่าไม่ใช่ครับ ทรัพย์สินนั้น ผมต้องเอามาหักหนี้ที่มันเคยตีราคากันจบไปแล้ว สรุปคือ ให้ผมเอาทรัพย์สินที่เหลือ (ที่ผมตีราคาเอง) อีกประมาณ 50 ล้านมาใช้หนี้ แต่หนี้เหลือเท่าเดิมนะ 300 ล้านบาท สรุปในวันนั้นเงื่อนไขการชำระหนี้จึงตกลงกันไม่ได้ บิ๊กเต่า
บอกให้ไปสรุปมาว่าเหลือทรัพย์สินอะไรแล้วมาเจอกันใหม่วันที่ 24 เมษายน 2569
ตอนผมออกมาจากห้องบิ๊กเต่ามา มีหลายร้อยความรู้สึกเลยครับ ผมถามตัวเองว่า ผมควรต้องรู้สึกยังไงดี นี่ผมต้องยอมเอาทรัพย์ที่เหลืออยู่ตอนนี้มาใช้หนี้ แต่หนี้เหลือเท่าเดิม ถ้าไม่ทำ ผมกลายเป็นไอ้คนเหนียวหนี้ ไม่รู้จักบุญคุณ ไอ้โจรกระจอก ได้ตัวลาย เจองูกับเซียนพระกลุ่มนี้ก็ต้องตีเซียนพระก่อน
ส่วนถ้าจะโต้แย้งว่าหนี้ที่ประเมินราคาหักหนี้กันไม่คุ้มยังไง ผมว่า ณ วันนี้มันคงเป็นประเด็นที่ต่างฝ่ายต้องไปหักล้างกันครับ คนในวงการพระย่อมรู้ดีว่าการตีราคาพระหักหนี้คืออะไร และมาดามเก่งก็มีคนในวงการพระเป็นผู้ร่วมตีราคาครับ
ประเด็นอื่นๆ หรือที่เป็นรายละเอียดในสัญญาหรือที่มาของสัญญาก็เช่นกันครับ มันมีรายละเอียดของมันหลายอย่าง ที่มาดามเก่งกับผมและคนที่ร่วมอยู่ด้วยตอนเจรจาและทำสัญญาย่อมรู้กันดีครับ คนอื่นที่ไม่ร่วมอยู่ด้วย ย่อมไม่อาจทราบรายละเอียดต่างๆ และตีความไปได้หลากหลายครับ และหากจะตอบโต้กันไปมาก็ขอให้เป็นข้อกล่าวอ้างและข้อโต้แย้งที่ไปเกิดในพื้นที่ตามกระบวนการไปครับ
และคำว่า บุญคุณ ยิ่งใหญ่สำหรับผมเหมือนกันนะครับ ผมก็เป็นคนไทย ผมมีวันนี้ได้เพราะผมสำนึกบุญคุณทุกคนที่เคยช่วยเหลือผมครับ สำนึกแม้กระทั่งพนักงานที่ทำงานให้ผมจนมามีผมในวันนี้ แต่บุญคุณที่บิ๊กเต่าถามหาจากผมให้มาดามเก่ง มันมีดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทนนะครับ ดอกเบี้ยที่มีมูลค่าหลายหลักนะครับ ขนาดอั๋นให้สัมภาษณ์ยังบอกว่าเสียดอกไม่ต่ำกว่า 200ล้าน ลองคิดดูสิครับว่า ผมจะเสียดอกเท่าไหร่ แต่อย่างที่ผมบอก ผมรับได้เพราะดอกเบี้ยมันซื้อเวลาให้ผมได้หายใจต่อ ทำให้ผมยังไม่ตาย ผมจึงยินดีจ่ายครับ
ท่านก็แถลงเองว่า มาดามเก่งมาร้องทุกข์ขอความเป็นธรรม ท่านเป็นเจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่ หากช่วยเหลือประชาชนได้ก็อยากช่วย ผมก็ประชาชนคนหนึ่งที่อยากให้ท่านช่วยให้ความเป็นธรรมความเป็นธรรมเหมือนกันครับ ท่านฟังข้อเท็จจริงจากมาดามเก่งให้ข้อมูลกล่าวหาผม ท่านแสดงให้ผมเชื่อว่า ท่านตัดสินและเชื่อไปตามนั้นทั้งหมดแล้ว เมื่อผมอธิยาย กลายเป็นเหตุผลของผมมันคือการบิด ผมเหลี่ยม ทั้งๆ ที่ท่านก็บอกมาตลอดว่า ความเป็นมาท่านไม่รู้ แต่พอฟังผมชี้แจง ท่านกลับสรุปได้เลย ท่านจะบอกว่าผมคิดไปเองก็ได้ครับ
ผมฟังจากที่ท่านแถลงและแสดงทัศนคติต่อผมหลายครั้งหลังจากเกิดเรื่องนี้ หลายต่อหลายคำครับ ทุกท่านคงทราบแล้ว มันตอกย้ำครับว่า ที่ผมรู้สึกในวันที่ 17 เมษา ไม่เกินเลยไปเลย วันนั้นถ้ามีความเป็นกลางเกิดขึ้นจริง ผมคงไม่รู้สึกว่านี่เป็นการข่มขู่ทวงหนี้ก็ได้ครับ ผมขอถามในฐานะประชาชน ในการสอบสวน หรือการเจรจา
ใดๆ ก็ตาม ไม่ต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องคดี บนโต๊ะการเจรจา คำว่า คนกลาง คืออะไรครับ ต้องเป็นแบบไหนครับ ผมก็คาดหวังว่าเรื่องนี้จะจบด้วยดี หรือถ้าเกิดมันไม่จบ ขอให้ทุกอย่างไปอยู่ในขั้นตอนของมันครับ ผมจะขอใช้พื้นที่เท่านี้สำหรับแสดงความรู้สึกของผมบ้าง หลังจากนี้ ผมจะต้องไปทำมาหากินต่อ เพราะเวลาเดินทุกวัน เดินเข้ามาใกล้ถึงวันที่ต้องจ่ายหนี้
ผมขออนุญาตอีกนิด ขอใช้พื้นที่นี้ กล่าวถึง
พี่ป๋อง จากใจจริง พี่รู้จักผมดี ผมยังเคารพพี่เหมือนเดิม และแบบที่พี่แถลงครับ ว่าวันนั้น โทนโทรหาพี่ แล้วพูดว่าผมรักพี่นะ พี่ป๋องบอกว่า พี่ฟังแล้วก็ยังแปลกๆ ผมขออนุญาตครับ ในวันนั้นหลังจากออกจากห้องพูดคุย พบโทรหาพี่ทันทีเป็นคนแรก พี่ครับกว่าประโยคนี้จะหลุดจากปากผมได้ ผมมีหลายความรู้สึกและหลายพันคำในหัวอยากถามพี่มากครับ แต่มันจุกอกผมครับ ผมจึงกลั่นในใจแล้วเหลือประโยคนั้นครับ
แต่มาถึงวันนี้ ผมพูดจากใจจริงครับ ผมยืนยันคำพูดเดิม ผมยังคงรักพี่เสมอครับ
สุดท้าย ผมขอพื้นที่ในพื้นที่ของผม เพจของผม ให้ผมทำมาหากินต่อไป ท่านใดจะโกรธเกลียดผม ไม่เป็นไรครับ ขอแค่ถ้าจะเยาะเย้ยหรือสมน้ำหน้าผม ทำในใจหรือในพื้นที่อื่นๆ นะครับ ในพื้นที่ทำมาหากินของผม ขอให้เป็นพื้นที่หารายได้ ขอให้ผมทำมาหากินต่อครับ เพื่อใช้หนี้ครับ
ผมขอขอบคุณทุกคนที่ยังหวังดีกับผม และขอบคุณภรรยา ลูกๆ น้องสาว พี่สาว พี่ชาย คนในครอบครัว พนักงานบริษัท ที่ยังรักและอยู่ข้างผม แม้ในวันที่ผมเผชิญกับมรสุมลูกใหญ่ที่พัดไปโดนพวกเขาด้วยจากการตัดสินใจของผมคนเดียวที่พวกเขาไม่เคยรับรู้ ผมขอขอบคุณจากใจที่ทุกคนพยายามจะเข้าใจผมและไม่ตัดสินผมไปก่อน สำหรับผมแค่นี้ก็ยิ่งใหญ่ และเป็นกำลังใจให้ผมครับเดินหน้าต่อไปได้ครับ
ขอบคุณที่อ่านจบครับ
ด้วยความรักและนับถืออย่างสูง
นายโทนทอง สุขแก่น
แถลงข้อความเมื่อวันเสาร์ที่ 9 พ.ค.69
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย