19 พ.ค. เวลา 04:00 • ธุรกิจ

ศึกสายเลือด EVA Air เมื่อทายาทคนเล็ก ถูกปลดกลางอากาศ เลยปั้น STARLUX Airlines มาท้าชน

บนเครื่องบินของ EVA Air ลำหนึ่งซึ่งกำลังบินมุ่งหน้าจากเมืองไทเปสู่สิงคโปร์
สำหรับผู้โดยสาร วันนี้ก็คงเป็นวันธรรมดาทั่ว ๆ ไป ที่เครื่องบินจะไปส่งพวกเขาให้ถึงที่หมายอย่างปลอดภัยเหมือนทุกครั้ง
1
แต่สำหรับชายที่เป็นกัปตันผู้ขับเครื่องบินลำนั้น อย่างคุณจาง กั่วเหวย (Chang Kuo-wei) วันนี้จะกลายเป็นวันที่เขาไม่มีวันลืม
เพราะเขาเพิ่งรู้ตัวว่าตำแหน่งประธานบริษัทของตัวเอง ได้ “ถูกปลดกลางอากาศ” ไปแล้วตั้งแต่เครื่องบินยังไม่ได้แตะพื้นรันเวย์ดี
และผู้ที่ทำแบบนี้กับเขาก็คือพี่น้องที่เหลือนั่นเอง..
ซึ่งด้วยไฟแค้นนี้เอง ก็ได้เกิดสายการบิน STARLUX Airlines ที่มีเป้าหมายจะขึ้นมาท้าชิงสายการบินยักษ์ใหญ่อย่าง EVA Air
แล้วเรื่องราวทั้งหมดนี้เริ่มต้นขึ้นได้อย่างไร ?
อะไรคือสาเหตุที่ทำให้สายเลือดเดียวกันต้องแตกหัก จนถึงขั้นต้องออกมาปั้นสายการบินใหม่ เพื่อท้าชนธุรกิจเดิมของครอบครัว ?
มาหาคำตอบด้วยกันกับ WealthThink ทำความมั่งคั่ง ให้เป็นเรื่องง่าย
เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นในปี 2016 เมื่อคุณจาง หยงฟา (Chang Yung-fa) ผู้ก่อตั้ง Evergreen Group อาณาจักรโลจิสติกส์ยักษ์ใหญ่ของไต้หวันเสียชีวิตลง
Evergreen Group เริ่มต้นจากธุรกิจเดินเรือขนส่งสินค้า ก่อนที่จะต่อยอดเข้าสู่ธุรกิจสายการบิน ภายใต้ชื่อ EVA Air
ความมั่งคั่งของคุณหยงฟา และครอบครัวนั้น ก็ถือว่าไม่ธรรมดา เพราะก่อนเสียชีวิต เคยถูกจัดให้เป็นมหาเศรษฐีอันดับ 17 ของไต้หวัน โดยมีทรัพย์สินสูงถึงราว 52,000 ล้านบาท
แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นชนวนความขัดแย้งครั้งใหญ่ในครอบครัว นั่นคือพินัยกรรมที่เขาเขียนทิ้งไว้
ในพินัยกรรมฉบับนั้นระบุไว้ว่า ให้ยกทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเป็นเงินฝาก หุ้น และอสังหาริมทรัพย์ ให้ลูกชายคนเล็กเพียงคนเดียว
1
พร้อมเขียนไว้ด้วยว่า ให้ลูกชายคนเดียวกันนั้น เป็นผู้สืบทอดตำแหน่ง Group Chairman หรือประธานกลุ่มบริษัท ต่อจากเขาด้วย
ฟังดูแล้วก็เหมือนเป็นการส่งต่อธุรกิจตามเจตนาของผู้ก่อตั้งธรรมดาทั่วไป แถมมีพินัยกรรมกำหนดชัดเจนดีด้วย
แต่ปัญหาคือ เขาไม่ได้มีลูกเพียงคนเดียว..
ตัวเขาเองมีลูกทั้งหมด 5 คน โดย 4 คนแรก เกิดจากภรรยาคนที่ 1 ส่วนลูกชายคนเล็ก ที่ถูกระบุชื่อในพินัยกรรม เป็นลูกที่เกิดจากภรรยาคนที่ 2
พินัยกรรมฉบับนี้ จึงจุดชนวนความขัดแย้งในตระกูลจางแบบเต็ม ๆ
เพราะสิ่งที่ถูกส่งต่อไม่ได้มีแค่ทรัพย์สินมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท แต่ยังพ่วงมาด้วยการส่งต่ออำนาจในอาณาจักร Evergreen ต่อจากผู้ก่อตั้ง
และตรงนี้เองที่ทำให้เรื่องซับซ้อนขึ้น
เพราะต้องไม่ลืมว่า Evergreen ไม่ใช่ธุรกิจครอบครัวเล็ก ๆ ที่เจ้าของจะส่งต่ออำนาจให้ใครก็ได้ตามใจชอบ แต่นี่คือกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้น
ที่มีโครงสร้างการถือหุ้นที่ทับซ้อนกันหลายชั้น มีคณะกรรมการบริษัท และยังมีนักลงทุนรายอื่นร่วมเป็นเจ้าของด้วย
ดังนั้น แม้พินัยกรรมจะสะท้อนเจตนาของผู้เป็นพ่อ แต่ในทางปฏิบัติ อำนาจบริหารไม่ได้ตัดสินจากพินัยกรรมเพียงอย่างเดียว
อำนาจที่แท้จริงขึ้นอยู่กับทั้งสัดส่วนการถือหุ้น และมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทด้วย
นั่นจึงทำให้ศึกสายเลือดครั้งนี้ ถูกแบ่งเป็น 2 ขั้วอำนาจ อย่างชัดเจน
- ฝั่งพี่ชายจากบ้านใหญ่ นำโดยพี่ชายคนโต จุดแข็งของพวกเขาคือ สัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทสำคัญของกลุ่ม Evergreen
โดยถือหุ้นรวมกัน 34.7% ใน Evergreen Marine ธุรกิจเดินเรือ ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของกลุ่ม
ถือหุ้น 54.56% ใน Evergreen International Storage & Transportation บริษัทโลจิสติกส์ และยังถือหุ้นอีก 16.31% ในสายการบิน EVA Airways
- ฝั่งน้องชายจากบ้านเล็ก คุณจาง กั่วเหวย ผู้ที่ถูกระบุชื่อให้เป็นผู้รับมรดก และผู้สืบทอดตำแหน่งประธานกลุ่ม
ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่ใช่ทายาทที่เพิ่งโผล่เข้ามาในธุรกิจของครอบครัว เพราะเขาคลุกคลีอยู่กับ EVA Air มานาน
เริ่มจากงานภาคพื้นดินเป็นช่างซ่อมบำรุงเครื่องบิน ก่อนจะไปเรียนขับเครื่องบิน จนได้ใบอนุญาตนักบิน และค่อย ๆ พิสูจน์ตัวเอง จนก้าวขึ้นเป็นประธานของ EVA Air ในปี 2013
ศึกครั้งนี้จึงเป็นเหมือนการงัดข้อกัน ระหว่างกลุ่มพี่ชายผู้ถือหุ้นใหญ่ที่กุมอำนาจบริหาร กับน้องชายที่มีพินัยกรรมเป็นเกราะกำบัง
แน่นอนว่า ในมุมของฝั่งพี่ชายจากบ้านใหญ่ การที่ผู้เป็นพ่อเขียนพินัยกรรมข้ามหัวพวกเขานั้น ก็ถือเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ยากอยู่แล้ว
แต่สิ่งที่เปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้าย คือการที่คุณกั่วเหวย น้องชายชิงประกาศเรื่องนี้ออกสื่อ ก่อนที่คนในครอบครัวจะมีการหารือ เพื่อตกลงทิศทางการสืบทอดอำนาจกันก่อนภายใน
เหตุการณ์นี้ยิ่งทำให้ฝั่งพี่ชายไม่พอใจมาก และตัดสินใจเริ่มเปิดเกมรุก เพื่อสกัดกั้นอำนาจบริหารของน้องชายทันที
พวกเขาใช้ท่าไม้ตายจากสัดส่วนการถือหุ้นที่เหนือกว่า เรียกประชุมบอร์ดบริหารเร่งด่วน แล้วโหวตยุบตำแหน่งประธานกลุ่มบริษัททิ้งไปเลย
สาเหตุสำคัญที่ทำให้ฝั่งพี่ชายสามารถเดินเกมพลิกกระดานนี้ได้ เป็นเพราะในมุมของกฎหมายธุรกิจแล้ว ตำแหน่งประธานกลุ่มบริษัท ที่ระบุไว้ในพินัยกรรมนั้น ไม่มีสถานะรองรับตามกฎหมายบริษัท
เนื่องจากบริษัทมหาชนแต่ละแห่งในกลุ่ม ถือเป็นองค์กรที่แยกการบริหารงานออกจากกันอย่างชัดเจน
1
ทำให้ตำแหน่งประธานกลุ่มบริษัท เป็นเพียงหัวโขน หรือตำแหน่งศูนย์รวมอำนาจที่ถูกตั้งขึ้นมา เพื่อบริหารจัดการกันเองภายในกลุ่มธุรกิจเท่านั้น
เพราะแบบนี้ การยุบตำแหน่งนี้ทิ้งไปเลย จึงสามารถทำได้ โดยไม่ผิดกติกา
การเดินหมากครั้งนี้จึงทำให้โครงสร้างการสืบทอดอำนาจตามพินัยกรรมพังทลายลงทันที
ส่งผลให้คุณกั่วเหวย หลุดจากตำแหน่งประธานกลุ่ม Evergreen หลังจากขึ้นเป็นผู้นำได้เพียงแค่วันเดียว
เรื่องราวการชิงอำนาจก็ไม่ได้จบลงแค่นั้น เพราะเวลาผ่านไปไม่ถึงเดือน ฝั่งพี่ชายก็เปิดเกมรุกต่อเนื่อง
โดยเป้าหมายคราวนี้พุ่งเป้าไปที่ EVA Airways สายการบินที่คุณกั่วเหวย นั่งเก้าอี้เป็นประธานกรรมการอยู่
1
จนนำไปสู่เหตุการณ์ “ปลดกลางอากาศ” แบบที่เราได้กล่าวไปตอนต้นบทความ พร้อมกับตั้งผู้บริหารคนใหม่มาเสียบแทนทันที
ซึ่งที่ต้องเรียกประชุมบอร์ดบริหาร ในตอนที่น้องชายกำลังบินอยู่แบบนี้ ก็เพื่อที่เขาจะไม่สามารถเข้าร่วมประชุมหรือโต้แย้งใด ๆ ได้
สำหรับคนทั่วไป การถูกปลดอาจหมายถึง แค่การสูญเสียตำแหน่ง อำนาจ และผลประโยชน์
แต่สำหรับชายที่หลงใหลในอุตสาหกรรมการบิน ถึงขั้นมีทั้งใบอนุญาตด้านการซ่อมบำรุงอากาศยาน และเป็นกัปตันที่ขับเครื่องบินด้วยตัวเอง
การถูกปลดครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การเสียเก้าอี้ผู้บริหาร แต่หมายถึง การถูกบีบให้ออกจากธุรกิจที่เขารักและทุ่มเทมาตลอดหลายสิบปี
ถ้าเป็นคนอื่น เรื่องราวอาจจบลงด้วยการยอมแพ้ หรือเดินจากไปเงียบ ๆ แต่สำหรับคุณกั่วเหวย เขาเลือกวิธีที่ต่างออกไป
เขาตัดสินใจออกมาสร้างสายการบินของตัวเองขึ้นมาใหม่ ภายใต้ชื่อแบรนด์ STARLUX Airlines
ด้วยแพสชันและความเชี่ยวชาญด้านการบินที่สั่งสมมา ทำให้เขาใช้เวลาปลุกปั้นและเตรียมการเพียงแค่ 2 ปี เครื่องบินลำแรกของ STARLUX Airlines ก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าได้สำเร็จในปี 2020
จากนั้นใช้เวลาเพียง 5 ปีก็พิสูจน์ตัวเอง จนถูกจัดให้อยู่อันดับ 18 ของสายการบินที่ดีที่สุดในโลก ปี 2025
1
จากการจัดอันดับของ Skytrax ซึ่งเป็นองค์กรการจัดอันดับระดับโลก ที่ได้รับการยอมรับว่า เป็นออสการ์ของอุตสาหกรรมการบิน
แม้ว่า STARLUX Airlines จะยังตามหลัง EVA Air สายการบินเดิมของตระกูลที่ถูกจัดอยู่ในอันดับ 12 จาก Skytrax เช่นกัน
แต่สำหรับสายการบินที่เพิ่งจะเริ่มบินได้ไม่นาน การก้าวขึ้นมาติด Top 20 ของโลก ได้เร็วขนาดนี้ก็ถือว่าเป็นความสำเร็จที่ไม่ธรรมดา
อีกทั้งล่าสุดในปี 2026 STARLUX Airlines คว้าอันดับ 5 เป็นสายการบินที่ดีที่สุดในโลก จากการจัดอันดับของ Airline Ratings ได้อีกด้วย
เรียกได้ว่า แม้จะถูกบีบให้ต้องเดินออกจากอาณาจักรเดิม แต่กัปตันอย่างคุณกั่วเหวย ก็ใช้ผลงานพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่า
ความสำเร็จไม่จำเป็นต้องพึ่งพาร่มเงาของธุรกิจครอบครัวเสมอไป เพราะเขาสามารถสร้างแบรนด์ใหม่ขึ้นมาด้วยสองมือ
จนก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งที่น่าจับตามอง และพร้อมเข้ามาแย่งชิงพื้นที่บนน่านฟ้าจากสายการบินเดิมของตระกูลได้อย่างสมศักดิ์ศรี..
#WealthTransfer
#วางแผนมรดก
#STARLUXAirlines
1
โฆษณา