Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
วรรณกรรมถอดรหัสจิต
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 06:22 • นิยาย เรื่องสั้น
40 ปีกับบทสรุประดับอภิธรรม ของรัตติกาลยอดรัก พนมเทียน ในฐานะแฟนฟิคชั่น
ใกล้รุ่งอุษาสาง
ปัจฉิมบท...รัตติกัลยา
ผู้มา..ผู้ไป...และอสงไขยที่สิ้นสุด
หลังเหตุการณ์ไฟสวรรค์ที่จักกฤษณ์ลุแก่โทสะอันเกิดจากรัตติกาลแสดงความไม่พอใจที่เขามีนาคเทวี ธิดาพญานาคที่พบกันโดยบังเอิญ และอนุญาตให้หล่อนเข้าออกทั้งบ้านและวังสนธยาได้โดยอิสระ และไม่รู้เลยว่านาคเทวีมีใจปฏิพัทธ์ต่อเขาอย่างลึกซึ้ง รัตติกาลผู้แลเห็นทุกอย่างจากเบื้องบน ได้หายไปนาน หลังจากหล่อนเตือนเขาที่ข้องเกี่ยวกับภพภูมิที่มีอกุศลเป็นแดนกำเนิด ไม่เพียงเดรัจฉานเทพอย่าง นาคเทวี ยังมีหิรัญญะ โอรสแห่งท้าวเวสสุวรรณ
( สรุปเหตุการณ์ในเล่มสุดท้าย ภาค 2 ของ รัตติกาลยอดรัก คือ รัตติกัลยา ผลงาน พนมเทียน ที่เขียนจบในราวปี 2525 และข้าพเจ้า ผู้ประพันธ์แฟนฟิค ในปี 2569 ได้ขยายเรื่องราว
โดยเปลี่ยนแปลงบทสรุป ที่ความรักนั้นมือาจร่วมชะตา ด้วยความแตกต่างแห่งภพภูมิ แลมิใช่ ที่รัตติกาล ผู้มีหน้าที่ทดสอบธรรม ในฐานะธิดาแห่งพญามารผู้ปวารณาตน ติดตามปนิธานกิจแห่งท้าวเธอ ผู้สุดสูงแห่งนิมมานรดี ที่เคยทดสอบมหาบุรุษผู้บรรลุนิพพานนับไม่ถ้วนมาหลายอสงไขย ที่นางจะลุ่มหลงในตัณหาเสียเอง
พนมเทียนได้อบบทสรุปให้จักรกฤษณ์ออกบวช ส่วนเทวนารีกก็ได้แต่มาส่งด้วยจิตอันยินดี
ข้าพเจ้า จึงขออุกอาจด้วยจินตนาการแห่งตน ใช้เหตุการบุกฝ่าไฟสวรรค์ อันเป็นจุดแตกหักของชะตากรรมในนวนิยาย เป็นจุดเชื่อมต่อและขยาย มหากาพย์แห่งบุพเพกรรม )
โมหะแห่งรักนำเขาฝ่าไฟสวรรค์ที่กางกั้นทุกชั้นสวรรค์จาก จาตุมหาราชิกา ขึ้นมาถึงบันไดแห่งดุสิตา เพียงใช้อภิญญาทั้งหมดและความเสี่ยงตาย จักรกฤษณ์ก็จะถึงนิมมานรดี แหล่งสถิตย์แห่งรัตติกัลยายอดรัก
ในขณะที่เขากำลังฝ่าไฟสวรรค์นั้น ได้พบว่า นาคเทวีก็ติดตามมาด้วย และหล่อนมิอาจทนความร้อนอันเอกอุนั้นได้เท่าเขามนุษย์ผู้ทรงโลกีย์ธรรมสูงและอภิญญาระดับฌาน
เชิงบันไดดุสิตา หนึ่งมนุษย์ หนึ่งนาคราช กำลังจะแตกสลาย โดยเฉพาะนาคเทวีที่ร่างลุกไหม้ในเปลวไฟสีเงินท่วมตัว หล่อนร้องด้วยความเจ็บปวด ดิ้นร่าลงกับพสุธาอย่างแสนสาหัส และคงจะดำเนินถึงวาระสุดท้ายก่อนเขา เมื่อปลายพะยับนั้นได้ก่อตัวเป็นวงหมุนวนรวดเร็วขึ้นเป็นลำดับ
เกลียวมฤตยูสีเงินยังชักนำสายฟ้าจากทุกทิศทางให้แลบลามเข้าผสาน เสียงเปรี้ยงปร้าง ดังสนั่นทุกครั้งที่นางนาคน้อยกรีดร้องสุดเสียง
หะสุดท้าย ร่างมนุษย์ได้คืนสภาพเป็นงูใหญ่ สะบัดหัวรุนแรงจนหงอนที่ติดไฟเกลือกพื้น ฉีกขาด หลังโลหิตเขียวแปดเปื้อนไปทั่ว ร่างยาวระริกร่า สะบัดไร้ทิศทาง จนแทบจะขาดจากกันเป็นท่อน ด้วยประกายเปลวเงินที่อาบโหม เกล็ดหลุด เผยผิวเกรียม ปลายหางขาดวิ่น ลึกถึงกระดูก
ลาแล้ว...เศษดวงแก้วแตก ที่จะสำรอกในจิตสุดท้าย ขอมอบแด่พี่เตอร์ ไว้ด่างหน้า
จักรกฤษณ์ รวมจิต เพ่งอาโปกสิณ ให้เกิดเป็นสายฝน หล่นพร่างลงบน อสรพิษหงอนแดงในกองเพลิง หากแให้ซัดสายหนักเท่าใด ก็ไม่ช่วยให้มหาอัตคีนั้นโทรมลงแม้สักน้อยนิด
เมื่อไม่มีใครสนใจ ก็ตายไปด้วยกันตรงนี้
เขากำหนดจิตให้ร่างทิพย์ของตนพุ่งสู่กลางไฟโหมหลายครั้ง แต่ให้พยายามเท่าไหร่ ก็ถูกวงแหวนสายฟ้า เหวี่ยงเซทุกครั้ง
ขอแลกบุญกุศลทั้งมวลจากทุกชาติภพ จงประชุมรวมให้จิตนี้ได้ถึงแก่นกลางเพลิงสวรรค์นี้ ข้าพเจ้าไม่เสียดาย
จงรวม ! บัดนี้ !
เปรี้ยง!!! เสียงอสนีดังลั่น พร้องแสงสว่างจ้าเป็นลำ ฟาดลงบนตัวเขาที่กำลังจะถึงร่างงูยักษ์ของนาคเทวี ทีาบัดนี้ มีดวงแก้วสว่างเรืองอยู่จงอยปาก ที่อ่อนยวบลงกระหนาบเมฆบนพื้น จนมองไม่ชัด
ในความอึงอล ลมมหากาฬที่ก่อตัวเป็นงวงคชสาร พุ่งวาบกว่าแสง ดูดประกายเงิน และเปลวเพลิงบนร่างใกล้ตายสูญสลาย ไปพร้อมกัน
ความเงียบสงัด แทนที่อย่างฉับพลัน หมอกเมฆบนพื้นค่อยลอยเคลียก่อตัวเหมือนผืนพรม
หิ้งห้อยทิพย์นับร้อยเหมือนนิรมิตจากละอองไอ ระยิบระยับ ลอยสูงก่อตัวเป็นกรอบร่างอันเฉิดฉาย ตรงเชิงบันไดบนสุดของสวรรค์ดุสิตา
ที่บัดนี้ยืนสง่าด้วยสิริโฉมอันแจ่มเจิด สูงส่งเหนือจักรวาลแห่งรัตติกัลยา มหาเทวีแห่งนิมมานรดี
ดวงหน้าอันเหนือภิภพจบแดน เฉยเมย นิ่งลึกด้วยดวงเนตรเข้มขัง
มนุษย์โง่ จงดู สิ่งที่เจ้าได้กระทำ
รัตติกาลชี้นิ้วไปที่ร่างยับเยินของนาคเทวี ที่บัดนี้แม้ไม่มีไฟสวรรค์และทัณฑ์ทรมาน แต่ขวัญของหล่อนก็เหือดหายจนจิตมิอาจคืนรูปอันเป็นเกียรติภูมิแห่งเผ่าพันธุ์ที่ต่ำกว่าสวรรค์เพียงครึ่งก้าว
แต่แม้กระนั้นธิดาพญานาคผู้ไร้เดียงสาก็ยังนั่งยอบอยู่แทบเท้าเขาไม่ห่าง
ฉันเสียใจ นาคเทวี เธอไม่ควรแอบตาม
จักกกฤษณ์ กล่าวเสียงสะทกสะท้อนด้วยความรู้สึกผิดรุนแรง ถอนใจหนักหน่วง ก่อนหันไปที่มหาเทวีด้วยความโกรธและน้อยใจฉายชัดในแววตา
ถ้าเธอมาเจอฉันบ้าง มันคงไม่เกิด
รัตติกัลยาขมวดคิ้ว แววตายะเยือกด้วยโทสะที่สะกดกลั้น
ไปมาแห่งเรา มิใช่เจ้าผู้เป็นมนุษย์ต่ำต้อยจะบัญชา เหตุตรงหน้า มิใช่เจ้าหรอกหรือที่ทะนงในฌานโลกีย์ต่ำทราม อาจหาญท้าทายสวรรค์อันเหนือภพภูมิเกิด
จักกฤษณ์เดือดดาลเป็นกำลัง เขาประสานตาหล่อนอย่างเข้มข้น ด้วยเพลิงโทสะท่วมท้น กัดกราม พูดเน้นทีละคำ
สวรรค์ที่สุดสูงนัก
แล้วใครกัน!!! ที่ลงมาให้มนุษย์กิเลสหนาปัญญาทรามอย่างฉันได้ตะกองกอดพลอดคำหวาน
มิใช่มหาเทวีสุดสูงแห่งอนันตจักรวาล...ตรงหน้านี้หรอกหรือ
ดัชนีแห่งมหาเทวีชี้นิ่งไปที่เขา แววตาดุจะเผาร่างตรงหน้ให้กลายเป็นมหาจุณ
สุรเสียงเนิบช้าราวสิ่งที่เอ่ยคือ โองการ
นับแต่นี้...จะไม่มีรัตติกาลอีก!
จงกลับไป!
เราอโหสิกรรม
กล่าวพลางผินพักตร์ไปที่นางนาคน้อย ผายมือด้วยความเมตตา ละออทิพย์ผุดพรายกลางฝ่ามืองาม ปลิวฟุ้งเป็นทิวแถววไปยังร่างที่มอดไหม้
ทุกสัมผัสที่อณูแสงตกแตะ ได้ปฏิรูปความบรรเจิดบริบูรณ์ให้กลับฟื้น พร้อมพัสตราภรณ์แห่งฐานันดรศักดิ์อันสูงส่งเหนือมนุษย์
ใบหน้าคมเข้มสวยพิลาส แววตามีแววซุกซนถือดี รูปร่างอรชร ผิวพรรณสีน้ำผึ้งผุดผ่องเรืองรอง ในแพรนะบับสีมรกตและเทริดลาายพญานาคบนศีรษะ คือเครื่องทรงขัติยะนารีสูงสุดแห่งสถานะและการเคารพต่อทิพยอำนาจเบื้องหน้า
นาคเทวีพนมมือเป็นดอกบัวตูมกลางอก ก้มช้าลงวันทาแทบพื้นอย่างหมดจดงดงาม ผิดวิสัย
ข้าพเจ้าอภิวาทในพระเมตตาแห่งองค์มหาเทวี และจะไม่กำแหงหาญล่วงล้ำแดนสวรรค์อันเหนือกว่าอีกแล้ว
หล่อนกล่าวในขณะที่หน้าผากจบพื้น แต่ก็ยังผินมองจักรกฤษณ์ด้วยแววตาภักดีลึกซึ้ง
รัตติกัลยามหาเทวี แย้มสรวลมุมปาก เอื้อนเอ่ย
เราอโหสิกรรมแก่เจ้า
ผู้รู้มิเท่าทัน ! อย่าซนนัก
จงมีแต่ความสวัสดีมีธรรมเถิด
มหาเทวีทอดเนตรไปที่จักรกฤษณ์ ด้วยแววตาสงบ นิ่ง จนเขารู้สึกเสมือนรูปตรงหน้า มิใช่ รัตติกาล แต่เป็นศักติอันสูงสง่าหนือจักรวาลที่ห่างเหินหลายล้านโยชน์
จงกลับสู่ภพภูมิแห่งตน และตรึกพิจารณาเถิด ผู้ทรงธรรม
มหาเทวีผายพระหัตถ์ สองร่างมนุษย์ นาค ก็อันตรธานในพริบตา
ภาพสองคนไม่ทิ้งร่องรอยใด อย่างน้อยก็จักขุวิญญาณ หล่อนทวนดูจิตเห็นโทสะที่พุ่งพล่าน...เจือด้วยริษยา แม้น้อยนิดจนแทบไม่มี แต่มากพอจะสร้างมนทิลต่อความใสที่เป็นฐานจิตแห่งนิมมานนรดี คำตัดภพชาตินั้นอาจจะด้วยโทสะแต่จิตที่ติดตามมาดวงใหม่ก็มีความเห็นที่ตรง ...ใช่ หล่อนเองก็ไม่ต่างจากเขา ยังลงต่ำได้
ในวาบเดียวแห่งจิตอีดดวง หล่อนประทับทรงบนอาสนะอันแพรวพราวด้วยรัตนะทิพย์บัลลังก์ ศิราภรณ์สูงสุดแห่งมหาเทวีเต็มศักติสวรรค์ที่เป็นรองแค่ปรนิมมิตวสวัตตี ในท่านอนเหยียดสำรวม มือข้างหนึ่งรองรับเศียรครองมงกุฎประนีตแห่งจักรวาลจะบรรจงสร้างสรรค์ พริ้มตาลง จิตดำดิ่งลงในภวังค์...สักกายะทิฐิ เป็นเรา ของเรา คือเรา ...บัดนี้ ไม่ใช่เรา ไม่คือเรา และไม่มีเรา รูปลักษณ์อันเลอเลิศแตกสลายเป็นอณูแสงเรืองรองแล้วพุ่งออกจากรัตนบัลลังก์ไปทุกทิศทาง บัดนี้นิมานรดีไร้ซึ่งรัตติกัลาตลอดกาล
แสงดาวตกปรากฎต่อตาของจักรกฤษณ์ในคืนมืดมิดไม่มีแม้ดวงจันทร์ปรากฎ...รัตติกาล เขารำพึงบนดาดฟ้าชั้นสามของวังสนธยา กึ่งกังวลและโล่งอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ร่วมเดือนแล้วที่ไร้สัญญาณแห่งเธอ แม่ภูติรัตติกาล
ยามนี้ เขาไม่มีความรู้สึกโหยหา ครอบครองเหมือนในวันที่ท้าทายไฟสวรรค์ แต่จิตยังมีเส้นบางๆ หน่วงๆ นั่นคือสัญญาเดิมที่ยังเกาะเกี่ยวเหมือนส่วนเกินที่ยังไม่อันตรธาน
เสมือนมีแต่ไม่ปรากฎ
แค่ทิ้งรอย
สองเหตุการณ์อุบัติพร้อมกันแต่คนละห้วงเวลา หนึ่งจุติ หนึ่งดำเนิน ไม่มีใครรู้นอกจากผู้อยู่เบื้องสูงกว่า เพียงมองลงมา เสียงซ้องอนุโมทนากังวาลสะท้านสะเทือนจักรวาลจากเบื่องบนนับขึ้นไป
จาก ปรนิมมิตวสวัตตี ถึงพรหมโลก
โอมมมมม!หนึ่งดำเนิน...หนึ่งจุติ
โสดาปัตติผลเกิดขึ้นแล้ว
บัดนี้ !...สาธุ
20 ปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังไม่ทันกระแสโลก 2544 ที่เกิดดับด้วยความเร่งอันรุมเร้าของกระแสที่บัดนี้ ความต่ำทรามได้ปั่นให้มันไม่เพียงขับเคลื่อนว่องไว แต่แหว่งวิ่น
ศาสตราจารย์ ดร. จักรกฤษณ์ อิศรารักษ์ กลับจากบรรยายวิชาการเรื่อง จิตละอสงไขย ในต่างประเทศ ความสำเร็จที่นำทฤษฎีควอนตัมฟิสิกส์มาประกอบพุทธภิธรรม ที่ใช้ประโยชน์ในการอธิบายปริศนาของโลกและจักรวาล ทั้ง ปรากฏการณ์ เบอมิวด้า หลุมดำจักรวาล โลกหลังความตาย การพัฒนาศักยภาพเหนือขีดจำกัดด้วยการแยกรูปและนามในเด็กประถม และคุณประโยชน์อีกมากมาย
ในสองทศวรรศมานี้ ทำให้เขาคือ ทรัพยากรบุคคลของโลก คนไทยที่มีชื่อเสียมากที่สุดและทรงอิทธิพลมากที่สุดในสาขาปรจักษ์วิทยา
นิตยสารไทมส์ ได้สัมภาษณ์ และนำเขาขึ้นปกถึงสองครั้ง การได้รับเสนอชื่อในรางวัลโนเบลในปีนี้ รวมทั้งมหาวิทยาลัยทั่วโลกเสนอดุษีบัณฑิตมากมาย
คือความสำเร็จที่เขาไม่ยินดียินร้ายไปกว่า การดำดิ่งกับสภาวะแยก และทวนขันธ์ ของรูปนามในตน ที่เชือมไปสู่องค์ความรู้แปลกใหม่ที่ผุดขึ้นจากสัญญา
วิ่งหลุดมาวังสนธยาได้ยังไงวะ
คนขับรถงงงันที่จากสนามบินพลัดหลงมายังเรือนปั้นหยาเก่าโทรม ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นจุดกำเนิดความสัมพันธ์มนุษย์และมหาเทวีแห่งสรวงสวรรค์สุดสูง
เขาเงยหน้าที่งุดอยู่กับกองเอกบสารเต็มห้องนั่งหลังของโรสรอยด์...แค่ปลายตาก็รู้นี่คือวังสนธยา ไม่มีความบังเอิญในกฎแห่งกรรม ...เขารำพึงเบาๆ ยิ้มอย่างเท่าทัน เขาผลักประตูลงรถในเวลา 24.00 น
เสียงสวบสาบในเงามืดของสวนกว้างรกครึ้มด้านหน้าเรือน เพียงแค่รับรองทิพยจักขุ ว่านั่นคือนาคที่มาในรูปของงูใหญ่ เลื้อยหลีกทางมิใช่หนีหาย อีกตนที่ไม่ใช่นาคเทวีผู้ไร้เดียงสานางนั้นแต่เผ่าพันธุ์เดียวกัน
จักรกฤษณ์เดินผ่านตัดตรงไปในเรือนเก่าราวกับกลางวัน เพียงผลัดประตู เสียงฝีเท้าส้นสูงก็ดังกระทบจากชั้นสองลงมาใกล้เชิงบันไดที่ลับตาซ่อนอยู่หลังผนัง
การปรากฎคล้าย...เหมือนจนแทบจะหมุนเวลานั้นให้เกิดขึ้นอีกครั้ง
สาวสวยผู้เต็มศิราภรณ์ในชุดไทยจักรี พร้อมรัดแขนงดงามเหมือนสมบัติชาติจากกรุเก่าในยุคสุโขทัย ที่เพิ่งลงข่าวและได้รับการคุ้มครองจาก unesco ประดับประดาครบครันบนตัวหล่อน
...ว่าไง ตาทึ่ม เทิบทาบบบบ ...
คำนี้ทำเอาเขาเกือบเรียกชื่อ รัตติกาล
แต่ในจิตเดียว เขาก็สงบวาง ตอบอีกฝ่าย
...เธออ่านสัญญาเก่าของฉัน ได้ดีมาก แต่เธอ...ไม่ใช่ และไม่อาจเป็น
เจ้าของร่างเปลี่ยนรูปลักษณ์ใหม่เป็นสาวเฟี้ยสในคอลเลคชั่นล่าสุดของ Chanal ในมือถือแก้วไวน์ ที่ถูกนิ้วประดับเกล็ดเพชรแวววาว จับก้านวนช้าๆ ยิ้มยวน....
เขาส่ายหน้า ยิ้มขำแบบไม่เอาความ แต่ทักกลับไป
เทวีฝีกหัด เธออย่าพยายามเป็นหล่อนเลย แม้จะก้อบปี้สัญญาเก่าของฉันได้ทั้งหมด มันก็แค่ภาพที่ไร้สัญญา
จักรกฤษณ์ หันหลังกลับเหมือนหมดความสนใจ แต่เจ้าหล่อนก็ว๊าบมาดักหน้าด้วยความไวแค่กระพริบตา คราวนี้มาเต็มรัศมีแห่งเทวะนารีดุจเดียวกับรัตติกาล แม้จะไม่ใช่พิมพ์เดียวกันด้วยบุพกรรมปั้นแต่งที่แตกต่าง แต่ก็งดงามเหนือใครจะเทียบ
...หมายความว่าไง เทพีฝึกหัด คุณศาสตราจารย์เอกเตอร์อสงไขย หล่อนเรียกขำแบบสุภาพกึ่งเยาะ
เขาถอนใจ รำพึงคนเดียว...คล้ายมากแต่พลังงานก็ยังแตกต่าง ก่อนตอบ
ก็หมายความตามนั้น...ทำหน้าที่ของเธอไปตามเหตุ ปัจจัย เหมือน...แต่ฉันไม่ใช่สิ่งที่เธอจะมีอำนาจทดสอบได้ ใช้อภิสิทธิ์สภาวะของเธอสแกนดูจะเห็นผู้ถูกทดสอบของเธอ...ที่ปารีสโน่น
เขายิ้มแบบรู้ทัน ทำเอาหล่อนต้องหลับตานิ่งก่อนคลี่ยิ้มพร้อมเปลือกตาเปิดออก สวนกลับอย่างเหนือกว่า
ส่วนของคุณอยู่ไม่ใกล้ ไม่ไกล แต่อีก 25 ปี และบัดนี้...ไม่ใช่บททดสอบ แต่คืออำนาจที่เคยเป็นข้อสอบ เราไม่เรียกว่าเธอ เราละไว้ด้วยความไม่มีนาม อันเป็นเกียรติแห่งภพภูมิที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่สถิตย์ ...
หล่อนละนามแห่งเธอผู้ละทิพยสภาวะอันสูงส่งแห่งนิมานนรดี ก้มศรีษะลงช้า และเงียบไปสามสี่อึดใจ ก่อนพูดเสียงซุกซน
ฉันแสดงให้เห็นได้นะ...
เขารีบขัด
ขอบใจ ไม่เป็นไร
ในของจักรกฤษณ์ รู้ดีว่ากำเนิดใหม่ของเ
รัตติกาลคือการทำให้สิ้นสุดแห่งที่วาง ที่ตั้ง หมดที่มา และที่ไป และเขาก็เช่นกัน... กำลังมุ่งสู่...จะไม่มีเรา
เทพีผู้ทรงอำนาจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าผู้นั้น...ที่บัดนี้มุ่งถอดถอนในทางตรง น้อมลงกราบบุคคลตรงหน้า ...
ข้าพเจ้าผู้มาสานต่อขออโหสิกรรมในสิ่งไม่อันควรทั้งปวงก่อนหน้า แม่เพียงด้วยชวนะเบาแห่งกรรมที่ล่วงเกินในสัญญานั้นจะมิได้เป็นไปด้วยอกุศล ขอท่านจงดำเนินไปตามจิตที่ตรงนั้นอย่างสบายใจเถิด ข้าพเจ้าขออำนวยพร
จบคำหล่อนหมอบต่ำด้วยศิโรลาปในธรรมอันสูงกว่า แม้เขาจะกำเนิดในภพภูมิที่อยู่เบื้องล่างเหลือประมาณ แต่ประเสริฐกว่า
...จักนกฤษน้อมศรีษะรับไม่มากไม่น้อย ..
มหาเทวี จงทำหน้าที่แห่งท่านตามจิตอธิษฐานในหลายภพชาตินั้นเถิด ผมขออนุโมทนา
เขาหันหลัง พูดทิ้งท้าย
...กรรม ไม่เคยหยุดหน้าที่ และไม่เคยว่างเว้นเหตุปัจจัยให้มีผู้ดำเนินหน้าที่นั้น...เป็นเช่นนี้เสมอ นานนับไม่ถ้วนอสงขัย ตั้งแต่อวิชชากำนิด
..เขาจากไปด้วยทุกฝึก้าวมั่นคง หนักแน่น สม่ำเสมอ อย่างไม่หันกลับ...แม้บริเวณที่งูใหญ่หลบอยู่ จะมีรัศมีเขียวเรืองส่องละมุนอันคุ้นเคยเรียกอีกสัญญาเก่าให้กลับคืน
...พี่เตอร์ พี่เตอร์...
เสียงนั้นราวจิตจะแตกทำลายกำเนิดอันสูงกว่ามนุษย์แต่ต่ำกว่าสวรรค์ครึ่งก้าว
เขายังสืบเท้าต่อไปราวกับที่กระทบโสต เป็นพลังงานที่ว่างเปล่า
นาคเทวีที่ยังคงผูกพันไม่ต่างจากวันที่ติดตามเขาฝ่าไฟสงรรค์จนแทบสูญสิ้น ก้มลงประนมกรในศิราภรณ์สูงราศีแห่งธิดาพญานาคราชเจ็ดเศียร หล่อนกล่าวด้วยเสียงสะอื้น อาวรณ์
...พระคุณเจ้า...อย่าลืมมาโปรดข้าพุทธเจ้าด้วย
ร่างนั้นกลับสู่สภาวะกึ่งเทพกึ่งเดรัจฉานอันสูงส่งศักดิ์สิทธิ์ เลื้อยทักษินาวัตรสามรอบอันเป็นการเคารพสูงสุดก่อนอันตรธานไปพร้อมงูใหญ่ก่อนหน้า
แสงสว่างแรกของดวงอาทิตย์ฉาบบาง ความมืดลึกลับสูญอำนาจแห่งอุปาทานที่เคยครอบงำในยามรัตติกาลยาวนาน
ปฐมบทใกล้รุ่ง...
2569 ศูนย์อัญมณีวังสนธยา
จักรกฤษณ์ เห็นด้วยทิพยจักขุถึงความเปลี่ยนแปลงของพลังงานในรั้ววังเก่า จากดาดฟ้าชั้นสามของวังสนธยา ดวงวิญาณทุกระดับแม้ไม่สูญสลาย แต่ไม่แจ่มชัดเช่นเคย บางดวงจิตสั่นพร่าเหมือนโดนคลื่นแทรก หลายดวงจิตที่เคยมีเงาทอดตามแสงถึงกับโปร่งใส
...ใคร หรือ อะไร ...
คำตอบมาแทบจะวินาทีเดียวกันกับการก้าวลงจากรถแทกซี่ของเด็กสาวรูปร่างหน้าตาสวยจัด หล่อนมีบางอย่างคุ้นเคย
ใกล้รุ่งเดินผ่านรั้วเข้าตัววังราวรู้จักทุกตารางนิ้วจนเคยชิน แม้นี่เป็นการมาครั้งแรก
ผ่านลานกลางห้องที่จัดวางชั้นแสดงอัญมณีและพนักงานต้อนรับ ...
จากบริษัทที่นัดไว้ว่าจะะเข้ามาถ่ายภาพ และดูสถานที่เพื่อพิทช์งานค่ะ
พนักงานยื่นเอกสารให้หล่อน และนำพาชมจุดต่างๆ ในจังหวะเดียวกับที่จักรกฤษณ์ลงมาจากดาดฟ้าชั้นบนสุด
...นี่คือ ดร จักรกฤษณ์ค่ะ ...คุณใกล้รุ่ง
จากหนึ่งในบริษัทออกแบบที่จะเสนองานค่ะท่าน
ประโยคหลัง พนักงานสาวหันไปกล่าวอย่างนอบน้อมกับท่าน...
ชายแก่ภูมิฐานประสานสายตากับหญิงสาวในชุด cape suit กางเกงหนังสีดำ รองท้าส้นสูง 4 นิ้วประดับริ้วคริสตัล เหมือนแสงดาวในรัตติกาล
ผู้เยาว์แสดงความเคารพแก่ผู้อาวุโสอย่างหมดจด ในสายตาที่สบกันตามมารยาท ต่างรู้สึกคุ้นเคยแต่ไม่ผูกพัน ...ใกล้รุ่งก้มลงมองเอกสารในแฟ้ม พร้อมกวาดตามองอีกครั้งที่ลานโดยรอบ.
..ดิฉันจะผสมผสาน execute จากงานบรรยาย จิตละอสงไขย ของท่าน ลงไปในงานดีไซน์ศูนย์จัดแสดงด้วย โดยใช้ mood tone แบบ transperent และ ซิลลูเอ็ต เพื่อสะท้อนความมี...ที่ไม่มี กาลเวลา...ที่มองไม่เห็น ร่วมกับเฟอร์นิเจอร์เชิงนามธรรม
หล่อนอธิบายคอนเซ็ปต์งานที่เกิดขึ้นฉับพลัน จักกฤษณ์ พยักหน้า.
..น่าสนใจครับ จิตละอสงไขย ในงานวิชาการของผม มันเป็นปรากฎการณ์ที่ยากจะตีความในเชิงรูปลักษณ์ แต่มันอาจจะเป็นกลิ่นอายที่ไม่แสดงตัวในงานได้ ...ผมอยากเห็นแบบ 4d ของคุณแล้วสิ
หล่อนคุยกับเขาอีกนิดหน่อย แยกตัวออกไปดูมุมต่างๆ ทั้งถ่ายภาพ จดบันทึก และร่างไอเดียงานบนสมุดที่พกมา
...จักรกฤษณ์ถอยกลับไปที่ห้องทำงานอีกด้านที่จัดมิดชิดเป็นส่วนตัวหลังชั้นหนังสือพรางตาจากคนภายนอก .เขายืนล้วงกระเป๋าพ่นควันบุหรี่จากปาก ออกทางหน้าต่างบานเลื่อน
..รัตติกาล
ทำไมมันอยากเรียกเธออย่างนั้น แต่มันมีบางอย่างที่ไม่ใช่
เขาทวนคำ...รัตติกาล...ใกล้รุ่ง หลายครั้ง แล้วหลับตารวมจิต ในที่สุดก็เห็นสัญาเก่าของเธอ.
..ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งในฐานะมนุษย์ รัตติกาล แม้จะไม่ใช่ในแบบที่เราเคยคุยกัน
เขาดีดบุหรี่ออกทางหน้าต่าง เลื่อนบานกระจก และมุ่งความสนใจไปกับโน๊ตบุ๊กที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานที่ข้างๆ มีตำราเล่มหนาและบาง ทั้งภาษาอังกฤษ อินเดีย เปิดคาอยู่ และใช้สมาธิจดจ่อกับงานเหมือนปกติ
ใกล้รุ่ง กลับมาถึงอพาร์ตเมนต์มีระดับ หล่อนเดินออกมาริมระเบียง มองฟ้าพลบค่ำ ...อีตาทึ่ม หลุดออกมาจากปาก โดยไม่ตั้งใจ
..หล่อนแปลกใจที่ทำไมหลุดคำไม่สุภาพกับบุรุษภูมิฐานผู้มั่งคั่งออกมาได้ แถมยังมีความขำขันในน้ำเสียง
สัญญาเก่า
เสียงใสกังวาลหัวเราะร่วน ลอยมาก่อนปรากฎภาพ สาวสวยในชุดเดรสยาวที่ผู้ได้รับรางวัลออสการ์เพิ่งสวมใส่
...มายาวดี เธอว่าอะไรนะ...สัญญาเก่า ดร จักรกฤษณ์น่ะเหรอ
ใกล้รุ่งไม่แปลกใจกับภาพตรงหน้าที่ผุดขึ้นกลางความว่างเปล่า หล่อนเดินใกล้มายาวดี ส่ายหัว ยิ้ม และยักไหล่ให้
ตั้งแต่เด็ก เธอชอบมีคำพูดแปลกๆ ให้ฉันคิดเสมอ แต่ไม่เคยแปลกเท่าวันนี้...
หล่อนหัวเราะเบาๆ อย่างคุ้นเคย มายาวดีจิบมาการิต้าในมือที่เพิ่งเสกมาในมือ ส่งแก้วหนึ่งให้ใกล้รุ่ง ตัวเองแก้วหนึ่ง ยกจิบ ก่อนตอบซนๆ
นางฟ้ารู้ทุกอย่างที่จะอยากรู้เสมอ รัตติ...เอ้ย ใกล้รุ่ง
หล่อนหัวเราะคิกกับการเรียกชื่อผิด เหมือนตั้งใจ
ใคร...รัตติ!!!
ใกล้รุ่งถาม ไม่มีความทรงจำใดๆ
มายาวดี ลอยตัวเดินไต่ขอบระเบียงดาดฟ้าชั้น 30 ราวนักบัลเลต์เริงระบำ .
..คนที่ฉันมารับช่วง แต่ไม่เซ้งต่ออย่างอื่น นอกจากหน้าที่
หล่อนหัวเราะร่วน ส่งสายตาลึกลับซุกซนแก่มนุษย์ตรงหน้า
อีกไม่นานจะม่งเท่งแล้วล่ะ
..มายาวดีพูดลอยๆ ใกล้รุ่งยกคิ้วสูง
...ใครตาย
..มายาวดีซึ่งพลิกกลับหัวกลับหางกลางอากาศ ลอยลงมาตรงหน้า
..ก็อีตาอสงไขยนั่นไง
คราวนี้ใกล้รุ่งอุทานด้วยความตกใจ...
ดร จักรกฤษณ์น่ะเหรอ... 60 แล้วแต่ยังเตะปี๊บดัง ยังหล่อยังหนุ่มอยู่เลย
มายาวดีหัวเราะ เท้าคางกับโต๊ะกกลมที่ใกล้รุ่งนั่ง
..หมดวาระชั่วคราวแล้วนี่ ข้างบนเขาเตรียมที่ให้แล้ว
หล่อนหัวเราะอย่างไม่เห็นสำคัญกับใครจะเป็นจะตาย
งั้นต้องรีบจบงาน รับเช็ค แล้วเชคแฮนด์ด้วยความอาลัยยิ่ง ...
ใกล้รุ่งพูดขำๆ ไม่มีร่องรอยผูกลึกกับผู้ตาย แต่กลับเป็นมายาวดีเองที่นิ่ง มองตาหล่อนเหมือนค้นหาน้อตเล็กในกลไกอะไรสักอย่างที่ซ่อนอยู่ในเพื่อนสาว .
..นี่หล่อนไม่เสียใจ ไม่น้ำตกสักหยดเลยเรอะ คนทั้งคนนา แถมเคยสำคัญด้วย ...
หล่อนแหย่ท่อนท้ายด้วยรอยยิ้มลึกลับ
นี่หล่อนจะให้ฉันฟูมฟายกับเพื่อนร่วมโลกที่ได้พูดคุยทุกคนรึไง มายา...
หล่อนถามขำๆ จิบหยดสุดท้ายของมาการิต้า
...โอเค อาจจะเศร้านิดหน่อย เพราะแกดูเป็นคนดี และงานอภิปรายก็ดีด้วย ทรัพยากรบุคคลแบบนี้น่าเสียดายอยู่นะ...
มายา จับมือใกล้รุ่งบนโต๊ะ ตบเบาๆ .
..สัญญาจ้ะ สัญญา มีของดีที่คนยกโลกคลั่งจะมี แต่ไม่ยักกะใช้ ...พอละ พูดมากฉันจะโดนไฟสวรรค์ย่างเป็นบาบีคิวที่สู่เกินหน้าที่
หล่อนว่าแล้วก็วาบหาย แต่ยังทิ้งเดรสออสการ์เป็นที่ระลึก แถมลูบูตอง และวิคตอเรียซีเคร็ทยกเซต
ใกล้รุ่ง ส่ายหน้ายิ้มก่อนยกโทรศัพท์กดสายปลายทาง
ฮัลโหลคุณดาว พรุ่งนี้มีอีกคอลเลคชั่นไปขายนะคะ ให้เด็กมารับที่ออฟฟิศเหมือนเดิม...
หล่อนวางสาย แล้วค่อยๆ เก็บขิ้นส่วนนางฟ้าใส่กล่องใหญ่ ที่มีอยู่หลายสิบกล่องในตู้เสื้อผ้า หล่อนขำ..
ขอบใจ ที่ช่วยค่าเช่าฉันทุกบ่อย มายาวดี
หล่ออาบน้ำ จัดการธุระส่วนตัว จัดเสื้อผ้าของวันพรุ่งนี้ เหลือบมองนาฬิกาบนโทรศัพท์ 22.45 จึงหันไปดับไฟหัวเตียงและทอดตัวลงนอนไม่กี่อึดใจก็หลับสนิท
รัตติกาล รัตติกาล ถ้าไม่มาฉันจะไปหาเธอเอง..จะตายมันตรงบันไดชั้นดุสิตนี่แหละ
ภาพไฟสีเงินครอกร่างจักรกฤษณ์ในวัยหนุ่ม ในความฝัน ปลุกใกล้รุ่งให้สะดุ้งตื่น...หัวใจยังเต้นแรงทั้งที่หล่อนไม่ค่อยจะรู้สึกอะไรลึกมากนัก แต่นี่เหมือนใจมันจะหยุด เสียงเรียกนั้นเหมือนเรียกเธอ ภาพเปลวไฟสีเงินแปลกตา ...นี่หรือไฟสวรรค์ที่มายาวดีเคยพูดถึง หล่อนจับต้นชนปลายไม่ถูก เหมือนขาดสติในความเงียบ
..สัญญา สัญญา ...มีของดีไม่ยักกะใช้
เสียงบางบทสนทนาช่วงหัวค่ำ ดังสะท้อนในหัว
มายาวดี มายาวดี
..เรียกหลายครั้งหล่อนไม่ปรากฏตัว แต่ส่งเสียงซาวด์ บรรยากาศคอนเสิร์ตแบลคพิงค์มาให้แทน พร้อมเสียงร้องท่ามกลางดืนตรีกระหึ่มฮอลล์
...how how you like that?
ใกล้รุ่งทั้งโกรธทั้งขัน ...ลุกขึ้นเดินออกไปสูดลมลึกแต่เบาที่ระเบียงห้อง
...สัญญา
หล่อมพริ้มตาลง จิตสงบสู่ความเวิ้งว้างไร้ขอบเขต นึกถึงภาพในฝันอีกครั้ง และสัญญาเก่าก็คลี่ตัวออกมาราวรอคอยวันและเวลานี้มายาวนาน
ตาทึ่ม เทิบ ทาบ ใกล้รุ่งทวนคำนี้ช้าๆ เมื่อลืมตา ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน บางส่วนของสัญญาเก่าแสดงให้เห็นอดีตของมหาเทวีสุดสูงแห่งนิมมานรดี และจุดเริ่มต้นของความรักอันซับซ้อนที่วังสนธยา ที่ๆ หล่อนเพิ่งไปเห็นครั้งแรกของชีวิตเพื่อออกแบบตกแต่ง
รัตติกัลยา คือใครหนอ หล่อนรำพึงในใจและจิตก็บอกว่า...เราคือเจ้า และเจ้าคือเรา
แม้รูปลักษณ์ที่งดงามดุจชะลอจักรวาลนั้นจะแตกต่างกับหล่อนแต่ก็มีเค้าประพิมประพาย หากที่เหนือกว่า คือความสูงสง่าอันเป็นรัศมีแห่งสวรรค์ชั้น 5 ...
ใกล้รุ่ง ยังไม่ปักใจนักว่า นี่คือสภาพของจิตที่ใช้บุคลาธิษฐานสร้างตัวตนสมมุติเพื่อร้อยเรื่องราวทั้งหมดในจิตใต้สำนึกของหล่อนหรือไม่
...สัญญาเก่า อาจเป็น สัญญาลวง ก็ได้
แม้กระนั้นสิ่งที่ไม่อาจผลักออกคือ ความรู้สึกคุ้นอยู่บ้างเมื่อแรกพบ ได้ท่วมท้นเป็นความสนิทสนมอย่างแปลกประหลาดในชั่วข้ามคืน ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกับจิตอย่างใกล้รุ่ง ที่ไม่เชื่อ ไม่รู้สึกกับสิ่งใดง่ายๆ
ความประหม่าเกิดในใจของใกล้รุ่งเมื่อหล่อนมาถึงวังเก่า ไม่ใช่งานที่จะนำเสนอ เพราะหล่อนมั่นใจว่า มันเป็นงานสร้างสรรค์ที่ยากจะปฏิเสธทั้งภาพลักษณ์ คุณสมบัติ และจิตวิญญาณ ที่เคยทำให้หลายคนทึ่งมาแล้วมากมาย
...จะวางท่าทียังไงดีถึงจะไม่มากไม่น้อยนะ ...ตาทึ่มเทิบทาบ คำเรียกในเสี้ยวจิตยังวนเวียนกลั้วเสียงหัวเราะแบบที่รัตติกัลาเคยเรียกเขาดังแทรกเป็นระยะๆ แต่เมื่อหล่อนเจอเขาก่อนเสนองานพร้อมกับทีมงาน ท่าทีเคร่งขรึมเป็นทางการที่เคยเป็น strong suit ของหล่อนกลับอ่อนลงแทนที่ด้วยความสุภาพแบบอ่อนโยนเป็นธรรมชาติ ความประหม่าไม่หลงเหลือ หล่อนให้คะแนนตัวเองเต็ม 10 แต่สิ่งที่ไม่รู้คือ แววตาขี้เล่นซนๆ ที่ฉายแว๊บราวสะเก็ดไฟนั้น ได้เล็ดรอดมาด้วย
เมื่อการประชุมเลือกผลงานออกแบบสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในได้เริ่มขึ้น แต่ละบริษัทต่างเสนอคอนเซ็ปต์งานไปในทิศทางเดียวกันคือคลาสสิควินเทจ แต่ไอเดียแตกออกไปบ้างใช้สไตล์ยุคอาร์ตนูโว บ้างใช้แรงบันดาลใจยุครัชกาลที่ห้าที่ผสมผสานความเป็นคลาสสิคไทยกับตะวันตกเหมือนวังสนธยา แต่ของบริษัทที่ใกล้รุ่งและทีมงานเป็ยนตัวแทนคือใช้คอนเปต์ Form of invisible ที่มาจากไอเดีย อสงไขย ที่มาจากงานเขียนและบรรยายวิชาการของจักรกฤษณ์
งานที่นำเสนอเน้นให้ผู้เข้าชมศูนย์แสดงสัมผัสประสบการณ์พิเศษกับภาพลวงตาของการมีอยู่ที่มองไม่เห็น ด้วยโครงสร้างกระจกที่จัดวางในแบบนามธรรมผสมผสานเทคโนโลยีเซนเซอร์ความร้อน และการวัดค่าออร่าสมาธิของผู้เข้าขมแบบเจาะจง เมื่อใครเดินเข้าบริเวณงาน จะเห็นเพียงโถงว่างเปล่า แต่พอใกล้ในระยะที่เซนเซอร์ทำงาน แสงจะจับไปที่ชั้นแสดงอัญมณีที่ระบบการทำงานประมวลผล พร้อมคำบรรยายออร่าของผู้เข้าชมและความสอดคล้องกับคุณสมบัติของอัญมณีชุดนั้น เป็นประสบการณ์ customize ระดับ VVIPอย่างแท้จริง
หลังการนำเสนองานของสามบริษัท เป็นเวลาร่วมชั่วโมง จักกฤษก็ตัดสินผลการประมูล
...ผมเลือกผลงานทีมออกแบบของคุณใกล้รุ่งครับ งานสวยมากและลึกมาก ผมชอบการ customize ความรู้สึกกับผู้เข้าชมด้วยออร่าเซนเซอร์ ...ยอดเยี่ยมครับ จักรกฤษณ์พูดปิดการตัดสินใจด้วยเนื้อเสียงกังวาล ราบเรียบ
หลังออกจากห้องประะชุม เขาเดินไปที่ใกล้รุ่งซึ่งกำลังเตรียมตัวกลับบริษัทพร้อมทีมงาน เขาพยักหน้าทักทายทีมงาน และหันมาพูดกับใกล้รุ่งอย่างตั้งใจ
ผมมีอัญมณี อีกชิ้นที่เพิ่งได้มา จะใช้เป็น main display event หนูช่วยมาดูหน่อยว่า จะเพิ่มในงานและจัด setting ยังไง ...
ใกล้รุ่งแยกตัวจากเพื่อนร่วมงาน เดินตามจักรกฤษณ์มาที่ชั้นสอง ซึ่งเป็นห้องกระจกใสปรับอุณหภูมิที่มีรัตนชาติทั้งดิบและขึ้นงานวางเรียงเป็นชั้นอย่างสวยงามในความนิ่งสงบที่มีรสนิยม เขากดรหัส เปิดลิ้นชักที่เคาน์เตอร์กลาง หยิบกล่องซาตินสีดำออกมาวางและเปิดให้เห็นสิ่งภายใน
..ลมหายใจแห่งราตรี...ชื่อของมันน่ะหนู
ใกล้รุ่งรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟอ่อนแล่นวาบ แต่ยังคุมสติได้ดี แม้กระนั้นก็ยังไม่พ้นสายตาคมในกรอบแว่นดำของชายชรา .
..ในคืนหนึ่งยี่สิบกว่าปีก่อน ผมเห็นดาวตก แถวๆ สวนที่นี่ เลยลงจากระเบียงมาดู แล้วก็ไปเตะเข้ากับหินบนพื้น พอก้มดูก็เจอเจ้าสิ่งนี้.
เขาเว้นช่วง ยิ้มขรึมก่อนพูดต่อ
..มันเป็นคืนที่มีหลายอย่างเกิดพร้อมกันเหมือนจะร้ายแต่ก็ดี
เขาหัวเราะขำตัวเองที่พูดยาวกว่าปกติ
..ใกล้รุ่งยิ้มบาง พุ่งความสนใจไปที่หินดำรูปค่อนทรงกลมแต่มีส่วนลึกตื้นๆ ตรงกลาง
...เหมือนหัวใจนะคะ ...ขออนุญาตนะคะ
หล่อนไล้ปลายนิ้วบนผิวเกลี้ยงกลมของมัน ในจิตเกิดภาพเหมือนเฟรมหนังสปีดสูง รัตติกัลยาพริ้มตา ชายตรงหน้าในวัยหนุ่มหลับตา เทวะนารีบนบัลลังก์กลายเป็นมวลแสงพุ่งวาบ
โอมมม...มหาเทวี...
โอมโสดาปัตติผล
หนึ่งดำเนิน หนึ่งจุติ
หล่อนเสียหลักเล็กน้อยด้วยความรุนแรง เสียงอื้ออึงจากเบิ้องบน และความไวของภาพที่แทรกซ้อนเหมือนสิ่งที่รอคอยการปลดปลอยอันทรงพลังมหาศาลบัดนี้เจอรอยรั่วเล็กที่กำลังจะสมานตัวเป็นคุกมืดดังเดิมหากไม่รีบแทรกตัวในเสี้ยวอึดใจ
จักรกฤษณ์ประคองใกล้รุ่งที่อยู่ใกล้
เมื่อเห็นเธอตัวตั้งตรง และลมหายใจยาวนั้นกลับมาพร้อมสติ จึงปล่อยมือ
ขอบคุณค่ะท่าน...
ใกล้รุ่ง กล่าวด้วยความสุภาพ เมื่อหล่อนตั้งสติได้ ค่อยกล่าวขึ้น
..ท่านบรรยายเรื่อง จิตละอสงไขย พอจะรับได้กับปรากฎการทางจิตที่อาจจะปรุงแต่งได้ไหมคะ
หล่อนถามชายแก่ทรงภูมื เหมือนโยนหินถามทาง เขาพยักหน้า เดินนำหล่อนไปที่ชุดโซฟาเลาจน์ขนาดใหญ่สีดำทรงครึ่งวงกลม ที่ห่างไปไม่กี่ก้าว
...หนูมีสัมผัสพิเศษ?
เขาถามด้วยความสนใจจริงจังแต่พอนึกได้ก็ผ่อนท่าทีลง
ใกล้รุ่งรับชาเอิร์ลเกรย์จากพนักงานบริการ ยกจิบชั่วครู่เหมือนกำลังชั่งใจ หล่อนกำลังเลือกว่า จะบอกสัมผัสพิเศษแค่ไหน
...ผู้หญิงมีละอองแสง ท่านตอนหนุ่มหลับตา หล่อนเหมือนสลาย ดาวตก นี่คือภาพที่พุ่งมาในจิตค่ะ
หล่อนเล่าและมองตรงที่เขาเหมือนกำลังตรวจสอบบางอย่าง
ไม่ผิดหรอกหนู...นี่คือเรื่องราวของลมหายใจแห่งราตรี ที่ฉันเก็บไว้กับตัวเองนับตั้งแต่คืนนั้น
เขาเว้นช่วง เหมือนรื้อของในก้นหีบที่เคยสำคัญ
ยีสิบกว่าปีแล้ว ก็ไม่คิดจะอะไรกับหินก้อนเดียว แต่วันนี้เพิ่งตัดสินใจว่าอยากเอามันมาจัดแสดง
เขาตอบราบเรียบ แต่สายตาจับจ้องกลางเคานเตอร์ที่ หิน ยังตั้งคาอยู่ ...
หินมีพลังลึกลับหรือคะ หนูถึงเห็นภาพพวกนั้น
หล่อนถามเหมือนคนไม่รู้อะไร แต่น้ำเสียงกลับนิ่งสงบ
...ไม่ใช่หรอก เพื่อนฉันที่เป็นนักธรนีวิทยาเคยมาตรวจสอบ แต่ไม่ได้เห็นอะไรอย่างหนู
จักรกฤษณ์ขยับแว่นกรอบดำบนหน้า เหมือนใช้มันขัดจังหวะมากกว่าความจำเป็น ค่อยพูดต่อด้วยเสียงต่ำ
...และฉันไม่เชื่อในความบังเอิญโดยเฉพาะในกฎแห่งกรรม ที่เป็นหัวใจหลักในงาน จิตละอสงไขยที่เขียน และบรรยาย
เขามองหล่อนตรง ดวงตาแน่วนิ่ง ในคำว่า บังเอิญ ...
ใกล้รุ่งรู้สึกวาบลึกในแววตานั้น มิใช่เพราะหวั่นไหว แต่มันเหมือนมีคนมองผ่านชั้นผิวถึงโครงกระดูกของหล่อนที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน แม้แต่มายาวดี
หล่อนหันหน้าไปมองหินดำนั้นอีกครั้ง แต่กลับพบละอองจางๆ เป็นเส้นสายคล้ายหิ่งห้อยทิพย์ลอยวนระหว่างเธอ เขา และมัน เหมือนวงจร
...สัญญาเก่า คำนี้ผุดขึ้นในจิต
..เพื่อนเก่า ครั้งสุดท้าย
เสียงจิตยังพูดอยู่ หล่อนถาม
...อะไร ยังไง .
.เสียงในใจตอบกลับ
หลับตาสบายๆ เหตุจะเล่าปัจจัยของมันเองเมื่อถูกที ถูกเวลา และบุคคล
จักรกฤษณ์มิได้แปลกใจเลยที่เห็น ใกล้รุ่ง หลับตาลงและนิ่งราวไร้ชีวิต แม้แต่ลมหายใจยังราวกับหยุด แต่ที่ไม่คาดคิดคือ ร่างกายของเธอค่อยสว่าง ด้วยแสงหิ่งห้อยทิพย์นับไม่ถ้วน ที่แพร่จาก ลมหายใจราตรี มาประชุมที่ร่างนั้น
หินดำหมดแสงสุดท้าย และเส้นสายที่เคยเป็นวงจรเชื่อมเขา เธอ และมันได้อันตรธานสิ้น เหมือนถ่านหมดประจุ หินลมหายใจแห่งราตรี แตกสลาย ด้วย อณูหนึ่ง ที่เคยเชื่อมประสาน ได้กลายเป็นพลังงาน แทนที่รูปอนุพันธ์ ยังผลให้สมดุลแห่งการยึดเกาะคลายตัว
ร่างของใกล้รุ่งค่อยๆ ลอยสูงขี้นอย่างแช่มช้า ในท่ายืนกลางอากาศ ลำแสงมากมายเข้มข้นจนก่อร่างซ้อน
สภาวะอันสูงส่งแห่งทิพยอำนาจนิมมานรดีเด่นสง่าอย่างที่มันเคยเป็นพร้อมด้วยใบหน้าที่คุ้นเคย
...ตาทึ่ม เทิบ ทาบ ไม่เจอกันนาน แก่หงำเหงือกเชียว คิกๆ
....รัตติกาล
เขาเรียกชื่อเธอด้วยความยินดีกึ่งตกใจ เป็นอารมณ์เคยชินที่ยังอยู่ในสัญญาเก่าที่ผุดขึ้นมาแล้วก็หาย เมื่อจิตตามทัน แต่ใบหน้ายังเปื้อนยิ้มไม่คลาย
..ยังเตะปี๊บดัง หรือพังไปก่อนปี๊บ
รัตติกัลยายังหัวเราะขำ
อุ๊ย...ต้องเรียกพระคุณเจ้า น้ำเต้าฟักแฟง...พร้อมละอสงไขยไปดุสิตาลัยไหมเจ้าคะ ... are you ready?
หล่อนยังแซวไม่เลิก เหมือนเพื่อนเก่าที่คะเยอปากไม่ได้คุยกันล้านปี
จักรกฤษณ์ยิ้มอ่อน ..
ก็เสมอกันนิ แค่ฉันดำเนิน แต่เธอจุติ แถมมาริสร้างบ้านแปลงวังให้ฉันซะเช้งวับ ....
เขาตอบทะเล้นเหมือนในร่างชรายังมีดอกเตอร์หนุ่มคนทึ่มไม่เคยหายไปไหน แล้วก็พูดด้วยเสียงเป็นการเป็นงาน
...คืนนั้น ฉัน...เรา เลือกในสิ่งที่วันหนึ่งยอมต้องมาถึง เพียงแต่เราเลือกก่อน
เขากลับมาสู่ความขรึมในเวลาอันรวดเร็ว.
..ฉันคืออดีต ใกล้รุ่งคืออนาคตค่ะ เสี้ยวจิต...ซากขันธ์ที่เคยเป็นสัญญาของเราทำให้หินก้อนนั้นเหมือนถ่านที่มีประจุไฟ ไม่มากจะก่อ แต่พอจะเสริม เมื่อถูกที่ถูกเวลาถูกจังหวะและบุคคล
หล่อนแบมือออก ลมหายใจแห่งราตรี ในมือที่ปรากฏด้วยจิตนิรมิตเคลื่อย้ายมาจากกล่องดำ แตกออกเป็นสองเสี่ยง
..นี่เป็นครั้งเดียวและครั้งสุดท้าย ที่จะมีรัตติกัลยา
ฉันกำลังจะตายอีก 3 วันข้างหน้า เวลา 24.01 รัตติกาล
เขาพูดง่ายๆ เหมือนสั่งข้าวราดกระเพรากับพนักงาน
การได้พบเธอคือโบนัสของฉัน...
หล่อนชะลอลงแตะพื้นห่างเขาเล็กน้อย
ฉันเป็นสัญญาเก่าที่ไม่สูญไม่หาย แต่จะไม่ปรากฎเมื่อจิตขณะนั้นวางลง เช่นเดียวกับสะสารในโลกที่ไม่เคยสูญสลาย บางอย่างเปลี่ยนรูป เปลี่ยนองค์ประกอบ แต่บางอย่างไม่ถูกแตะ ไม่มีใครหรืออะไรแตะ จึงเสมือนไม่มีทั้งที่มี และฉันอาจจะเป็นแบบนี้ได้เสมอตราบเท่าที่คุณปรารถนา
หล่อนเว้นจังหวะมองตาเขาลึก
เหมือนหยิบซีดีมาฉายวน...ถ้าเป็นก่อนคืนดาวตก ฉันจะเก็บคุณไว้ในผนึกหัวใจดวงนี้ไปนับอสงไขย แต่ตอนนี้ เวลานี้..ฉันดีใจที่ได้พบคุณอีก และยินดีมากกว่าที่จะได้ปลดปล่อย
ลาแล้วลาเลย..ไม่เอิงเอยทินนองนอย...ลาก่อน อีตาทึ่มเทิบทาบ เสียงต้อนท้ายตะโกนเข่ย่าขวัญเหมือนกราฟราบเรียบพุ่งสูงทะลุเพดาน กลั้วเสียงหัวเราะซุกซน ..
ร่างทิพย์สูญสลายฉับพลัน
ใกล้รุ่งที่ยังหลับตาลืมตาขึ้นกลางอากาศ สีหน้าไม่ยินดียินร้าย แต่ประกายตาเพิ่มความคุ้นเคยอบอุ่นเมื่อมองลงมาที่เขา หล่อนค่อยลดตัวลงยืนสงบบนพื้นพรหมเนื้อหนา
..สวัสดีอย่างเป็นทางการ ใกล้รุ่ง และลาก่อนชั่วอสงไขย รัตติกาล
ท่อนหลังเหมือนจักรกฤษณ์พูดกับตัวเองมากกว่าคนตรงหน้า
ฮัลโหล...เอาเอกสารมาได้เลย
จักรกฤษณ์วางโทรศัพท์ลง มองเด็กสาวตรงหน้า
...คงไม่ต้องอธิบายเกินจำเป็น
เขายิ้มอ่อน เพ่งเด็กหญิงตรงหน้านานก่อนขยับแว่นให้เข้าที่
...ขอโทษที่ละลาบละล้วง แต่ฉันได้สืบประวัติเธอตั้งแต่วันแรกที่ได้พบกัน และฉันรู้ที่มาที่ไปของเธอค่อนข้างดีมาก...ตั้งแต่การเป็นนักเรียนอุปถัมภ์ของมาแตร์
ใกล้รุ่งมองเขานิ่ง ยิ้มขอบคุณ.
..หนูเข้าใจค่ะ ท่าน
จักรกฤษณ์ถอดแว่นพับลงสอดกระเป๋าเสื้อ
...ฉันกำลังจะตายตอนเที่ยงคืนของวันที่สามถัดจากนี้ ใกล้รุ่ง...เรื่องที่ควรทำจึงต้องจัดการให้จบ
หล่อนนิ่งฟังอย่างสงบ
...วังสนธยาหลังนี้ปรับปรุงมาหลายครั้งในยี่สิบกว่าปีนี้ ที่ดินติดทองหล่อ เคยมีการขอซื้อมาหลายครั้งแต่ฉันไม่สนใจมูลค่ามากกว่าคุณค่าของมัน และมันคือสิทธิ์ของฉันโดยเอกเทศ ฉันพูดตรงๆ เลย ฉันจะรับหนูเป็นลูกบุญธรรม และทายาทเพียงคนเดียว
พนักงานสวมสูทระดับนักกฎหมายระดับสูงค่าตัวแพงมาพร้อมเลขา ยื่นส่งเอกสาร ระหว่างเขาและใกล้รุ่งอยู่ครึ่งชั่วโมง
ลอบบี้เลาจน์กลับสู่ความสงบของสองคน...จักรกฤษณ์เอนตัวลง ทิ้งน้ำหนักกับพนัก เขาเหมือนดูแก่ไปสิบปี หมดคราบหนุ่มใหญ่หลังตรงผู้งามสง่าภูมิฐาน
ฉันตายตาหลับแล้วใกล้รุ่ง ต่อไปนี้เรียกพ่อนะลูก...
เสียงนั้นนุ่มนวล อ่อนโยน และปราณียิ่งนัก ใกล้รุ่งคุกเข่า โผเข้ากอดชายชราตรงหน้า น้ำตาที่ไม่เคยหลั่งริน ค่อยๆ เอ่อท้นอย่างเงียบๆ สามหยดที่ตกกระทบแก้มก็มากกว่าที่เคยมีตลอด 25 ปี สองแขนโอบเอวชายแก่ดุจพ่อบังเกิดเกล้า ...หล่อนเงียบ เพียงพยักหน้าช้าๆ เขาลูบหัวและเรือนผมหล่อนอย่างเมตตา
...คุณความดีที่ไร้ความมั่นคงมันไม่พอกับการมีชีวิตมนุษย์หรอกนะลูก พ่อรู้ว่าหนูเข้าใจทุกอย่าง เห็นมากกว่าคนอื่น และมีสิ่งที่เหนือกว่ามนุษย์และอมนุษย์...
เขาตบมือย่นลงบนหลังมือลูกสาว
ยังคงยืนยันว่า ทั้งหมดที่พ่อยกให้ ...ไม่ใช่ความบังเอิญ
ใกล้รุ่งก้มลงกราบตัก และนั่นคือครั้งแรกและครั้งสุดท้าย
ไม่มีพิธีศพ รดน้ำ จักรกฤษณ์จากไปอย่างสงบบนเก้าอี้นวด เหมือนจู่ๆ สัญญาณชีพจรค่อยๆ ลดระดับอย่างแผ่วเบาจนหยุดลงแบบที่เขาเรียกกันว่าไหลตาย คำสังเด็ดขาดคือ
ไม่ต้องจัดการอะไรทั้งนั้น ...
ไปถามใกล้รุ่ง หล่อนรู้ดีว่าแค่ไหนพอ
ข่าวการตายของมหาเศรษฐีอันดับสามของไทยจึงรู้ในวงจำกัด มีเพียงบุคคลที่ได้รับการคัดสรรค์แล้วไม่กี่ตระกูลที่ได้รับคำแจ้งการเสีบชีวิตด้วยการ์ดในจดหมายผนึกครั่งประทับตราตระกูล อิสรรักษ์
การ์ดที่ใช้หนังสือผลงานเขียนของเขาเป็นหน้าปก ข้างใน มีอักษรบรรทัดเดียว
จิตละอสงไขย
บรรทัดล่างตัวอักษรเล็ก จักรกฤษณ์ อิสรารักษ์ ดูเผินๆ เหมือนแผ่นแทรกประชาสัมพันธ์ผลงานมากกว่าสารแจ้งการตาย ทั้งหมดเป็นการจัดการของใกล้รุ่งในฐานะลูกบุญธรรม
.
วรรณกรรม
วรรณกรรมพระพุทธศาสนา
นิยายแฟนฟิค
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย