11 พ.ค. เวลา 12:42 • กีฬา

ปาฏิหาริย์ไม่มีจริง! 17 ปีแห่งความหลัง “กิเลนผยอง” สุดท้ายไม่รอด

ครั้งหนึ่ง “เมืองทอง ยูไนเต็ด” คือสโมสรที่ถูกมองว่าเป็นภาพแทนของความยิ่งใหญ่ในฟุตบอลไทยยุคใหม่ ทีมที่แฟนบอลแน่นสนามแทบทุกนัด
ทีมที่รวมดาวดังทีมชาติไทยไว้เกือบทั้งประเทศ ทีมที่มีนักเตะต่างชาติระดับคุณภาพเดินทางเข้ามาสร้างชื่อ และทีมที่ครั้งหนึ่งเคยถูกพูดถึงในฐานะ “มาตรฐานใหม่” ของฟุตบอลไทยลีก
แต่วันนี้ ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว หลังจบฤดูกาล 2025/26 “กิเลนผยอง” ปิดฉากเส้นทาง 17 ปี บนลีกสูงสุดอย่างเป็นทางการ หลังบุกไปแพ้ สุโขทัย เอฟซี 0-3 ในเกมสุดท้ายของฤดูกาล ส่งผลให้พวกเขาต้องตกชั้นลงไปเล่นไทยลีก 2 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร
ย้อนกลับไปในปี 2009 เมืองทอง ยูไนเต็ด คือทีมที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั้งวงการฟุตบอลไทย พวกเขาเลื่อนชั้นขึ้นสู่ลีกสูงสุด พร้อมสร้างตำนาน “3 ปี 3 แชมป์” ด้วยการคว้าแชมป์ดิวิชั่น 2 , ดิวิชั่น 1 และไทยลีก ติดต่อกันแบบเหลือเชื่อ
จากทีมที่เพิ่งขึ้นมาใหม่ กลายเป็นมหาอำนาจลูกหนังในเวลาไม่กี่ปี หลังจากนั้น เมืองทอง กลายเป็นทีมที่ทุกคนอยากเอาชนะ สนามเหย้าของพวกเขาคือหนึ่งในสนามที่บรรยากาศดีที่สุดในประเทศ แฟนบอลเต็มอัฒจันทร์แทบทุกเกม เสื้อสีแดงดำกลายเป็นภาพคุ้นตาของวงการฟุตบอลไทย
ช่วงเวลานั้นคือยุคทองอย่างแท้จริง เมืองทอง ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ไทยลีก ได้ถึง 4 สมัย ในปี 2009 , 2010 , 2012 และ 2016 โดยเฉพาะฤดูกาล 2012 ที่พวกเขาสร้างประวัติศาสตร์เป็นทีมแรกของไทยลีกที่คว้าแชมป์แบบไร้พ่าย
มันไม่ใช่แค่เรื่องของผลการแข่งขัน แต่มันคือยุคที่พวกเขามีทั้งคุณภาพนักเตะ ความนิยม และภาพลักษณ์ของสโมสรระดับแนวหน้า
ถ้าพูดถึงทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฟุตบอลไทยยุคนั้น ชื่อของ เมืองทอง ยูไนเต็ด ต้องอยู่ในอันดับต้นๆ เสมอ
ยุคนั้นแฟนบอลยังจำกันได้ดีว่า เมืองทอง เต็มไปด้วยนักเตะระดับแถวหน้าของประเทศ
ธีรศิลป์ แดงดา
ชนาธิป สรงกระสินทร์
สารัช อยู่เย็น
ธีราทร บุญมาทัน
กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์
รวมถึงนักเตะต่างชาติที่เข้ามาสร้างชื่ออีกมากมาย ทั้ง มาริโอ ยูรอฟสกี้ , เคลตัน ซิลวา และ ซูมาโฮโล่ ยาย่า ฯลฯ
ยังไม่นับรวมดีลสุดฮือฮาอย่าง “ร็อบบี้ ฟาวเลอร์” อดีตกองหน้าชื่อดังระดับโลก ที่เดินทางมาค้าแข้งในไทยลีก จนกลายเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วประเทศ
เมืองทอง ในวันนั้น คือทีมที่ใครก็อยากดู พวกเขามีทั้งฟุตบอลที่สนุก นักเตะชื่อดัง และความเป็นมืออาชีพที่โดดเด่นกว่าใครหลายทีมในยุคนั้น
ยิ่งไปกว่านั้น สโมสรยังมีบทบาทสำคัญในการผลักดันนักเตะไทยออกไปต่างประเทศ ชนาธิป สรงกระสินทร์ และ ธีราทร บุญมาทัน ถูกส่งต่อไปสร้างชื่อในเจลีก
ส่วน ธีรศิลป์ แดงดา ก็เคยมีโอกาสไปเล่นกับ อัลเมเรีย ในลีกสเปน แต่ฟุตบอลก็เป็นแบบนี้เสมอ ไม่มีทีมไหนยิ่งใหญ่ได้ตลอดไป จากวันที่เคยลุ้นแชมป์ทุกปี กลายเป็นทีมที่ต้องดิ้นรนหนีตกชั้น จากทีมที่เคยมีผู้เล่นระดับทีมชาติเต็มทีม กลายเป็นทีมที่ขาดความต่อเนื่องทั้งในและนอกสนาม
ฟุตบอลตัดสินกันที่ปัจจุบัน ไม่ว่าคุณจะเคยยิ่งใหญ่แค่ไหน เคยได้แชมป์มากเท่าไร เคยเล่นฟุตบอลเอเชียบ่อยแค่ไหน หรือเคยมีแฟนบอลเต็มสนามทุกสัปดาห์หรือไม่
หลายคนอาจนึกถึง ชลบุรี เอฟซี ที่เคยตกชั้นมาก่อน แต่สามารถกลับขึ้นมาได้ทันทีในปีเดียว เพราะรากฐานของสโมสรยังแข็งแรง แฟนบอลยังสนับสนุนเหมือนเดิม และยังมีแรงผลักดันจากคนรอบทีม
คำถามสำคัญตอนนี้คือ เมืองทอง ยูไนเต็ด จะทำแบบนั้นได้หรือไม่ เพราะการตกชั้นไม่ใช่แค่เรื่องของผลการแข่งขัน แต่มันส่งผลทั้งเรื่องรายได้ ความเชื่อมั่น และอนาคตของสโมสรในระยะยาว
บางที การเริ่มต้นใหม่จากจุดที่ต่ำที่สุด อาจเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างตัวตนกลับขึ้นมาอีกครั้ง สุดท้ายแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร
แต่สิ่งที่แน่นอนคือ ชื่อของ “กิเลนผยอง” จะไม่มีวันถูกลืมจากหน้าประวัติศาสตร์ฟุตบอลไทย ส่วนจะกลับมาลีกสูงสุดได้ในปีเดียวไหม ปีหน้ารู้กัน.
Cr.ภาพ thairath / Muangthong United FC.
++++++++++++++++++++++++++++++++++++
เพื่อนๆ สามารถติดตามอ่านบทความย้อนหลังได้ที่ https://www.ballthai.com/บทความบอลไทย
.
และติดตามเราได้ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียดังนี้
Website - ballthai.com
ขอบคุณครับ 🙏
โฆษณา