15 พ.ค. เวลา 10:15 • สุขภาพ

เมื่อวันที่ปุ่ม Pause มาถึง

จากการที่ทำงานได้ทุกๆวัน วันละ10 ชั่วโมง และการลางานบ่อยๆเพื่อไปหาหมอที่โรงพยาบาลในการรักษาตัว ทำให้ปุ่มของการทำงานในทุกๆวันต้องกลายเป็นไม่ใช่แค่ Pause ชั่วคราว แต่ต้องตลอดไป เข้าใจว่า บางบริษัทอยากให้พักรักษาตัวอย่างเต็มที่ และในขณะเดียวกัน นายจ้างและบริษัทองค์กรอยากให้ทำงานให้เต็มที่เช่นกัน มันไม่ง่ายเลยที่ต้องใช้ชีวิตอยู่บนความเครียด และพยายามยอมรับและกำหนดที่จะอยู่กับปัจจุบันให้ได้ จากที่เคยตื่นเช้า กาแฟร้อน ไปทำงานสิ้นเดือนมามีรายได้ใช้จ่ายชีวิตประจำวัน แต่วันนี้ต้องมานั่งอยู่บนความรู้สึก
ที่ก้ำกึ่งระหว่าง
ความโล่งใจที่ได้พัก กับ
ความกังวลว่าโลกจะหมุนไปอย่างไร
อนัญญา
จริงๆแล้ว วันนี้ความรู้สึกมาถึงว่าเข้าใจแล้ว ไม่มีเราองค์กรก็ยังไปต่อได้แม้เราจะทำงานดีแค่ไหน การลางานในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่รักษาเพียงแค่กาย แต่เป็นจิตใจเราด้วย การที่บริษัทไม่ได้ให้เราไปต่อไม่ผิดนะคะ แต่เราพยายามเข้าใจและเข้าข้างตัวเองคิดบวกเสมอว่า
ถึงเวลาแล้ว
เขาอาจจะให้เราไปเจอสิ่งที่ดีกว่าก็ได้
คิดในใจตัวเอง
มิตรภาพในที่ทำงานร่วมกันกับเพื่อนร่วมงานตลอดหลายปี ก็เป็นสิ่งที่เป็นกำลังใจให้เราไปสู้ต่อ แม้จะห่างหายจากที่เคยเจอหน้ากันทุกๆวัน วันนี้กลับจะต้องเหลือเป็นความทรงจำกันดีๆในใจตลดไป
มันยากมากกับการที่ต้องยอมรับแต่สุดท้ายเราต้องเดินหน้าไปทุกๆวันตามที่โลกได้หมุนและไม่เคยหยุดหมุน
ภาวะการยอมรับว่าลืมตาตื่นขึ้นมาเรารู้สึกเหมือนเวลาเรามันสั้นลง โรคร้ายที่มีทางรักษาหายได้ สงบได้และอาจกลับมาเป็นอีกได้แต่จะแย่ลงแค่ไหนเราไม่สามารถรับรู้ได้เหมือนที่เราเป็นและเริ่มการรักษาอยู่ตอนนี้ มันมีอุปสรรคมากมาย แต่ละคนผ่านไปแบบไหน คนที่เขาผ่านมาก่อนเป็นยังไง เขาสามารถผ่านมันไปได้คือเก่งมากๆยอมรับความที่ต้องสู้
สุดท้ายแล้วไม่มีใครสามารถรับรู้ได้ล่วงหน้าเลย บางคนแค่มองและบอกว่าหายได้ เข้าใจเลยแต่คนที่ต้องก้าวผ่านมันไปให้ได้คงต้องเข้มแข็งมากๆเลยและเราก็กำลังจะก้าวผ่านไปให้ดีที่สุดของเราเท่าที่จะทำได้🙂ให้ดีที่สุดในชีวิต
โฆษณา