Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Shoper Gamer
•
ติดตาม
12 พ.ค. เวลา 06:32 • การศึกษา
BSD Licence คืออะไร?
โดย
ถ้า MIT License คือเพื่อนรักที่ไว้ใจได้ และ Apache 2.0 คือทนายความมืออาชีพ แล้ว BSD License ล่ะคืออะไร? คำตอบคือ เพื่อนบ้านใจดีที่ไม่เคยเรียกร้องอะไรเลย เว้นแต่ขอให้คุณจำชื่อเขาไว้ครับ
BSD เป็นหนึ่งในบรรพบุรุษของโอเพนซอร์สลิขสิทธิ์ มีประวัติยาวนานตั้งแต่ยุคที่อินเทอร์เน็ตยังใช้สายโทรศัพท์ (ยุค BSD Unix!) และ ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจนถึงปี 2026 ด้วยปรัชญาที่เรียบง่ายสุดขีดทำอะไรก็ได้ ขอแค่ให้เครดิต
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับ BSD License ทั้งในแบบ 2-Clause, 3-Clause และ 4-Clause (ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้!) พร้อมเปรียบเทียบกับ MIT อย่างเจาะลึก ว่าแล้วไปดูกันเลยครับ!
★
🐡 BSD คืออะไร? (ว่าด้วย ลิขสิทธิ์จากมหาวิทยาลัยเบิร์กลีย์)
BSD ย่อมาจาก Berkeley Software Distribution License มีต้นกำเนิดจาก University of California, Berkeley ในยุคที่พวกเขาพัฒนาระบบปฏิบัติการ BSD Unix (ช่วงปี 1970s-1980s) ซึ่งเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของ macOS, FreeBSD, NetBSD และ OpenBSD ในปัจจุบันครับ
จุดยืนของ BSD คือ Permissive License เช่นเดียวกับ MIT และ Apache 2.0 นั่นคือคุณสามารถ
✅ นำโค้ดไปใช้ในเชิงพาณิชย์ (ทำขายได้)
✅ ดัดแปลง แก้ไข หรือเพิ่มเติมฟีเจอร์
✅ แจกจ่ายทั้งในรูปแบบซอร์สโค้ดและไฟล์ติดตั้ง (Binary)
✅ รวมเข้าไปในซอฟต์แวร์แบบปิด (Closed-source) โดยไม่ต้องเปิดเผยซอร์สโค้ดของตัวเอง
สิ่งที่ BSD แตกต่างจาก MIT อยู่ที่รายละเอียดปลีกย่อยในการให้เครดิต และ ข้อห้ามการใช้ชื่อเพื่อโฆษณา ซึ่งเราจะไปดูกันในข้อถัดไปครับ
★
🌀 ความสับสนของตระกูล BSD (ทำไมมันมีหลายแบบ?)
นี่คือจุดที่หลายคนสับสนที่สุด! BSD ไม่ใช่ลิขสิทธิ์เดียว แต่เป็นตระกูลที่มีสมาชิกหลักเรียกตามจำนวนเงื่อนไข (Clauses) ที่เพิ่มขึ้น
1) BSD 2-Clause (The Simplified หรือ FreeBSD” License)
⚪ เงื่อนไข : ให้เครดิตในซอร์สโค้ด และ ในเอกสารประกอบ
⚪ ข้อความสั้นๆ : Redistributions must retain this copyright notice. (การแจกจ่ายต่อต้องคงข้อความลิขสิทธิ์นี้ไว้)
⚪ ใช้ที่ไหน : FreeBSD, NetBSD และ โปรเจกต์ที่ต้องการความเรียบง่ายระดับสูงสุด
2) BSD 3-Clause (The Modified หรือ Revised BSD License) - นิยมที่สุด!
⚪เงื่อนไข : เหมือนรุ่น 2-Clause แต่เพิ่มข้อ 3 คือ ห้ามใช้ชื่อผู้เขียน หรือ สถาบันเพื่อรับรอง (Endorsing) หรือโปรโมทสินค้าที่ดัดแปลงจากโค้ดนี้ โดยไม่ได้รับอนุญาต
⚪ ความสำคัญ : เกิดขึ้นเพราะรุ่น 4-Clause เดิมมีปัญหาเรื่องความเข้ากันได้กับ GPL
⚪ ใช้ที่ไหน : ภาษา Go (Google), Nginx, Redis และ ไลบรารียอดนิยมอีกเพียบ! นี่คือ BSD ตัวจริง ที่คนส่วนใหญ่พูดถึงกันในปี 2026 ครับ
3) BSD 4-Clause (The Original หรือ Advertising License) - โบราณและไม่นิยมแล้ว
⚪ เงื่อนไข : เหมือนรุ่น 3-Clause แต่มีข้อ 4 เพิ่มมาว่าทุกโฆษณาต้องระบุว่าซอฟต์แวร์นี้มีโค้ดจากมหาวิทยาลัยเบิร์กลีย์
⚪ ปัญหา : มันทำให้ยุ่งยากในการทำโฆษณา และ ขัดกับ GPL ปัจจุบันแทบไม่มีใครใช้แล้ว
4) BSD 0-Clause (The Free Public หรือ No Conditions) - หายากมาก
⚪ เงื่อนไข : ไม่มีเลย! ไม่ต้องให้เครดิต ไม่ต้องเก็บลิขสิทธิ์ เหมือนยกให้ฟรีๆ ไปเลย
★
📋 เงื่อนไขการใช้งาน: ทำอะไรก็ได้ แต่ให้เครดิต (ฉบับเข้าใจง่าย)
ลองนึกภาพคุณยืมจักรยานเพื่อนมาใช้ แล้วเพื่อนบอกว่า
“ใช้ได้เลยครับ จะเอาไปขี่ข้ามจังหวัด ขายต่อ ดัดแปลงใส่ล้อที่สาม หรือ จะเอาไปยำรวมกับจักรยานคันอื่นก็ได้ แค่... เวลาใครถามว่าจักรยานคันนี้มาจากไหน หรือ คุณเอาไปเขียนคู่มือ ให้ใส่ชื่อผมไว้ด้วยนะ และ ห้ามใช้ชื่อผมไปอ้างว่าผมรับรองจักรยานคุณโดยเด็ดขาด”
นั่นคือ BSD 3-Clause ครับ! รายละเอียดมีดังนี้
1) แจกซอร์สโค้ด : ต้องเก็บข้อความลิขสิทธิ์และเงื่อนไขเดิมไว้เสมอ
2) แจกไฟล์ Binary : ต้องแสดงลิขสิทธิ์และ เงื่อนไขในเอกสารประกอบหรือหน้า About
3) ห้ามอ้างชื่อ : ห้ามใช้ชื่อเจ้าของเดิมมาการันตีสินค้าเพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต (จุดนี้ต่างจาก MIT ที่ไม่ได้ห้ามชัดเจนขนาดนี้)
★
📊 ข้อดีและข้อเสียของ BSD
⚪ ข้อดี (✅)
✅ ง่ายสุดๆ : สั้นและเข้าใจง่าย BSD 3-Clause ยาวเพียง 20-25 บรรทัดเท่านั้น
✅ เข้ากันได้กับ GPL : รุ่น 3-Clause เข้ากันได้ดีทั้ง GPLv2 และ v3 (ต่างจาก Apache 2.0 ที่มีปัญหากับ GPLv2)
✅ ป้องกันการเสียชื่อเสียง : มีเงื่อนไขชัดเจนห้ามเอาชื่อเราไปแอบอ้างโปรโมทสินค้าคนอื่น
✅ ถูกใจสายวิชาการ : เนื่องจากเกิดจากรั้วมหาวิทยาลัย จึงได้รับความนิยมในงานวิจัย และ สถาบันการศึกษา
⚪ ข้อเสีย (❌)
❌ ไม่คุ้มครองสิทธิบัตร : BSD ไม่ได้ระบุเรื่องสิทธิบัตรไว้ชัดเจนเหมือน Apache 2.0 ถ้าเจ้าของโค้ดมีสิทธิบัตรแฝง เขาอาจฟ้องคุณได้
❌ เวอร์ชันเยอะชวนงง : มือใหม่อาจสับสนว่าจะเลือก 2, 3 หรือ 4-Clause ดี
❌ ความนิยมเป็นรอง : แม้จะดังแต่ในปี 2026 MIT ก็ยังครองตลาดอันดับ 1 (ประมาณ 45%) ส่วน BSD ตามมาห่างๆ ที่ประมาณ 7%
★
⚔️ BSD vs. MIT: แฝดคนละฝา (สรุปความต่าง)
⚪ ความยาว : MIT ยาวประมาณ 17 บรรทัด ส่วน BSD 3-Clause ยาวประมาณ 25 บรรทัด
⚪ เงื่อนไขการให้เครดิต : ทั้งคู่ต้องเก็บลิขสิทธิ์เดิมไว้เหมือนกัน
⚪ การห้ามใช้ชื่อโปรโมท : MIT ไม่ได้ระบุห้ามชัดเจน (มีนัยยะแฝง) แต่ BSD 3-Clause ระบุห้ามเด็ดขาดใน Clause ที่ 3
⚪ ความคุ้มครองสิทธิบัตร : ทั้งคู่ไม่มีเหมือนกัน (ต้องไป Apache 2.0)
⚪ ความเข้ากันได้กับ GPLv2 : ทั้งคู่ทำได้ไม่มีปัญหา
⚪ ความนิยมบน GitHub (2026) : MIT อันดับ 1 (~45%) ส่วน BSD 3-Clause อันดับ 3-4 (~7%)
★
สรุปผลการเลือกใช้ 🤔
🤔 ถ้าอยากให้คนใช้เยอะที่สุด ไม่ซีเรียสเรื่องคนเอาชื่อเราไปอ้าง →เลือก MIT
🤔 ถ้าคุณหรือองค์กรมีชื่อเสียง และ ไม่อยากให้ใครมาแอบอ้างชื่อไปขายของ → เลือก BSD 3-Clause
★
🏢 ใครบ้างที่ใช้ BSD? (ตัวอย่างโปรเจกต์ระดับโลก)
⚪ Go (Golang) : ใช้ BSD 3-Clause เพราะ Google ต้องการให้คนใช้แพร่หลายแต่ห้ามอ้างชื่อ Google รับรองสินค้าโดยพลการ
⚪ Nginx : เว็บเซิร์ฟเวอร์อันดับหนึ่งของโลก เลือกใช้ BSD 2-Clause เพื่อความเรียบง่าย
⚪ Redis : ฐานข้อมูล NoSQL ยอดนิยม ใช้ BSD 3-Clause เพื่อดึงดูดนักพัฒนา
⚪ FreeBSD / NetBSD / OpenBSD : ระบบปฏิบัติการต้นตำรับ แน่นอนว่าใช้ตระกูล BSD
⚪ PlayStation : ระบบปฏิบัติการของ PS4 และ PS5 มีรากฐานมาจาก FreeBSD และ อยู่ภายใต้ BSD License เช่นกัน!
★
🎯 วิธีการเลือกเวอร์ชัน BSD ที่เหมาะสม (ฉบับปี 2026)
ตัดสินใจง่ายๆ ด้วย 3 คำถามครับ:
1) อยากให้คนให้เครดิตไหม?
ถ้าไม่สนเลยไป BSD 0-Clause (แต่คนไม่ค่อยรู้จักนะ) ถ้าอยากให้ใส่ชื่อเราด้วย ไปต่อข้อ 2
2) ซีเรียสเรื่องคนแอบอ้างชื่อไหม?
ถ้ากลัวคนเอาชื่อเราไปอ้างขายของ เลือก BSD 3-Clause (ปลอดภัยสุด) ถ้าไม่ซีเรียส เลือก BSD 2-Clause หรือ MIT
3) โค้ดมีสิทธิบัตรไหม?
ถ้ามี และ กลัวโดนฟ้องหรืออยากคุ้มครองคนใช้ ให้ข้ามไปเลือก Apache 2.0 แทน
💡 งานวิจัยหรืองาน Open Source ที่เน้นเสรีภาพแต่รักชื่อเสียง เลือก BSD 3-Clause / งานทั่วไปเลือก MIT / งานระดับองค์กรที่มีสิทธิบัตรเลือก Apache 2.0 ครับ
★
💬 บทสรุป (ปรัชญาแห่งเสรีภาพที่แท้จริง)
BSD License คือ สัญญามิตรภาพแบบอเมริกันของโลกซอฟต์แวร์ครับ มันให้อิสระเกือบเท่า MIT แต่เพิ่มเส้นกันชน ป้องกันการแอบอ้างชื่อเสียงเล็กๆ น้อยๆ ในยุคที่ปี 2026 โอเพนซอร์สกลายเป็นหัวใจของ AI และ Cloud การเลือก BSD จึงเหมือนการบอกว่าฉันเชื่อในเสรีภาพไร้ขีดจำกัด แต่ก็ขอให้จำไว้หน่อยว่า งานชิ้นนี้มีเจ้าของ
และ นั่นคือความงดงามของ BSD ครับ: เสรีภาพที่ไม่ไร้ขอบเขต แต่มีรากฐานแห่งการให้เกียรติ
คุณเคยใช้ BSD License ในโปรเจกต์ตัวเองไหม? หรือยังสับสนระหว่าง MIT กับ BSD อยู่? คอมเมนต์มาคุยกันได้เลยนะครับ! 🐡✨
✏️ Shoper Gamer
>>
https://shopergamer.vercel.app
✓
MIT License คืออะไร? 👇
>>
https://www.blockdit.com/posts/6a01650fd7fc078231ae12ba
✓
Apache 2.0 คืออะไร? 👇
>>
https://www.blockdit.com/posts/6a017dcfcf55f80e1b4f167e
Credit :
👇
●
https://opensource.org/license/bsd-3-clause
●
https://spdx.org/licenses/BSD-4-Clause.html
●
https://www.techtarget.com/whatis/definition/BSD-licenses
●
https://libguides.wvu.edu/c.php?g=1260463&p=9239129
เทคโนโลยี
ข่าวรอบโลก
opensourcelicense
บันทึก
1
4
1
4
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย