เหตุผลสำคัญทางวิศวกรรมชีวภาพที่ภาคีจำเป็นต้องติดตั้งระบบไฟร์วอลล์นี้ เนื่องมาจากโครงสร้างทางจิตวิทยาและเคมีในสมองของมนุษย์ในระนาบ 3D มีความเปราะบางและไวต่อสิ่งเร้าสูงมาก
2. 2. โครงสร้างชีวภาพควอนตัมในดีเอ็นเอหลับใหล (Dormant DNA Architecture)
ลึกลงไปในแกนกลางของเซลล์เนื้อเยื่อ ที่แฝงตัวอยู่ภายใต้ร่างโฮสต์ 3D โครงสร้างชีวภาพควอนตัมในดีเอ็นเอหลับใหล หรือ Dormant DNA Architecture คือระบบฐานข้อมูลสำรองข้ามมิติที่ถูกออกแบบมาอย่างแยบยลที่สุด
ในขณะที่นักวิทยาศาสตร์และนักพันธุศาสตร์บนโลกมนุษย์มองว่า ดีเอ็นเอส่วนที่ไม่เปิดรับการถอดรหัสพันธุกรรมเพื่อสร้างโปรตีน (Non-coding DNA) เป็นเพียงเศษซากวิวัฒนาการที่ไร้ประโยชน์ และตราหน้าพวกมันว่าเป็น Junk DNA หรือดีเอ็นเอขยะ
แต่ในความเป็นจริงของวิศวกรรมพันธุศาสตร์โดยภาคีอาคทูเรียน พื้นที่ที่ถูกทอดทิ้งเหล่านี้คือ Invisible Quantum Hard Drive หรือพื้นที่จัดเก็บฮาร์ดไดรฟ์ควอนตัมล่องหนที่มีความจุในระดับอนันต์
ในความเป็นจริงทางฟิสิกส์ดาราศาสตร์ ดาวโลกและระบบสุริยะทั้งหมดไม่ได้โคจรอยู่กับที่ในอวกาศอันว่างเปล่า หากแต่กำลังเดินทางเป็นเส้นเกลียวสว่านทะยานผ่านห้วงอวกาศลึก และกำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่พื้นที่ที่มีความหนาแน่นของพลังงานสูงที่เรียกว่า Photon Belt หรือแถบโฟตอนความเข้มข้นสูงในอวกาศ
เมื่อตำแหน่งพิกัดทางดาราศาสตร์ของโลกเคลื่อนที่ มาถึงจุดตัดที่แม่นยำตามที่ถูกระบุไว้ในพิมพ์เขียวสากล (Cosmic Blueprint) ชั้นบรรยากาศและสนามแม่เหล็กของโลกจะเปิดออกในองศาที่จำเพาะเจาะจง ยอมปล่อยให้คลื่นรังสีคอสมิกช่วงคลื่นพิเศษ หรือ Specific Cosmic Ray Frequency ทะลวงผ่านลงมาปะทะกับโครงสร้างกายภาพของมนุษย์บนภาคพื้นโลกโดยตรง
ในทางวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ คลื่นรังสีคอสมิกเฉพาะทรงพลังนี้จะทำหน้าที่เสมือน Clock Signal หรือสัญญาณนาฬิกากลางของจักรวาล ที่ยิงซิงโครไนซ์ (Synchronize) ตรงเข้าสู่ระบบประมวลผลลึกสุดของเซลล์
2.3.3เงื่อนไขทางอารมณ์วิกฤต (The Catalyst of Trauma & The Epiphany)
เงื่อนไขประการสุดท้ายซึ่งเป็นกลไกที่ดุดัน เจ็บปวด แต่ทรงพลังที่สุดในระบบสถาปัตยกรรมนี้ คือ The Catalyst of Trauma & The Epiphany หรือเงื่อนไขทางอารมณ์วิกฤต
ในทางวิศวรรกรรมระบบนิเวศจิตวิญญาณ ม่านพรางแห่งการลืมเลือน (Amnesia Firewall) ถูกเขียนโปรแกรมมาให้มีความเสถียรและเหนียวแน่นอย่างยิ่งยวด ภายใต้สภาวะคลื่นอารมณ์ปกติ เพื่อตรึงร่างโฮสต์ให้อยู่ในระนาบ 3D ได้อย่างแนบเนียน
เช่น อุบัติเหตุรุนแรงที่ทำให้เฉียดตาย (Near-Death Experience), การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักอย่างกะทันหัน หรือสภาวะใจสลายจากการพังทลายของอัตตาตัวตนอย่างสิ้นเชิง (Dark Night of the Soul)
ปรากฏการณ์เหล่านั้นจะส่งแรงสั่นสะเทือน ปะทะเข้ากับระบบพลังงานอย่างรุนแรง สนามแม่เหล็กไฟฟ้าคอสมิกที่โอบล้อมกายภาพ หรือ Auric Field จะเกิดการหดตัว คลื่นความถี่บิดเบี้ยว และแปรปรวนอย่างหนักหน่วงในระดับวิกฤต