11 พ.ค. เวลา 02:38 • การศึกษา

“อโหสิ.. แก้ไขกรรมเก่า ไม่ได้..”

ชาวบ้านมักเข้าใจคำว่า อโหสิกรรมผิดจากคำสอน..
เข้าใจผิดไปว่า.. การขอขมา คือการทำให้เจ้ากรรมนายเวรอโหสิกรรมให้.. จะทำให้วิบากกรรมชั่วเบาบาง หรือหลุดพ้นไปได้..
ที่ถูก คำว่า “อโหสิกรรม” หมายถึง กรรมประเภทที่ไม่มีโอกาสส่งผล..
ดังนั้น ถ้าทำกรรมชั่วกับคนอื่นแล้ว ขอให้เขาอโหสิกรรมให้.. ไม่ใช่การแก้กรรม.. ไม่ได้ทำให้เราหลุดพ้นจากวิบากกรรมนั้น..
การทำผิดต่อตนเอง ไม่ได้ทำให้คนอื่นเดือดร้อน คือ ผิดศีล.. ถ้ารู้ตัวแล้วไม่ปกปิด เปิดเผย แล้วตั้งใจไม่ทำผิดอีก.. นั่นคือ การปลงอาบัติของพระ..
การทำผิดต่อคนอื่น ทำให้คนอื่นเดือดร้อน เบียดเบียนเขาแล้ว ก็เช่นเดียวกัน.. เราควรสำนึกผิด.. ถ้ามีโอกาสก็ควรขอโทษ ขอขมาเขา.. และตั้งใจจะไม่ทำผิดซ้ำ..
คนทำผิด ก็จะไม่ติดใจในกรรมที่ทำไปแล้ว.. ไม่ค้างคาใจ..
คนถูกกระทำ.. ถ้าเขาเข้าใจเรา เขาก็จะให้อภัย.. ก็จะไม่ค้างคาใจเช่นกัน..
ส่วนผลกรรมชั่วที่ได้ทำต่อเขาแล้ว.. เราผู้ทำต้องรับผลวิบากกรรมนั้น..ไม่ว่าเขาจะอโหสิกรรมให้หรือไม่..
เพราะทำดี ย่อมได้ดี.. ทำชั่ว ย่อมได้ชั่ว..
แต่มีข้อยกเว้น.. คือ ทำชั่ว แต่ได้ไปสู่สุคติ.. หรือทำดี แต่ได้ไปอบายภูมิก็ได้ตามหลักฐานในพระไตรปิฏก (มหากัมมวิภังคสูตร)....
มีวิธีแก้กรรมชั่วมาแนะนำ.. เพื่อให้วิบากกรรมชั่วเบาบาง.. ทำให้หมดไปโดยเร็ว.. หรือจนถึงทำให้วิบากกรรมไม่มีโอกาสให้ผล ที่ภาษาพระเรียกกรรมนั้นว่า อโหสิกรรม ก็คือ..
1) ทำกรรมใหม่ที่ดี ให้บ่อย และแรงกว่าวิบากกรรมชั่วที่ทำไปแล้วนั้น.. และ..
2) ก่อนตาย ต้องมีสัมมาทิฏฐิ .. ไม่ยึดในขันธุ์ว่าเป็นเรา เชื่อในกรรม.. ไม่นึกถึงกรรมชั่ว.. คิดถึงปิติ กรรมดีที่เคยทำ..
ส่วนกรรมดีที่มีกำลังแรงที่สุด.. สามารถหลบหนีวิบากกรรมที่จะส่งผลในอนาคตได้ทุกอย่าง..
เริ่มจาก.. ทำสัมมาทิฏฐิให้เกิด.. คิดออกจากกามสุข.. ถือศีล.. ละอกุศล (โดยเฉพาะกรรมหนัก อนันตริยกรรม)..
ฝึกให้เห็นอริยสัจในขันธุ์บ่อยๆ.. จนเข้าใจโลก.. มีสติ สมาธิ.. และวางอัตตาลงได้..
นั่นคือ.. การทำตนเองให้ออกจากทุกข์.. หนีภัยแห่งการเกิดใหม่ในวัฏสงสาร.. หนีวิบากกรรมในอนาคต.. ด้วยการเป็นพระอรหันต์ให้ได้ภายในชาตินี้..
โฆษณา