Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Innowayถีบ
•
ติดตาม
14 พ.ค. เวลา 05:00 • หนังสือ
Think Simple — ถอดความยุ่งเหยิง แล้วชีวิตจะง่ายขึ้นเอง
สวัสดีเพื่อนๆ ชาว innowayถีบ ทุกท่านนะครับ 😊
ช่วงเมษาที่ผ่านมา แอดหลบความร้อนไปทำงานสั้นๆที่ต่างประเทศ เลยมีโอกาสหยิบหนังสือที่เล็งไว้นานแล้วติดมือขึ้นเครื่องไปด้วย หนังสือเล่มเล็กๆ ชื่อ "Think Simple" เขียนโดยคุณโสภณ ศุภมั่งมี
1
ที่เลือกหยิบเล่มนี้ก็ง่ายๆเลยครับ — ปกสวย! (ล้อเล่นนะครับ 😄)
จริงๆแล้วสะดุดกับชื่อหนังสือก่อนเลย ทำไมบางครั้งเราต้องคิดให้มันยากด้วยนะ? เราคิดง่ายๆ ทำชีวิตให้ง่ายขึ้นได้ไหม?
Think Simple ในมุมมองของแอดไม่ใช่หนังสือพัฒนาตัวเองหรือ How-to ธุรกิจทั่วๆไปครับ แต่เป็นการกลั่นแนวคิดที่นุ่มและลึก วางแก่นไว้ชัดเจนว่า
ถอดความยุ่งเหยิง วางสิ่งที่เกินจำเป็น แล้วคิดให้มันง่าย
หนังสือมีทั้งหมด 35 บท อ่านรวดเดียวหนึ่งวันสบายๆครับ แอดขอหยิบมา 4 เรื่องที่ชอบเป็นพิเศษมาแชร์กัน
1. ชนะทุกสิ่งด้วยสิ่งเดียว
ทุกวันนี้ถ้าสินค้าไหนเริ่มฮิต ไม่เกินอาทิตย์คู่แข่งจะตามมาเพียบเลยครับ สิ่งที่จะทำให้เราชนะและเป็นที่จดจำได้ในระยะยาวไม่ใช่การทำทุกอย่าง แต่คือ เอกลักษณ์ หรือตัวตนที่แท้จริงของเรา เพราะถ้าเราเหมือนกับคนอื่นทั้งหมด ลูกค้าจะมีเหตุผลอะไรมาเลือกเรา?
วิธีสร้างเอกลักษณ์แบบ Think Simple
เริ่มจากคำถามที่ชัดเจน — อะไรที่คุณอยากให้ลูกค้าจำได้เมื่อนึกถึงร้านหรือธุรกิจของคุณ?
คัดเลือกและจัดอันดับ — ไอเดียที่อยากทำมีเยอะ ลองจัดลำดับตามความเป็นไปได้และทุนที่มีครับ
เลือกแค่สิ่งเดียวและทำให้ดีที่สุด — ไม่ต้องทำทุกอย่าง เลือกหนึ่งอย่างที่จะเป็นตัวตนของเรา แล้วทุ่มกับมันครับ
2
2. อย่าลงสนามที่รู้ว่าไม่มีวันชนะ
การแข่งขันเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่พ้นครับ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราต้องลงแข่งในทุกสนาม คำถามคือสนามไหนแหละที่เป็นของเรา?
ตัวกรอง 3 ตัวแบบ Think Simple
มองหาสิ่งที่คู่แข่งเลียนแบบไม่ได้ — เช่น น้ำซอสสูตรลับที่ตกทอดกันมา 5 รุ่น อันนี้แหละครับที่สร้างป้อมปราการให้ธุรกิจเราได้
คำนวณต้นทุนค่าเสียโอกาสให้เป็น — ถ้าคุณเก่งก๋วยเตี๋ยวเนื้อ แล้วจะขยายไปขายลูกชิ้นปลาแข่งด้วย ลองนับดูก่อนนะครับ ว่าค่าอุปกรณ์ แรงงานที่ต้องเพิ่ม คุ้มกับยอดขายที่จะได้เพิ่มมาจริงๆไหม
เลือกเล่นเกมที่ทุกฝ่ายเติบโต — บางครั้งสนามที่ดีที่สุดคือการร่วมมือแทนการแข่งขันครับ เช่น ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อกับร้านลูกชิ้นปลาที่อยู่ใกล้กัน ถ้าสั่งข้ามร้านกันได้เลย ทั้งสองร้านได้ลูกค้าเพิ่ม ไม่ต้องลงทุนเพิ่มเลยสักบาท
1
3. ใช้ชีวิตแบบนักวิทยาศาสตร์
บทนี้โดนใจแอดมากที่สุดเลยครับ เพราะแอดเป็นนักวิทยาศาสตร์มาก่อน 😄
ความคิดแบบนักวิทยาศาสตร์คือ ความคิดแบบเชิงทดลอง — ไม่ได้มองทุกอย่างเป็นเส้นตรงว่าต้องถูกหรือผิดเท่านั้น แต่ตั้งสมมติฐาน ทดสอบดู แล้วเรียนรู้จากผลที่ได้กลับมา ไม่ว่าจะสำเร็จหรือล้มเหลว เราได้ข้อมูลเสมอครับ
ลองดูตัวอย่างจากร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อที่คุ้นเคยกันนะครับ
ขั้นที่ 1 — สังเกตความจริงตรงหน้า ไม่ใช่สิ่งที่เคยเป็น
เจ้าของร้านสังเกตว่าช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ลูกค้าเริ่มถามหาเมนูที่ไม่มีแป้งมากขึ้น แทนที่จะคิดว่า "ร้านฉันขายก๋วยเตี๋ยวมา 10 ปีแล้ว ลูกค้าต้องชอบแบบเดิมอยู่แล้ว" กลับตั้งคำถามว่า "พฤติกรรมลูกค้ากำลังเปลี่ยนไปหรือเปล่า?"
ขั้นที่ 2 — ตั้งสมมติฐานใหม่บนความจริงที่เปลี่ยนไป
จากข้อมูลที่สังเกตได้ ลองวางสมมติฐานว่า "ถ้าเพิ่มตัวเลือก Low-carb เช่น เส้นผัก หรือข้าวกล้องแทนเส้น น่าจะดึงลูกค้ากลุ่มใหม่เข้ามาได้ โดยที่ลูกค้าเดิมก็ยังอยู่ครบ"
ขั้นที่ 3 — ออกแบบการทดลองเล็กๆ
ไม่ต้องรีบเปลี่ยน menu ทั้งหมดครับ แค่ลองเพิ่มตัวเลือกเส้นผักในช่วงสุดสัปดาห์สัก 1 เดือนก่อน ดูว่ามีคนสั่งไหม ลูกค้าให้ feedback ว่าอะไร แล้วค่อยนำข้อมูลนั้นมาตัดสินใจว่าจะขยายเมนูนี้ต่อหรือเปล่า
เห็นไหมครับว่าไม่มีการเดิมพันครั้งใหญ่เลยสักครั้ง แค่สังเกต ตั้งคำถาม และทดลองเล็กๆ — นั่นแหละคือวิธีคิดแบบนักวิทยาศาสตร์ที่ใช้ได้กับทุกเรื่องในชีวิตครับ 🔬
4. ศิลปะแห่งการหยุดพัก
โลกยุคนี้เรียกร้องให้เราพุ่งไปข้างหน้าตลอดเวลาครับ มี AI model ออกมาใหม่ทุกสัปดาห์ มีเทรนด์ใหม่ให้ตามทุกวัน แต่ Think Simple บอกว่าเราไม่จำเป็นต้องกระโจนไปกับทุกเรื่องเสมอไป
การรู้จังหวะของตัวเองว่าเมื่อไหรควร "พัก" และเมื่อไหรควร "พุ่ง" นั้นเป็นทักษะที่สำคัญมากครับ
3 สิ่งที่ลองทำได้เลย
ตรวจเช็กพลังชีวิต — ถ้าช่วงนี้กายพร้อม ใจพร้อม พุ่งเข้าใส่ได้เลยครับไม่ว่างานจะยากแค่ไหน แต่ถ้ากำลังกังวล นอนไม่หลับ พักฟื้นก่อนไม่มีใครว่าครับ
ตรวจเช็กความสามารถของตัวเอง — เราไม่ใช่หุ่นยนต์ที่เก่งทุกเรื่อง เจองานใหม่ยากๆ ให้เริ่มจากขั้นที่พอทำได้ก่อนครับ เหมือนหัดว่ายน้ำก็ควรเริ่มในสระที่ยังพอยืนถึง ไม่ใช่ลงทะเบียนแข่งไตรกีฬาทันที
ตรวจเช็กบ้านของตัวเอง — ผู้เขียนนิยาม "บ้าน" ไว้ว่าคือ Comfort Zone หรือพื้นที่พักใจของเราครับ ไม่ว่าจะเป็นคน สถานที่ หรือกิจกรรมที่ทำให้เรารู้สึกปลอดภัยและเป็นตัวเอง
สิ่งที่แอดตีความเพิ่มจากตรงนี้คือ เราไม่ควรรอให้ถึงวันที่ล้มแล้วค่อยมองหาบ้านครับ แต่ควร เตรียมบ้านไว้ก่อน ลองถามตัวเองดูนะครับว่า
บ้านของเราอยู่ที่ไหน? — มีคนหรือสถานที่ที่กลับไปแล้วรู้สึกชาร์จพลังได้จริงๆไหม?
บ้านอยู่ในสภาพที่ดีไหม? — ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างที่เป็นพลังให้เรา เราดูแลมันอยู่ไหม หรือปล่อยให้ห่างเหินไปเพราะยุ่งงาน?
เราพร้อมจะกลับบ้านได้ทุกเมื่อไหม? — วันที่โลกโหดร้าย การกลับไปหา Comfort Zone ไม่ใช่การยอมแพ้ครับ แต่คือการชาร์จพลังเพื่อออกไปสู้ต่อ
บ้านที่แข็งแรง คือฐานที่ทำให้เรากล้าออกไปเผชิญโลกได้อีกครั้งเสมอครับ 🏠
Think Simple กำลังบอดแอดว่า ในโลกที่ซับซ้อนขึ้นทุกวัน บางครั้งคำตอบที่ดีที่สุดไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มสิ่งต่างๆเข้ามาในชีวิต แต่อยู่ที่การ "ตัดทิ้ง" สิ่งที่ไม่จำเป็นออกไปต่างหากครับ
ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ การทำงาน หรือชีวิตส่วนตัว ลองถามตัวเองดูนะครับว่า
วันนี้มีอะไรที่เราแบกอยู่โดยไม่จำเป็น และถ้าวางมันลงได้ ชีวิตจะเบาขึ้นแค่ไหน?
เพื่อนๆมีวิธี Think Simple ทำชีวิตให้ง่ายขึ้นอย่างไรบ้าง มาแชร์กันในคอมเมนต์ได้เลยครับ 😊
46 บันทึก
38
35
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
อ่านละนะ
46
38
35
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย