9 พ.ค. เวลา 23:50 • ความคิดเห็น
ลองมองเรื่องชาติภพในแง่มุมใหม่กันครับ
ดร.เอียน สตีเวนสัน ใช้เวลา 50 ปีทำการศึกษากรณี "ระลึกชาติ" กว่าสามพันเคสทั่วโลก โดยผลการศึกษาได้รับการตีพิมพ์ในวารสารทางวิทยาศาสตร์ชื่อดัง
แต่วงการวิทยาศาสตร์กระแสหลักยังคงเคลือบแคลง
ดร. ไบรอัน ไวส์ จิตแพทย์ชาวอเมริกัน ไม่เคยสนใจเรื่องชาติภพมาก่อน จนกระทั่งเขาทำการรักษาคนไข้คนหนึ่งชื่อแคธเธอรีน เธอมีความกลัวการลงน้ำโดยไม่ทราบสาเหตุ และเมื่อทำการรักษาไป 18 เดือน ผลการรักษาไม่ดีขึ้น
ดร.ไวส์จึงใช้วิธีสะกดจิตเพราะเป็นวิธีการรักษาโดยให้คนไข้ย้อนกลับไปรับรู้ถึงต้นเหตุของปัญหา
เธอย้อนกลับไปถึงชาติก่อน
ดร.ไบรอัน แปลกใจ แต่ก็แค่บันทึกไว้เป็นกรณีศึกษาว่าเป็นปรากฎการณ์ทางจิตที่พบได้ยาก
จนกระทั่งวันหนึ่ง ในระหว่างการสะกดจิต แคธเธอรีนบอกเขาเรื่องของลูกชายและพ่อของเขาที่เสียชีวิตไปแล้ว ครั้งนี้เขาตกใจมากเพราะรายละเอียดถูกต้องและรายละเอียดนั้นไม่มีทางที่คนอื่นจะรู้ได้นอกจากตัวเขา
วิทยาศาสตร์ไม่ยอมรับเรื่องนี้เช่นเคย แต่รายงานของ ดร.เอียน กว่าสามพันเคสมีอยู่จริงและรอคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์
ในช่วงเวลานั้น วงการวิทยาศาสตร์กำลังตื่นเต้นกับกลศาสตร์ควอนตัม ควอนตัมมองอนุภาคด้วยคณิตศาสตร์ความน่าจะเป็น สามารถอธิบายปรากฎการณ์ในระดับอะตอมที่ทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอน์สไตน์อธิบายไม่ได้
แต่ควอนตัมก็อธิบายปรากฎการณ์ระดับจักรวาลไม่ได้ วิทยาศาสตร์ต้องการทฤษฎีที่เชื่อมทั้งสองทฤษฎีนี้เข้าด้วยกัน
จนกระทั่งในช่วงปี 1970s ฮอว์คิงศึกษาหลุมดำและพบว่า ข้อมูลไม่ได้ถูกดูดเข้าไปในหลุมดำ แต่ยังคงอยู่ที่ขอบหลุมดำ เป็นต้นทางให้เกิดทฤษฎีที่ใช้เชื่อมสองทฤษฎีนี้เข้าด้วยกัน
ข้อมูลไม่สามารถถูกทำลายได้ และในมุมมองควอนตัมนั้น หน่วยพื้นฐานที่สุดไม่ใช่อะตอม ไม่ใช่อนุภาคต่างๆ แต่เป็นข้อมูล
บางที สิ่งที่ไปเกิดใหม่ เป็นชาติภพ อาจเป็นการเพียง "ข้อมูล" ที่กลับมาใช้ใหม่
โฆษณา