11 พ.ค. เวลา 13:00 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
Royal Paragon Hall

FARATALK #4 (HUMAN OF SCIENCE)

ขิง-ข่า ฟาราทอร์ค :)
เมื่อวิทย์ กับ ศิลป์ ไม่ได้จำเป็นต้องแยกกัน
เนื่องจากข้าพเจ้าเองมีความสนใจในหัวข้อต่างๆที่ค่อนข้างหลากหลาย
นอกจากจะชอบดูหนังแล้ว ก็ยังชอบเสพย์เรื่องจริงบ้างไม่จริงบ้างใน youtube อยู่เป็นนิตย์ และช่อง FAROSE ก็เป็นหนึ่งในช่องโปรดของข้าพเจ้า
บอกได้เต็มปากเต็มคำว่าเป็น "ชาวช่อง"
โชคดีที่จองบัตรมาได้ 4 ปีติดแล้ว
ปีนี้มาใน Theme "Human of Science มนุษย์วิทย์"
ที่เปิด teaser มาแบบโดนเส้น จากคลิปล้อ Devil Wear Prada
เป็น "นางมารเหมือนอาม่า"
ที่ไวรัลจน มารีญา ได้ไปเดินพรมแดง สัมภาษณ์ เมอรีล สตีฟ และแอน แฮททาเวย์
อธิบายภาพรวมก่อนเป็นส่วนๆ
บรรยากาศหน้างาน
- สามารถนำสลิปมาแลกบัตรอ่อน และนำบัตรอ่อนไปแลกริทแบนด์เข้างาน
- ได้รับของแจกตามราคาบัตร ซึ่งโครตรดี
บัตร 3,500 บาท ได้อะไรบ้าง
สูจิบัตรงาน (ได้ทุกคนทุกราคา) เป็นแผ่นพับแนำสปีคเกอร์ น่ารักมาก
น้ำจิ้ม MK กับบัตร voucher มูลค่า 400 บาท
(ใช้ได้ทุกสาขา และใช้ได้ทีละหลายใบ ลองแล้ว!)
Catalog IKEA ปกครัวสีเทาท๊อปไม้ 1 เล่ม พร้อมถุง IKEA สกรีนว่า "FARATALK"
ซองขาวที่ยังไม่ได้เปิด ------------------------------------
- เดินขึ้นบันได "คณะมนุษย์วิทย์" ไปเข้างานชั้น 5 Paragon
บรรยากาศการรับของแจกภายในงาน (สปอนเยอะมากกกก)
*อาจจะจำได้ไม่ครบ
- ไล่ตั้งแต่ด้านหน้า มีเบอร์ดี้ หมุนไข่ ได้กระเป๋าผ้าใบเบอเริ่ม
ถัดมามี tofusan แจกไว้ดื่ม เซตนึง 2 กล่อง
ถัดไปเป็น รสดี เล่นเกมส์หยิบวัตถุดิบ ทำสำเร็จมา ได้ผ้าห่มมาอีก 1 ผืน
ฟุกุโอกะ แจกน้ำมาอีก 1 ขวด อะไรอีกโปรตีนอีก 2 ขวด
น้ำดื่มสิงห์ 1 ขวด ขนมหน้าบูท SC อีก 2 ห่อ (SC แจกกระเป๋าผ้าอีก)
- ทั้งหมดนี้เป็น privilege ของคนไปเร็ว งานเริ่ม 14.00 เราเข้า 10.00
- โซนของขาย มีนักเขียนดาราช่องมายืนรอให้ถ่ายรูปพร้อมหนังสือ
- บูธถ่ายรูปอีกหลายเจ้า อย่าง Chubb SC และ AP
เข้าไปในงาน
- ไปถึงที่นั่งมีของแจกจากสปอนเซอร์อีก
ปีนี้ AP ใจดีให้เบาะนั่ง เพราะฟังคอมเม้นงานคราวที่แล้ว
ว่าเก้าอี้พารากอนนั่งแล้วเจ็บตูด ซึ่งจริง!
- L'Oréal แจกครีม คุณแดง pick (ที่ไม่ใช่หมู) 1 กระปุก โคตรตึง!
*ความประทับใจท้วมตั้งแต่ยังไม่เข้าเนื้อหา
พี่ฟาขึ้นมาเปิด เล่าเรื่องที่ไปเดินพรมแดงเพราะได้รางวัล creator of the year
กับชุดจาก Tandt ที่เป็นคนจัดชุดคราวนี้กับดอกกุหลาบที่เป็นเอกลักษณ์
กับคอมเม้นภาษาสเปนที่พี่ฟาต้องกลับไปหาภาพที่หลิงๆใส่ชุดเดียวกัน
สปีคเกอร์คนแรก
นักวิทยาศาสตร์สาว
ดร.พิมพ์ลภัส ลี้กิจเจริญผล (พี่ชินนี่) อาจารย์และนักวิจัยสาวจาก Technical University of Denmark
ที่มาเล่าเรื่องงานวิจัยที่กำลังทำอยู่ เกี่ยวกับ "เชื่อโรคดื้อยา"
- เรื่องที่ดูเหมือนไกลตัวที่จริงๆแล้วโคตรใกล้ตัว
- สถาบันวิจัยพี่ชินนี่ วิจัยเชื่อโรคนี้ด้วยการศึกษา DNA ของสิ่งมีชีวิตทั่วโลก
จากแหล่งน้ำเสีย
- โรคต่างๆนี้เองที่เป็นตัวคร่าชีวิตมนุษย์ไปทีเป็นล้านๆคน มากกว่าสงคราม
มากกว่าภัยพิบัติใหญ่ อย่างเช่น black death หรือกาฬโรค
- พี่ชินนี่ตั้งข้อสงสัยกับ หัวหน้าคณะวิจัยว่า เชื้อดื้อยานี้ มีมากน้อยต่างกันใน
คนจน-คนรวยกหรือไม่ และเริ่มศึกษาวิจัยอย่างจริงจังในประเทศไทย
สรุปจากข้อมูลที่ได้ทำการวิจัยมา ทำให้เห็นความเหลื่อมล้ำทางสังคม ที่ส่งผลต่อสุขอนามัยและเชื้อดื้อยาที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งสิ่งนี้ชี้ให้เห็นไปถึงการแก้ปัญหาที่ใหญ่กว่าในภาครัฐที่จำเป็นต้องลดความเหลื่อมล้ำทางด้านรายได้ และความเป็นอยู่ เพื่อให้ผู้คนในสังคมปลอดภัยจากเชื้อโรคเหล่านี้มากขึ้น
พี่ชินนี่ยังเล่าเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสนใจด้านวิทยาศาสตร์และเลือกที่จะศึกษาประเด็นเหล่านี้เพราะ ป๊า และกงของเธอได้เสียชีวิตจากการลุกลามของโรคที่รักษาไม่ได้ (พาร์ทนี้ทำเอาหลายๆคนน้ำตาซึม นี่ก็ด้วย)
พักเบรกกับโชว์การแสดง ของ น้าจิ๋ว ต้นและกรีน AF
กับเพลงคนเก่ง ที่แต่งใหม่
และงานขาย ลอรีอัล ของคุณแดง กับ #ช่วยริน
ที่เอาไว้ให้คุณรินไปบอกนายว่าอันนี้แหละตัวชี้วัด
นักภูมิศาสตร์
พสพล เจริญพร (อาจารย์พี่น้องไมค์) นักภูมิศาสตร์เศรษฐกิจ
แล้วพี่ฟาก็มาเล่าเทปออดิชั่น (ที่ไม่เคยออน) ของ อ.พี่น้องไมค์ ที่พาไปดูร้าน John Snow และเครื่องปั๊มน้ำหน้าผับ ว่ามันไม่ใช่แค่ปั๊มน้ำธรรมดา
- John Snow ผู้ค้นพบว่าโรคระบาดที่เกิดขึ้นใน Soho เกิดมากจากการแพร่กระจายของเชื้อโรคในน้ำจากปั๊มน้ำตัวนี้ที่พวกเค้าดื่มกิน จากการพล๊อตตำแหน่งผู้ตายลงบนแผนที่และพบว่าทุกจุดเชื่อมโยงมายังแหล่งน้ำ ณ จุดนี้ และพยานใกล้ชิดผู้ตายให้การว่า พวกเค้าทุกคนมาดื่มน้ำจากปั๊มน้ำนี้ก่อนที่พวกเค้าจะตาย
- John Snow ได้รับยกย่องว่าเป็น "บิดาแห่งระบาดวิทยาสมัยใหม่"
- John Snow ของเราไม่เท่ากันแล้วตอนนี้ :)
- อ.พี่น้องไมค์ พาเราไปรู้จักวิธีวาดแผนที่ด้วยการหาค่า 3 เหลี่ยม
และเชื่อไม๊ว่าเรารู้ว่าโลกกลมมาตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณจากการที่
ชาวอียิปต์ช่างสงสัย รู้สึกว่าเมืองอเล็กซานเดรียและซีนี่
เงาช่วงกลางวันไม่เหมือนกัน ทำให้ค้นพบมุมเงาตกกระทบ
ที่เกิดขึ้นระหว่าง 2 เมือง และนำไปใช้สูตรคำนวณหา
ความยาวเส้นรอบโลกได้ ซึ่งมีระยะทางถึง 40,000 กม.
ซึ่งใกล้เคียงกับการวัดได้จริงในปัจจุบัน
- เรื่องของไทยสมัยประเทศล่าอณานิคมเข้ามา และสยามเริ่มขีดเส้นแบ่งประเทศอย่างชัดเจน โดยในสมัย ร.5 ได้จ้าง เจมส์ แมคคาที มาช่วยแบ่งเส้นเขตแดนประเทศไทยจนสำเร็จและอวยยศให้เป็น "พระวิภาคภูวดล"
- ปิดจบด้วยชีวิตวัยเด็ก อ.พี่น้องไมค์ ที่เคยเข้าใจว่าการล้มหายตายจากของร้านค้าขายปลีกในไทย (รวมไปถึงที่บ้านของเค้าเอง) เป็นเพราะนายทุนใหญ่เข้ามา แต่พอไปอยู่ต่างประเทศถึงได้เห็นว่าการวางผังเมืองที่ดีทำให้ร้านเล็ก ร้านใหญ่สามารถอยู่ด้วยกันได้ ถ้าได้รับการสนับสนุนที่ดีจากภาครัฐที่มองเห็นถึงปัญหาในจุดนี้
ก่อนพักเบรค 15 นาที น้าจิ๋ว ต้น กรีน ก็มาขับร้องอีก 1 บทเพลง
กับเพลง "ถามไม่ตรงคำตอบ"
กลับมาพี่ฟาเล่าเรื่อง การออกเสียง ตอนเรียน ป.โท ซึ่ง อ.พี่ฟาสามารถอ่านเสียงจากกราฟได้และเดาว่าพี่ฟาพูดว่าอะไรในคลาส ซึ่งส่วนตัว ว้าวมาก!
ต่อด้วย speaker คนที่ 3 ส่งตรงจากซานฟราน
Software Engineer
สุทธิพงศ์ ทวีสมบูรณ์ (พี่หน่อง) วิศวกรซอฟต์แวร์จาก Silicon Valley
พี่หน่องนักแก้ปัญหา คนที่พี่ฟาขอคำปรึกษาอย่างสม่ำเสมอ
คนสวยจากซานฟรานที่จบแสตนฟอร์ด และทำงานอยู่ Silicon Valley
อย่างเรื่องการถามคำถาม อย่างน้อย 5 คำถาม
เพื่อให้ได้มาซึ่งต้นตอที่แท้จริงของปัญหา
Defines problem/Abstraction/Pattern Recognition/Algorithm
พี่หน่อง สอนให้ปรับใช้วิธีคิดแบบคอมพิวเตอร์กับชีวิตจริง
ยกตัวอย่าง Greedy Algorithm ที่เกิดขึ้นได้ในชีวิตจริง
อย่างการต่อแถวเพื่อชำระเงินค่าสินค้า
ระหว่างแถวที่มีคนต่อ 3 คน 5 คน และ 2 คน
คนทั่วไปอาจจะตอบแบบเร็วๆว่า ไปต่อแถว 2 คน แบบนี้เรียก Greedy Algorithm
คือเป็นลักษณะง่ายเข้าว่า แต่ถ้าเรามองบริบทอื่นๆอาจจะพบว่า
คนที่ต่อแถว 2 คน อาจจะมีของมากกว่า แถว 3 คน และ แถว 5 คน
อาจจะทำให้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ไม่ได้เป็นไปแบบที่เราต้องการ (คือจ่ายเงินได้ไวขึ้น)
ยกตัวอย่างอีกรูปแบบนึงในรูปแบบการตัดสินใจของมนุษย์
- พี่ฟาอยู่บ้านพี่หน่อง และต้องการติดรถพี่เต้(ไข่) ไปสถานที่สถานที่นึง
- พี่เต้ซึ่งทำงานอยู่ที่ร้านกาแฟ ให้พี่ฟามาหาตนเองที่ร้านเพื่อเดินทางไปพร้อมกัน
- พี่ฟาเดินข้ามเขา 2 ลูก จากบ้านพี่หน่องไปร้านกาแฟที่พี่เต้อยู่
- พี่เต้เสร็จงานขับรถไปกับพี่ฟา และขับผ่านบ้านพี่หน่อง!
สถานการณ์แบบนี้พี่หน่องเรียกว่า "Greedy Algorithm" คือเอาง่ายเข้าว่า
ต่อด้วยการอธิบาย Golden Ratio หรือสัดส่วนทองคำ
ว่ามาจากการหาค่า Fibonacci ซึ่งรอบนี้มีข้อกระดานมาเขียนสูตรให้ดูกันสดๆ
ซึ่งคอมพิวเตอร์เอง หรือโปรแกรมเอง ใช้วิธีนี้ในการสโคปหาสิ่งที่ User ต้องการ
จากการเรียนรู้การทำซ้ำ เพื่อไม่ให้สิ่งที่ต้องหากว้างเกินไป ทำให้หาสิ่งต่างๆเร็วขึ้น
พี่หน่องปิดท้ายด้วยการทำซึ้งกับพี่ฟา เรื่องที่พี่ฟาไม่เคยเบื่อตัวตนที่แท้จริงของพี่หน่อง และไม่เคยต้องให้พี่หน่องกังวน (ยกเว้นตอน 5 โมงเย็นห้ามถาม ต้องยื่นอาหารเท่านั้น)
พักเบรคด้วยอีก 1 บทเพลง กับเพลง "ภาพยาว"
สปอนหลักเข้าโดยพี่ฟา มาบอกกับทุกคนว่า SC เปลี่ยนโลโก้แล้ว rebranding
สปีคเกอร์คนสุดท้าย
อ.วิน วัชรพงษ์ หงส์จํารัสศิลป์ นักวิทยาศาสตร์ทางทะเล
ดาราช่องคนแรกที่เล่าเรื่องจริงใน PMYK
อ.วินเค้าเป็นคนที่ตาเป็นประกายเวลาพูดเรื่องสัตว์และสิ่งมีชีวิตต่างๆ
เค้าเป็นคนยืนยันเรื่องพญานาคว่าเป็นปลานีล (หรืออาจจะไม่ใช่ก็ได้)
อ.วิน พาเราไปรู้จักกับวัฏจักรของสิ่งมีชีวิตที่เรารู้จักกันดี (แต่ไม่เท่า อ.วิน แน่ๆ)
ว่าเราเกิดขึ้นมาเพื่อสืบพันธุ์และตายลง
- ทั้งการสืบพันธุ์ในไข่ และนอกไข่
- ซึ่งภาพจำของการเลคเชอร์ครั้งนี้คงจะเป็น ภาพการสืบพันธุ์แบบกลุ่มของเสือชีต้าร์
อ.พาเราไปรู้จักกับงานวิจัยชิ้นสำคัญของเค้าคือ งานวิจัยกุ้งเดินขบวน (ซึ่งกุ้งเดินกันเป็นแนวตามชื่อจริงๆ) ที่อาจารย์ต้องไปอยู่ชายแดนกับทหารเพื่อทำการวิจัยเรื่องนี้ และบังเอิญไปเจอบางอย่างที่ทำให้ตาบวม
- อ.วิน กลับหนังตาและค้นพบสิ่งมีชีวิตเล็กๆที่เข้าตาเค้าด้วย กล้องจุลทรรศน์ที่พกมาเอง (โอเคคค)
- การศึกษาสัตว์ต่างๆแล้วนำเอาจุดเด่นของมันไปใช้ในการออกแบบสิ่งต่างๆ อย่างหัวนกกระเต็นที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับ รถไฟชินคันเซ็น ด้วยความเร็วของนกที่โฉบกินปลาในน้ำ
- ตัวกีล่ามอนสเตอร์ที่เป็นอยู่นานหลายเดือนโดยไม่กินข้าวกินปลา มนุษย์ศึกษาตัวมันและนำเราไปสู่ "การปักปากกา" ที่ทำให้เราไม่หิวเป็นช่วงเวลานาน
และงานวิจัยที่ อ.วิน ตั้งใจจะทำไปเรื่อยๆนอกเหนือจากงานวิจัยหลัก
ซึ่งมีต้นเหตุมาจากการศึกษาปริญญาเอกต่อ จากสถาบันในฝัน
เนื่องจากกำลังจะเป็นต้อหิน ที่เกิดจากการดำน่ำเยอะเกินไป
เค้าจึงตั้งใจมาสังเกตพฤติกรรมของแมวน้ำ สิ่งมีชีวิตครึ่งที่อาศัยอยู่ได้
ทั้งบนบกและในน้ำ ว่าทำไมมันถึงไม่เป็นต้อหิน หรือมันตาบอดหรือไม่
แม้ว่าการวิจัยนี้อาจจะไม่สำเร็จในช่วงชีวิตของเค้าเองก็ตาม
(เนื่องจากระบบภาครัฐที่อาจจะไม่ได้มีแรงสนับสนุนที่ดีพอสำหรับงานวิจัย)
พี่ฟาปิดจบกับการแสดงอีก 1 บทเพลงของ ต้น กรีน และน้าจิ๋ว
และแนะนำเราเข้ากับ Project Paradiso
ต้องบอกว่าคุณแดงจัดทุกอย่างจริงๆ จับเอา 3 คนมาฟอร์มวง
- โปรเจคนี้ลับมากแบบที่ ต้น กรีน ไม่บอกใคร
- ส่วนน้ำจิ๋วบอกทุกคน แต่ไม่มีใครเชื่อ
*ก่อนหน้านี้มีเปิดไลน์โปรดักชั่นใหม่ "Lumi" เฮ้าส์โฆษณา
ที่นำทีมโดย น้องหนูเนม กับโปรเจคก่อนหน้านี้กับ "นางมารเหมือนอาม่า"
สุดท้าย..
นักเรียนสาย "วิทย์" ทั้ง 4 คน ส่งต่อความเป็น "มนุษย์" ให้กับชาวช่องแบบเต็มอิ่ม
ต้องบอกว่าเป็น 4 ชั่วโมงที่ไม่รู้จักพอ สมฐาคุณแดงเช่นเคย
ก็ได้แต่หวังว่าปีหน้าจะกดบัตรทันอีก :)
"9 แสนซับตลอดไปก็ได้" (คุณแดงว่าไว้)
#FAROSE #FARATALKHUMANOFSCIENCE #FAROSESTUDIO
Before you go
11.05.2026
โฆษณา