21 พ.ค. เวลา 02:30 • ธุรกิจ

"ยุ่งมาก" กับ "ได้งานมาก" ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

นักวิจัยจาก Microsoft Research ติดตามพฤติกรรมการทำงานของพนักงานออฟฟิศ
.
แล้วพบตัวเลขที่น่าตกใจมาก
.
พนักงานทั่วไปถูก interrupt จากงานเฉลี่ย "ทุก 40 วินาที"
.
ไม่ใช่ทุก 40 นาที — ทุก 40 วินาที
และนักวิจัยจาก UC Irvine พบว่า
หลังจากถูก interrupt เพียงครั้งเดียว
สมองต้องใช้เวลาเฉลี่ย 23 นาทีในการกลับมาโฟกัสกับงานเดิมได้เต็มที่
.
คณิตศาสตร์มันโหดมาก
.
interrupt แค่ 3 ครั้งในช่วงเช้า = โฟกัสเต็มที่ไม่ได้ทั้งเช้าเลย
.
นั่นคือเหตุผลที่คนนั่งทำงาน 8 ชั่วโมงแต่ได้งานออกมาแค่นั้น
#Deep Work คืออะไร
.
ปี 2016 Cal Newport นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์จาก Georgetown University
ตีพิมพ์หนังสือที่เปลี่ยนวิธีทำงานของคนทั่วโลก
.
เขาเรียกมันว่า "Deep Work"
.
Deep Work คือการทำงานในสภาวะที่ปราศจากสิ่งรบกวนอย่างสมบูรณ์
สมาธิเต็ม 100% กับงานที่กำลังทำ
ผลักขีดความสามารถทางสติปัญญาไปถึงขีดสุด
.
ตรงข้ามกับ "Shallow Work"
งานที่ทำระหว่างดู LINE ตอบ email เดินเข้าออกประชุม
ความแตกต่างของทั้งสองคือ
.
Deep Work สร้างคุณค่าได้สูง ยากที่จะ copy และยากที่จะถูกแทนที่ด้วย AI
Shallow Work สร้างคุณค่าได้น้อย และ replace ได้ง่าย
#คนที่เก่งที่สุดในโลกรู้เรื่องนี้มาตลอด
.
Bill Gates ทำสิ่งที่เขาเรียกว่า "Think Weeks" ปีละ 2 ครั้ง
.
เขาแยกตัวออกจากทุกคน ไปอยู่คนเดียวในกระท่อมในป่า 1 สัปดาห์
ไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีอินเทอร์เน็ต ไม่มีประชุม ไม่มีอีเมล
มีแค่หนังสือ กระดาษ และเวลาที่โฟกัสได้เต็มที่
.
Think Weeks เหล่านั้นคือที่มาของ decisions สำคัญหลายอย่างในประวัติศาสตร์ Microsoft
Carl Jung นักจิตวิทยาที่เปลี่ยนโลกมุมมองเรื่องจิตใจมนุษย์
สร้างหอคอยหินที่เมือง Bollingen ริมทะเลสาบสวิตเซอร์แลนด์
ด้วยมือของตัวเองเพื่อใช้เป็นสถานที่เขียนงานโดยเฉพาะ
.
ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีแขกมาเยี่ยม ไม่มีสิ่งรบกวน
.
งานที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขาเกิดขึ้นที่หอคอยนั้น
.
.
Mark Twain เขียน Adventures of Tom Sawyer ในโรงนาหลังบ้าน
ห่างจากตัวบ้านพอที่ครอบครัวจะตะโกนเรียกไม่ได้ยิน
.
.
ทั้ง 3 คน ไม่ได้ "พรสวรรค์" มากกว่าคนอื่น
พวกเขาแค่ปกป้อง "เวลาที่โฟกัสได้เต็มที่" ของตัวเองอย่างเคร่งครัด
#ทำไม Deep Work จึงหายากขึ้นทุกวัน
.
ปัจจุบันคนทำงานเฉลี่ยเช็ค email และ message 77 ครั้งต่อวัน
.
ออฟฟิศ open space ที่เสียงดังตลอดเวลา
LINE group ที่ ping ทุก 10 นาที
ประชุมที่ใช้เวลาครึ่งวันแต่ตัดสินใจได้ไม่กี่เรื่อง
Notification ที่ดึงความสนใจออกจากงานตลอดเวลา
.
สภาพแวดล้อมทั้งหมดนี้ออกแบบมาให้ทำ Shallow Work ได้สะดวก
แต่ทำให้ Deep Work เป็นไปไม่ได้
สิ่งที่น่าสนใจคือ
.
ในขณะที่ Deep Work "หายาก" ขึ้นทุกวัน
มูลค่าของมันกลับ "สูงขึ้น" เรื่อยๆ
.
ยิ่งทุกคนทำงานแบบ distracted มากเท่าไหร่
คนที่โฟกัสได้ลึกกว่าก็ยิ่งได้เปรียบมากขึ้นเท่านั้น
#3 วิธีเริ่มฝึก Deep Work
.
1. กำหนด Deep Work Block ทุกวัน
.
เลือก 1-2 ชั่วโมงต่อวัน ที่จะไม่มีสิ่งรบกวน
ปิด LINE ปิด email ปิด notification ทุกอย่าง
บอกคนรอบข้างว่าช่วงเวลานี้คุณไม่ว่าง
เริ่มจาก 60 นาทีก่อน แล้วค่อยๆ เพิ่มเป็น 90, 120 นาที
2. ทำงานยากก่อน ไม่ใช่หลัง
.
งานที่ต้องใช้ความคิดมากที่สุด ให้ทำตอนเช้า
ก่อนที่ email เช้า ประชุมกลางวัน และ LINE ตลอดวันจะมาดึงสมาธิ
สมองสดที่สุดใน 2-4 ชั่วโมงแรกของวัน
ถ้าปล่อยให้ชั่วโมงทองนั้นหมดไปกับ Shallow Work ก็เหลือแต่ของที่เหลือ
3. สร้าง ritual ก่อน Deep Work
.
Carl Jung มีหอคอย Bill Gates มีกระท่อมในป่า
คุณไม่ต้องสร้างหอคอย
แต่การมี "สถานที่" และ "เวลา" ที่ชัดเจนสำหรับ Deep Work
ช่วยให้สมองเข้าสู่โหมดโฟกัสได้เร็วขึ้นมาก
กาแฟแก้วเดิม โต๊ะเดิม เวลาเดิมทุกวัน — สมองจะเรียนรู้ว่า "ถึงเวลาโฟกัสแล้ว"
.
.
ทุกวันนี้สิ่งที่หายากที่สุดในโลกไม่ใช่เวลา
.
มันคือ "เวลาที่โฟกัสได้เต็ม 100%"
.
ทุกคนมี 24 ชั่วโมงเท่ากัน
แต่คนที่ปกป้อง Deep Work Block ของตัวเองได้
จะทำงานที่ดีที่สุดในชีวิตได้ในเวลาที่น้อยกว่าคนอื่น
.
.
.
==================================
เพราะเราเชื่อว่า "ความรู้" คือสิ่งเดียวจะเปลี่ยนชีวิต
คุณได้ กดติดตามเพจ The Founder เพื่อให้
"ความรู้ดี ๆ" ปรากฏบนหน้าฟีตของคุณทุกวัน
==================================
.
.
#thefounder #ธุรกิจ #พัฒนาตนเอง
โฆษณา