Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Seaman Investor (คนเรือหัวหมอ)
•
ติดตาม
16 พ.ค. เวลา 06:20 • หุ้น & เศรษฐกิจ
ผลัดใบอาณาจักร Buffett เจาะลึกแผนล้างพอร์ต 16 บริษัททิ้ง
และก้าวใหม่ใน “ยุค Greg Abel” ของ Berkshire Hathaway
การเคลื่อนไหวของ Berkshire Hathaway ผ่านการรายงานพอร์ตการลงทุนประจำไตรมาสที่ 1 ปี 2026 (รายงาน 13F) ได้สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่ววอลล์สตรีทอย่างแท้จริง นี่ไม่ใช่แค่การปรับพอร์ตประจำปีธรรมดาๆ แต่คือมหกรรมการล้างพอร์ตครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์บริษัท โดยมีการลดจำนวนบริษัทที่ถือครองจาก 42 บริษัท เหลือเพียง 29 บริษัท พร้อมทั้งส่งสัญญาณว่าอาณาจักรแห่งนี้กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่อย่างเต็มตัวภายใต้บังเหียนของ Greg Abel ซีอีโอคนปัจจุบันที่เข้ามารับไม้ต่อ
กลยุทธ์ "เฉือนทิ้ง" แผนเคลียร์พอร์ต 16 บริษัทเกลี้ยง 100%
สิ่งที่ทำให้ตัวเลขในไตรมาสนี้ดูดุดันเป็นพิเศษ คือการที่กลุ่มทุนพลังนี้เลือกที่จะ "เทขายจนหมดเกลี้ยง (Complete Exit)" ถึง 16 บริษัท โดยไม่มีการกั๊กหรือเหลือเศษหุ้นไว้แม้แต่รายเดียว ซึ่งกลุ่มธุรกิจที่โดนหั่นทิ้งประกอบด้วยแบรนด์ระดับโลกมากมาย ดังนี้
1. กลุ่มฟินเทคและการเงิน (Financials & Payments)
ถือเป็นเรื่องช็อกวงการลงทุนแนวคุณค่า (Value Investing) เพราะนี่คือกลุ่มหุ้นพิมพ์นิยมที่ Berkshire ชื่นชอบมาตลอด แต่รอบนี้กลับเลือกตัดสัมพันธ์ถาวรกับยักษ์ใหญ่ระบบชำระเงินทั้ง Visa (V) และ Mastercard (MA) รวมถึงสถาบันการเงินและโบรกเกอร์ประกันภัยอย่าง Capital One Financial (COF), Ally Financial (ALLY) และ Aon plc (AON)
2. กลุ่มเทคโนโลยีและสื่อสาร (Tech & Media)
สิ่งที่น่าประหลาดใจที่สุดคือการโบกมือลา Amazon (AMZN) เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 7 ปี พร้อมทั้งล้างพอร์ตหุ้นธนาคารดิจิทัลสัญชาติบราซิลอย่าง Nu Holdings (NU) และหุ้นกลุ่มเคเบิลทีวีอินเทอร์เน็ตอย่าง Charter Communications (CHTR) รวมถึงหุ้นในเครือ Liberty Media Corp (LSXMK / LSXMA) ออกไปจนหมด
3. กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ค้าปลีก และอาหาร (Consumer & Retail)
หุ้นขวัญใจมหาชนอย่าง Domino's Pizza (DPZ) ที่เพิ่งซื้อเข้ามาได้ไม่นาน ก็โดนเด้งออกจากพอร์ตทันทีในไตรมาสนี้ เช่นเดียวกับเครือซูเปอร์มาร์เก็ตที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ อย่าง Kroger (KR) และบริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับพรีเมียมเจ้าของแบรนด์ดังระดับโลกอย่าง Diageo (DEO) นอกจากนี้ยังมีบริษัทด้านวานิชธนกิจอย่าง Jefferies Financial Group (JEF) ที่โดนหางเลขขายทิ้งไปด้วย
4. กลุ่มสุขภาพและอุตสาหกรรมสร้างบ้าน (Healthcare & Industrials)
UnitedHealth Group (UNH) ยักษ์ใหญ่ประกันสุขภาพที่มีมูลค่าบริษัทมหาศาลถูกถอนรากถอนโคนออกจากพอร์ต พร้อมๆ กับหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์อย่าง Louisiana-Pacific (LPX) และ NVR, Inc. (NVR)
ล็อกกำไรช่วงขาขึ้น หุ้นที่ถูก "ลดสัดส่วน"
นอกเหนือจากการเทขายทิ้งแบบถอนรากถอนโคนแล้ว Berkshire ยังเลือกที่จะทำกำไร (Take Profit) ในหุ้นบางตัวที่ราคาพุ่งขึ้นไปแตะจุดสูงสุดในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะกลุ่มพลังงานและสถาบันการเงิน
• Chevron (CVX) ถูกหั่นสัดส่วนการถือครองลงถึง 35% (เทขายออกไปราว 45.7 ล้านหุ้น) ทำเงินสดเข้ากระเป๋าไปได้ราว 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม Chevron ก็ยังคงมีความสำคัญและรั้งตำแหน่งท็อป 5 หุ้นใหญ่ที่สุดในพอร์ตอยู่ดี
• Bank of America (BAC) หุ้นธนาคารที่เป็นเสาหลักของพอร์ตมาเนิ่นนาน รอบนี้ถูกลดสัดส่วนลงเล็กน้อยประมาณ 0.7% (ขายออกไปราว 3.6 ล้านหุ้น)
• Nucor Corp (NUE) ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตเหล็ก ถูกลดน้ำหนักการลงทุนลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 39%
• Constellation Brands (STZ) ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รายใหญ่ ถูกหั่นออกไปเกือบหมดพอร์ต โดยลดสัดส่วนลงถึง 95%
เปิดหน้าไพ่ฝั่งซื้อลุย Big Tech และหวนคืนเวหากับ Delta
ในขณะที่ฝั่งขายดูดุเดือด ฝั่งซื้อก็สร้างความฮือฮาไม่แพ้กัน เม็ดเงินจำนวนมากที่ได้จากการขายหุ้นเก่าย้ายไปซบไหล่ Alphabet (Google) โดย Berkshire เลือกเพิ่มน้ำหนักหุ้น Alphabet (คลาส A) สูงถึง 204% หรือมากกว่า 3 เท่าจากเดิม ทำให้ Google ทะยานขึ้นมาติดอันดับ Top 10 หุ้นที่ถือครองมากที่สุดทันที พร้อมเปิดสถานะใหม่ในหุ้นคลาส C เพิ่มอีกต่างหาก
นอกจากนี้ การเข้าซื้อหุ้น Delta Air Lines (DAL) ด้วยเม็ดเงินสูงถึง 2.65 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นการกลับมาเดิมพันกับธุรกิจสายการบินอีกครั้งนับตั้งแต่เทขายล้างพอร์ตไปตอนวิกฤตโควิดปี 2020 และยังมีการชิมลางในหุ้นห้างสรรพสินค้าดั้งเดิมอย่าง Macy’s (M) อีกด้วย
มุมมองอนาคต Berkshire Hathaway กำลังจะเดินไปทางไหน?
การปรับเปลี่ยนพอร์ตโฟลิโออย่างสิ้นเชิงในไตรมาสแรกของปี 2026 นี้ สะท้อนวิสัยทัศน์และทิศทางในอนาคตของกลุ่มทุน Berkshire ภายใต้เงาของผู้นำใหม่อย่างชัดเจน 3 ประการ
1. หมดยุคกระจายความเสี่ยงแบบเบี้ยหัวแตก (Hyper-Concentration)
การเคลียร์พอร์ตจนเหลือหุ้นเพียง 29 บริษัท แสดงให้เห็นว่าทีมบริหารชุดใหม่ต้องการ "ความเฉียบคมและโฟกัสที่ชัดเจน" พวกเขาเลือกที่จะเก็บเฉพาะหุ้นที่ตนเองมีความมั่นใจสูงสุด (High Conviction) และตัดบริษัทขนาดกลางหรือขนาดเล็กที่สร้างผลตอบแทนได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยออกไป เพื่อไม่ให้รบกวนภาพรวมของพอร์ต
2. เป็นมิตรกับ "เทคโนโลยี" และ "นวัตกรรม" มากขึ้น
ในอดีต Warren Buffett มักหลีกเลี่ยงหุ้นเทคโนโลยีเพราะมองว่าเข้าใจยาก (เว้นแต่ Apple ที่เขามองเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค) แต่การที่ยุคใหม่เลือกเทขายหุ้นดั้งเดิมอย่าง Visa, Mastercard หรือห้างค้าปลีก แล้วสลับเงินมาอัดฉีดใน Alphabet (Google) แบบก้าวกระโดด สะท้อนว่าพวกเขายอมรับโครงสร้างพื้นฐานยุคดิจิทัลและมองเห็นความได้เปรียบเชิงการแข่งขัน (Economic Moat) ของ Big Tech ในโลกยุคปัจจุบัน
3. การตัดสินใจที่ยืดหยุ่นและเด็ดขาด (Agility)
การกลับมาซื้อ Delta Air Lines แสดงให้เห็นว่าทีมบริหารชุดใหม่ไม่ได้ยึดติดกับ "แผลในอดีต" หากปัจจัยพื้นฐานและระดับราคาของธุรกิจสายการบินกลับมามีความคุ้มค่าในเชิงมูลค่า พวกเขาก็พร้อมที่จะกลืนน้ำลายตัวเองและกระโดดเข้าใส่โอกาสนั้นทันทีโดยไม่ลังเล
สรุปได้ว่า แม้ Core Holding หลักอย่าง Apple, American Express และ Coca-Cola จะยังคงถูกรักษาไว้อย่างเหนียวแน่น แต่อนาคตของ Berkshire Hathaway ยุคหลังจากนี้ จะเป็นยุคที่มีความเฉียบคม สูงวัยแต่ทันสมัย และกล้าได้กล้าเสียในธุรกิจแห่งอนาคตมากกว่าเดิมอย่างแน่นอน
#BerkshireHathaway #WarrenBuffett #GregAbel #หุ้นสหรัฐ #Alphabet #Google #DeltaAirLines #ValueInvesting #การลงทุน #13F พอร์ตหุ้น
การเงิน
การลงทุน
ธุรกิจ
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย