แม้นักวิเคราะห์จาก Wall Street จะยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่หลายบริษัทในสัปดาห์นี้ แต่ความเห็นล่าสุดในตลาดได้สะท้อนถึงความแตกต่างของมุมมองภายในกลุ่มเทคโนโลยี
โดยนักลงทุนยังคงชื่นชอบบริษัทที่ถูกมองว่าเป็นผู้นำด้าน AI แต่ในขณะเดียวกัน ตลาดก็เริ่มจับตาเรื่อง ต้นทุนการลงทุนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงระยะเวลาที่บริษัทต่างๆ จะสามารถเปลี่ยนการลงทุนเหล่านั้นให้กลายเป็นกำไรได้จริง
Goldman ชี้ว่า Nvidia มีโอกาสรายงานผลประกอบการที่ดีกว่าคาด และปรับเพิ่มคาดการณ์ (Beat and Raise) พร้อมทั้งปรับเพิ่มแนวโน้มธุรกิจในอนาคต
นักวิเคราะห์ยังชี้ถึงความต้องการชิป AI และผลิตภัณฑ์ด้าน Data Center ของ Nvidia ที่ยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญของการขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั่วโลก
นอกจากนี้ Goldman ยังเปิดเผยว่า ประมาณการกำไรสำหรับปีงบประมาณ 2026–2027 ของ Nvidia สูงกว่าค่าเฉลี่ยคาดการณ์ของ Wall Street อยู่ประมาณ 14%–34% สะท้อนความเชื่อมั่นว่าความต้องการด้าน AI ยังแข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้
Meta: JPMorgan เริ่มระมัดระวังมากขึ้นต่อค่าใช้จ่าย AI ที่เพิ่มขึ้น
Meta Platforms (META) เป็นบริษัทที่ได้รับมุมมองระมัดระวังมากที่สุดในกลุ่มหุ้นเทคขนาดใหญ่รอบล่าสุด
JPMorgan มองว่า Meta อาจต้องเจอเส้นทางที่ท้าทายในการเปลี่ยนการลงทุน AI ที่มีต้นทุนสูงให้กลายเป็นผลตอบแทนที่คุ้มค่า นอกจากนี้ ธนาคารยังกล่าวถึงการแข่งขันด้าน AI ที่รุนแรงขึ้น รวมถึงความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับแผนสร้างรายได้จากระบบนิเวศ AI (AI Ecosystem) ของ Meta ในระยะยาว
การปรับลดคำแนะนำครั้งนี้สะท้อนความกังวลที่เริ่มเพิ่มขึ้นในตลาดว่า แม้หลายบริษัทเทคจะเร่งลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐาน AI แต่ระยะเวลาที่จะสร้างผลตอบแทนทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญนั้นยังไม่ชัดเจน
Alphabet: BMO Capital ปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย
Alphabet (GOOGL) บริษัทแม่ของ Google ก็ได้รับมุมมองเชิงบวกเช่นกัน
ความเห็นล่าสุดจากนักวิเคราะห์สะท้อนว่า ความตื่นตัวเกี่ยวกับ AI ยังคงแข็งแกร่งใน Wall Street โดยเฉพาะบริษัทที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับโครงสร้างพื้นฐาน AI อย่าง Nvidia
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนก็เริ่มให้ความสำคัญมากขึ้นกับ ต้นทุนของการลงทุน AI โดยบริษัทที่ใช้เงินลงทุนจำนวนมาก แต่ยังไม่มีแนวทางสร้างรายได้หรือผลกำไรที่ชัดเจนในระยะสั้น อาจถูกจับตามองและประเมินอย่างระมัดระวังมากขึ้นในอนาคต
ขณะที่ฤดูกาลประกาศผลประกอบการกำลังใกล้เข้ามา นักลงทุนจะจับตาไม่เพียงแค่การเติบโตของ AI เท่านั้น แต่ยังรวมถึงความสามารถของบริษัทต่าง ๆ ในการเปลี่ยนการลงทุนมหาศาล ให้กลายเป็นกำไรที่ยั่งยืนในระยะยาวด้วย