16 พ.ค. เวลา 04:17 • ไลฟ์สไตล์

ค่าโทรศัพท์…ค่าใช้จ่ายที่มีคุณค่า

ย้อนกลับไปในปี 1997
การติดต่อกลับบ้านครั้งหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนทุกวันนี้
ไม่มี Line
ไม่มี Video Call
ไม่มีคำว่า “โทรฟรีผ่านอินเทอร์เน็ต”
ยุคนั้นมีโทรศัพท์มือถือแล้ว ยุคทองของ Nokia Motorola แต่ยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก
ไม่ใช่ทุกคนจะมีโทรศัพท์มือถือ และค่าบริการนั้นสูงทีเดียว
ดังนั้นการติดต่อบ้านที่ไทย ต้องใช้ International phone carf เท่านั้น
การโทรผ่านโทรศัพท์บ้านไร้สายแบบตั้งโต๊ะ
หรือ โทรศัพท์สาธารณะ…เป็นช่องทางเดียวที่ใช้ได้ในการโทรกลับบ้าน
กดรหัสยาวเหยียด ก่อนจะโทรข้ามประเทศกลับไปหาใครสักคนที่คิดถึง
จำได้ว่าซื้อครั้งหนึ่งประมาณ 20 ดอลล่าร์ คุยกันได้ไม่เท่าไร ก็หมดอีกแล้ว
แต่ก็เป็นค่าใช้จ่าย ที่ยินดีจ่ายเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้เราได้ยินเสียงคนทางไกล
ส่วนการติตต่อที่คลาสสิคอีกช่องทาง คือ ไปรษณีย์..
การเขียนจดหมายผ่านกระดาษ Air Mail นั่นเอง
การติดต่อช่องทางนี้ มักใช้กับเพื่อนฝูง แทนค่าโทรที่ราคาสูง อย่างน้อยก็ไม่ให้ขาดการติดต่อกัน
การอยู่ต่างแดนนั่น เมื่อได้รับจดหมายสักฉบับหนึ่งนั้น มันมีคุณค่าทางจิตใจมาก
จำได้ว่าอ่านวนไป วนมา และรีบตอบในทันที
แต่คำว่า”ทันที“นั้น หมายถึง 3-4 สัปดาห์ในการโต้ตอบกัน
จดหมาย ต้องใช้เวลาในการเขียน .. หาเวลาในการตอบ.. ออกไปส่งที่ไปรษณีย์ และ รอคอยให้มันเดินทางไปถึงบุคคลที่เราคิดถึง
การย้ายที่อยู่ หรือ จดหมายไม่มีผู้รับบ้าง ทำให้การรอคอยในยุคนั้น และความสัมพันธ์กับบางคน ค่อยๆเลือนหายไปตามกาลเวลา
ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ เด็กยุคปัจจุบัน อาจจเไม่เข้าใจ ว่าทำไม แม่ถึงไม่ได้ติดต่อกับ เพื่อนคนนั้น ..ทำไมไม่รู้เรื่องราวของเพื่อนคนนี้
เพราะลูกอยู่ในยุคสมัยที่ การสื่อสารไร้ข้อจำกัด
แต่ในยุคนั้น การติดต่อคนที่เรารักและคิดถึง ต้องแลกมากับรค่าใช้จ่ายที่สูง
และรอคอยให้”ความคิดถึง“ของเรา เดินทางไปถึงมือผู้รับนั่นเอง
โฆษณา