15 พ.ค. เวลา 08:26 • สิ่งแวดล้อม

การดูแลและกำกับการใช้สารขจัดคราบน้ำมันของกรมควบคุมมลพิษ

สารขจัดคราบน้ำมัน (Oil Dispersant) เป็นสารที่ประกอบด้วยสารลดแรงตึงผิวและตัวทำละลาย ทำหน้าที่ช่วยให้น้ำมันที่ลอยอยู่บนผิวน้ำแตกตัวเป็นหยดขนาดเล็กและกระจายเข้าสู่มวลน้ำ มีจุดประสงค์เพื่อขจัดน้ำมันออกจากผิวน้ำโดยเร็วที่สุด แล้วถ่ายเทเข้าสู่มวลน้ำ และส่งผลทำให้น้ำมันถูกเจือจางอย่างรวดเร็วจนถึงระดับความเข้มข้นที่ไม่เป็นอันตราย หลังจากนั้นน้ำมันก็จะถูกย่อยสลายด้วยกระบวนการทางชีวภาพได้ในธรรมชาติ ดังแสดงในรูปที่ 1
รูปที่ 1 รูปแสดงลักษณะของสารขจัดคราบน้ำมัน และลักษณะการแตกตัวเป็นหยดขนาดเล็กของน้ำมัน เมื่อมีการใช้สารขจัดคราบน้ำมัน เพื่อให้มีการกระจายตัวในน้ำได้ดีขึ้น เร่งการย่อยสลายตามธรรมชาติ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล (ที่มา: International Tanker Owners Pollution Federation (ITOPF) และแหล่งข้อมูลออนไลน์จาก TeX StackExchange และ ResearchGate)
การใช้สารขจัดคราบน้ำมันของประเทศไทย ต้องเป็นสารที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานดังต่อไปนี้ (1) Marine Management Organization: MMO (2) U.S. Environmental Protection Agency: U.S. EPA (3) Australian Maritime Safety Authority: AMSA และ (4) สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม
ซึ่งกรมควบคุมมลพิษจะรวบรวมสารดังกล่าวไว้ในบัญชีรายชื่อที่อนุญาตให้ใช้ให้ประเทศไทย โดยการใช้สารขจัดคราบน้ำมันในกรณีพื้นที่ดังต่อไปนี้ ได้แก่ (1) พื้นที่ทะเลที่มีความลึกน้อยกว่าหรือเท่ากับ 10 เมตร (2) พื้นที่ทะเลที่มีทรัพยากรธรรมชาติอ่อนไหวต่อการได้รับผลกระทบจากน้ำมัน และ (3) บริเวณแหล่งน้ำจืดและน้ำกร่อย จะต้องได้รับอนุญาตจากกรมควบคุมมลพิษเป็นลายลักษณ์อักษร
ทั้งนี้ หากความจำเป็นเร่งด่วนหรือไม่สามารถประเมินสถานการณ์ได้อย่างครบถ้วน การพิจารณาอนุญาตให้ใช้สารขจัดคราบน้ำมันอาจอยู ่ในดุลยพินิจของผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมการปฏิบัติการ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์สุทธิด้านสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ และต้องรายงานให้กรมควบคุมมลพิษทราบภายหลัง ทั้งนี้ สำหรับการใช้สารขจัดคราบน้ำมันในพื้นที่นอกเหนือจาก 3 พื้นที่ดังกล่าวข้างต้นให้รายงานการใช้ต่อกรมควบคุมมลพิษทราบด้วย
กระบวนการพิจารณาอนุญาตจะประเมินความเหมาะสมของชนิดและปริมาณสารขจัดคราบน้ำมันให้สอดคล้องกับชนิดและปริมาณน้ำมันที่รั่วไหล โดยทั่วไปจะอนุญาตให้ใช้ในอัตราส่วนของสารขจัดคราบน้ำมันต่อน้ำมันไม่เกิน 1:10 ควบคู่กับการวิเคราะห์ผลประโยชน์สุทธิด้านสิ่งแวดล้อม (Net Environmental Benefit Analysis: NEBA) เพื่อให้การใช้สารขจัดคราบน้ำมันสามารถลดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศ และสิ่งแวดล้อมโดยรวมได้อย่างเหมาะสมที่สุด
รูปที่ 2 การใช้สารขจัดคราบน้ำมัน (ที่มา: Oil Spill Response Limited (OSRL) และ International Maritime Organization (IMO), IMO Dispersant Use Guidelines, 2024 Edition)
โฆษณา