1 ชั่วโมงที่แล้ว • ธุรกิจ
มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์

ทำไมต้องมี CEO 👍

เพราะ “ความคิดแบบ CEO” ไม่ใช่ตำแหน่ง แต่คือ วิธีมองโลก
CEO จะมองทุกเรื่องผ่าน 3 เลนส์ใหญ่เสมอ
👤 คน (People)
⚙️ งาน/ระบบ (Execution)
💰 เงิน (Finance)
เรามาแยกทีละเรื่องแบบเข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้จริง
🧠 วิธีคิดแบบ CEO เรื่อง “คน”
CEO เชื่อว่า
ธุรกิจ = คน
แนวคิดหลัก
เลือกคนเก่ง > ทำงานเก่งเอง
สร้างทีม > สร้างฮีโร่
ให้คนถูกตำแหน่ง > ให้คนเก่งทำทุกอย่าง
วิธีคิดสำคัญ
1) A Player จ้าง A Player
คนเก่งจะดึงคนเก่งมาเพิ่ม
คนไม่เก่งจะดึงคนไม่เก่งมา
ดังนั้น CEO จะ “พิถีพิถันมาก” เรื่องการจ้าง
2) Put the right man on the right seat
ไม่ใช่ใครเก่งสุด แต่ใครเหมาะสุด
คนที่ใช่ =
ทักษะ + นิสัย + ค่านิยม
3) สร้างผู้นำ ไม่ใช่ลูกน้อง
CEO ไม่อยากมีคนสั่งงานอย่างเดียว
แต่ต้องการ “หัวหน้าทีมย่อย”
เพราะบริษัทโต = ต้องมีผู้นำหลายระดับ
⚙️ วิธีคิดแบบ CEO เรื่อง “งาน”
CEO ไม่ทำงานเองเก่งที่สุด
แต่ทำให้ “งานเดินได้แม้ไม่มีเขา”
แนวคิดหลัก
สร้างระบบ > แก้ปัญหารายวัน
คิดเป็นกระบวนการ > คิดเป็นงานชิ้น
โฟกัสงานที่สร้างผลลัพธ์สูง
วิธีคิดสำคัญ
1) งานไหนทำซ้ำได้ = ต้องมีระบบ เช่น
วิธีขาย
วิธีบริการลูกค้า
วิธีรับสมัครพนักงาน
CEO จะถามเสมอว่า
ทำให้ใครก็ทำได้เหมือนกันไหม?
ถ้าคำตอบคือ “ไม่ได้” = ยังไม่เป็นระบบ
2) กฎ 80/20 20% ของงาน → สร้างผลลัพธ์ 80%
CEO จะถามตัวเองว่า
งานไหนทำให้เงินเข้า?
งานไหนทำให้ลูกค้าเพิ่ม?
งานไหนทำให้บริษัทโต?
แล้วตัดงานที่ไม่สำคัญออก
3) เปลี่ยนปัญหาเป็นระบบ พนักงานลาออกบ่อย ❌
→ สร้างระบบ onboarding ✔️
ลูกค้าบ่นบ่อย ❌
→ สร้าง SOP บริการ ✔️
CEO ไม่แก้ทีละเรื่อง
แต่แก้ “ต้นเหตุ”
💰 วิธีคิดแบบ CEO เรื่อง “เงิน”
CEO ไม่มองเงินเป็นกำไรอย่างเดียว
แต่มองเป็น พลังขยายธุรกิจ
แนวคิดหลัก
เงินสด = ออกซิเจนของบริษัท
กำไรสำคัญ แต่กระแสเงินสดสำคัญกว่า
ทุกการตัดสินใจต้องคิดผลตอบแทน
วิธีคิดสำคัญ
1) Cash Flow > Profit บริษัทกำไรแต่เงินสดหมด = ล้มได้
CEO จะดู:
เงินเข้าเมื่อไร
เงินออกเมื่อไร
เงินพอใช้กี่เดือน (Runway)
2) ทุกบาทต้องสร้างผลตอบแทน CEO จะคิดเสมอว่า
ใช้เงิน 1 บาท
→ ได้กลับมากี่บาท?
เช่น
ยิงโฆษณา 10,000 ได้ยอดขายเท่าไร
จ้างพนักงานเพิ่มแล้วรายได้เพิ่มไหม
นี่เรียกว่า ROI thinking
3) แยกค่าใช้จ่ายเป็น 2 แบบ ค่าใช้จ่ายที่ดี = ลงทุน (Investment)
ค่าใช้จ่ายที่แย่ = ภาระ (Expense)
ลงทุน เช่น
การตลาด
ระบบ
คนเก่ง
เทคโนโลยี
ภาระ เช่น
ของไม่จำเป็น
กระบวนการซ้ำซ้อน
CEO จะ “กล้าจ่ายเพื่อโต”
แต่ “ไม่จ่ายเพื่อดูดี”
🎯 สรุป Mindset CEO แบบสั้นที่สุด
👤 เรื่องคน
คนเก่งสำคัญที่สุด
เลือกคนให้ถูกตำแหน่ง
สร้างผู้นำ ไม่ใช่ลูกน้อง
⚙️ เรื่องงาน
ทุกอย่างต้องมีระบบ
โฟกัสงานที่สร้างผลลัพธ์
แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ
💰 เรื่องเงิน
เงินสดสำคัญที่สุด
ทุกบาทต้องมีผลตอบแทน
กล้าลงทุนเพื่อการเติบโต👍
2
Daily CEO Checklist ที่ใช้ได้ทุกวัน ใช้เวลา 5–10 นาทีตอนเช้า + 5 นาทีตอนเย็น ชีวิตจะค่อย ๆ เปลี่ยนเหมือนบริหารบริษัทจริง
☀️ Morning CEO Checklist (ตอนเช้า 5–10 นาที)
อ่านทุกข้อแล้วตอบสั้น ๆ ให้ตัวเอง
🎯 1) เป้าหมายวันนี้
วันนี้มี 1–3 งานไหน “สำคัญที่สุด” ต่ออนาคตฉัน?
งานไหนทำแล้วชีวิตดีขึ้นจริง?
👉 เลือก Big 3 ของวัน
💰 2) งานสร้างเงิน / โอกาส
ถามตัวเอง:
วันนี้ฉันจะทำอะไรที่เพิ่มรายได้หรือโอกาสในอนาคต?
ตัวอย่าง:
เรียนทักษะใหม่
ทำคอนเทนต์ / ขายของ
วางแผนธุรกิจ
สร้างคอนเนคชัน
👉 ต้องมีอย่างน้อย 1 อย่างทุกวัน
🧠 3) พัฒนาตัวเอง
วันนี้ฉันจะเก่งขึ้นเรื่องอะไร?
เลือก 1 อย่าง เช่น:
อ่าน 10 หน้า
ดูคอร์ส 20 นาที
ฝึกทักษะ
CEO ลงทุนใน “สมอง” ทุกวัน
⚙️ 4) จัดการเวลา
ถามตัวเองตรง ๆ:
อะไรคือ “งานดูดเวลา” วันนี้?
เช่น
เล่นมือถือเกินจำเป็น
งานจุกจิกไม่สำคัญ
👉 ตัดออกล่วงหน้า
👤 5) พลังงานชีวิต
CEO ต้องมีพลัง
วันนี้ฉันจะ:
นอนพอ?
ขยับร่างกาย?
กินดี?
สุขภาพ = Productivity
🌙 Evening CEO Review (ก่อนนอน 5 นาที)
นี่คือ “ประชุมบอร์ดชีวิต”
📈 1) วันนี้ฉันทำ Big 3 สำเร็จไหม?
สำเร็จ / ไม่สำเร็จ เพราะอะไร
💰 2) วันนี้ชีวิตขยับไปข้างหน้าไหม?
ตอบแค่ Yes / No
ถ้า No → พรุ่งนี้ต้องมีงานสร้างอนาคตเพิ่ม
🧠 3) วันนี้ฉันได้เรียนรู้อะไร?
1 บทเรียนต่อวัน = 365 บทเรียนต่อปี
❤️ 4) วันนี้ฉันทำดีต่อใครบ้าง?
CEO ที่ดี ต้องมีความสัมพันธ์ที่ดี
🔄 5) พรุ่งนี้ต้องปรับอะไร?
เลือก 1 อย่างพอ ไม่ต้องเยอะ
⭐ กฎทองของ Checklist นี้
ทำให้ครบ 70% = ชีวิตเปลี่ยนแล้ว
ทำให้ครบ 90% = ชีวิตเปลี่ยนเร็วมาก
ใช้เวลาแค่วันละ 10–15 นาที
😊
ตำแหน่ง CEO (Chief Executive Officer) คือ “ผู้กำหนดทิศทางสูงสุดของบริษัท” และเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัท เติบโตและร่ำรวยได้จริง เพราะการตัดสินใจระดับบนสุดส่งผลต่อทั้งองค์กรโดยตรง
มาดูแบบเข้าใจง่าย ว่า CEO ทำอะไรบ้างที่ทำให้บริษัท “รวยขึ้น”
1) วาง “ทิศทางธุรกิจที่ถูกต้อง”
CEO คือคนเลือกว่า “บริษัทจะไปทางไหน”
ถ้าเลือกถูก → บริษัทโตมหาศาล
ถ้าเลือกผิด → บริษัทล้มได้เลย
ตัวอย่างแนวคิดที่ CEO ต้องตัดสินใจ:
จะขายสินค้าอะไร
จะจับลูกค้ากลุ่มไหน
จะโตเร็วหรือโตมั่นคง
จะใช้เทคโนโลยีอะไร
พูดง่าย ๆ คือ
CEO คือคนเลือก “สนามแข่ง”
บริษัทจะรวยได้ → ต้องแข่งในสนามที่มีเงิน
2) สร้างโมเดลธุรกิจที่ “กำไรสูง”
ไม่ใช่ทุกธุรกิจจะรวยเท่ากัน
CEO ต้องออกแบบว่า
บริษัทจะหาเงินอย่างไรให้ กำไรต่อหน่วยสูง
เช่น
จากขายของ → เป็น subscription
จากบริการ → เป็นแพลตฟอร์ม
จากร้านเดียว → เป็นแฟรนไชส์
นี่เรียกว่า Business Model
บริษัทที่รวยมาก ๆ ไม่ได้ขายเยอะอย่างเดียว
แต่ขายแบบ “กำไรสูงและขยายได้”
3) เลือก “ทีมงานระดับเทพ”
CEO ไม่ได้ทำทุกอย่างเอง
แต่เลือก “คนที่เก่งที่สุดมาทำงาน”
มีคำพูดในธุรกิจว่า:
บริษัท = ค่าเฉลี่ยของคนที่ CEO เลือก
CEO เก่ง → หาคนเก่ง → บริษัทเก่ง
และทีมที่เก่งสามารถ
เพิ่มยอดขาย
ลดต้นทุน
สร้างนวัตกรรม
แก้ปัญหาเร็ว
นี่คือพลังทวีคูณ
4) ตัดสินใจเรื่องใหญ่ที่เสี่ยงสูง
การตัดสินใจบางอย่างของ CEO
ทำให้บริษัทเปลี่ยนชะตาได้เลย เช่น
ซื้อกิจการ (M&A)
ขยายไปต่างประเทศ
เปลี่ยนธุรกิจใหม่ทั้งบริษัท
ลงทุนเทคโนโลยี
การตัดสินใจใหญ่ 1 ครั้ง
อาจเพิ่มมูลค่าบริษัท “หลายพันล้าน”
5) ทำให้บริษัท “ขยายได้ไม่จำกัด (Scale)”
บริษัทเล็ก = เจ้าของทำเอง
บริษัทใหญ่ = ระบบทำงานแทนคน
CEO ต้องเปลี่ยนบริษัทให้เป็น ระบบ
เช่น
สร้างแบรนด์
สร้างมาตรฐาน
สร้างแฟรนไชส์
สร้างแพลตฟอร์ม
ใช้เทคโนโลยี
เมื่อบริษัท scale ได้ → รายได้โตแบบก้าวกระโดด
6) สร้างวิสัยทัศน์ที่ดึงดูดเงินลงทุน
นักลงทุนไม่ได้ลงทุนที่สินค้า
เขาลงทุนที่ “อนาคตของบริษัท”
CEO ต้องเล่าอนาคตให้คนเชื่อว่า
บริษัทจะใหญ่ขึ้นมากในอนาคต
ถ้าทำได้ → เงินลงทุนไหลเข้า
→ บริษัทโตเร็วมาก
สรุปแบบสั้นที่สุด
CEO ทำให้บริษัท “รวย” เพราะเขาเป็นคนที่:
เลือกทิศทางธุรกิจ
ออกแบบวิธีหาเงิน
เลือกทีมที่เก่ง
ตัดสินใจเรื่องใหญ่
ทำให้ธุรกิจขยายได้
ดึงเงินลงทุนเข้าบริษัท
CEO ไม่ได้หาเงินด้วยตัวเอง
แต่สร้าง “เครื่องจักรหาเงิน” 😊
เยี่ยมมากครับ คำว่า “คิดแบบ CEO ในชีวิตจริง” หมายถึง
ไม่ต้องมีบริษัท ก็ใช้แนวคิดเดียวกันได้กับ ชีวิต งาน เงิน ครอบครัว อนาคต
ให้คิดว่า “ชีวิตคุณคือบริษัทหนึ่งบริษัท”
และคุณคือ CEO ของบริษัทนั้น
เราจะเอา mindset CEO มาใช้กับชีวิตจริงแบบทำได้ทุกวัน 👇
🧠 1) CEO มี “วิสัยทัศน์ชีวิต”
CEO ไม่ใช้ชีวิตแบบวันต่อวัน
แต่มี “ทิศทางระยะยาว”
เปลี่ยนจาก
วันนี้จะทำอะไรดี ❌
เป็น
อีก 5 ปีอยากเป็นใคร ✔️
ลองถามตัวเองแบบ CEO:
อยากมีชีวิตแบบไหน
อยากมีรายได้เท่าไร
อยากมีอิสระแค่ไหน
อยากให้ครอบครัวเป็นอย่างไร
🎯 ถ้าไม่มีภาพอนาคต = ชีวิตจะวิ่งตามปัญหา
👤 2) CEO บริหาร “ตัวเองเหมือนพนักงานระดับสูง”
CEO รู้ว่า “ตัวเองคือทรัพยากรที่สำคัญที่สุด”
จึงลงทุนกับตัวเองเสมอ
ลงทุน 4 อย่าง
สุขภาพ → พลังงานชีวิต
ความรู้ → เพิ่มมูลค่าตัวเอง
ทักษะ → เพิ่มรายได้
เครือข่าย → เพิ่มโอกาส
ถามแบบ CEO ทุกวัน:
วันนี้ฉันเก่งขึ้นหรือยัง?
⚙️ 3) CEO บริหาร “เวลา”
CEO ไม่ทำทุกอย่างเอง
เขาถามว่า
งานไหน “ควรทำเอง” และ “ไม่ควรทำเอง”
แบ่งงานชีวิตเป็น 3 กลุ่ม
A) งานสร้างอนาคต
เรียนรู้
วางแผน
สร้างรายได้เพิ่ม
สร้างธุรกิจ
👉 ต้องมีทุกวัน
B) งานดูแลชีวิต
งานประจำ
งานบ้าน
ภาระหน้าที่
👉 ทำให้ดี แต่ไม่ให้กินชีวิต
C) งานดูดเวลา
เล่นมือถือไม่มีเป้าหมาย
ดูคลิปเรื่อยเปื่อย
บ่น/ดราม่า
👉 CEO จะ “ตัดออก”
💰 4) CEO บริหาร “การเงินชีวิต”
คนทั่วไปคิดแบบนี้:
หาเงิน → ใช้เงิน → เหลือค่อยเก็บ
CEO คิดแบบนี้:
หาเงิน → ลงทุน → ใช้ส่วนที่เหลือ
แบ่งเงินแบบ CEO
เงินที่ได้มา = 100%
50–60% ค่าใช้ชีวิต
10–20% ลงทุนเพิ่มรายได้
10% เงินสำรอง
10% พัฒนาตัวเอง
CEO เชื่อว่า
“เงินต้องไปทำงานแทนเรา”
📈 5) CEO วัดผลชีวิต
บริษัทมี KPI
ชีวิตก็ต้องมี KPI
ตัวอย่าง KPI ชีวิต
รายได้เพิ่มขึ้นปีละ %
เงินออมเพิ่มขึ้น
น้ำหนัก/สุขภาพดีขึ้น
อ่านหนังสือกี่เล่มต่อปี
สร้างรายได้เสริมได้หรือยัง
ถ้าไม่วัด = ไม่โต
🔥 6) CEO คิดแบบ “แก้ระบบ ไม่ใช่แก้ปัญหา”
คนทั่วไป:
เงินไม่พอ → ทำงานหนักขึ้น
CEO:
เงินไม่พอ → สร้างรายได้เพิ่มอีกช่อง
คนทั่วไป:
ไม่มีเวลา → นอนดึก
CEO:
ไม่มีเวลา → จัดตารางใหม่
CEO จะถามเสมอ:
ปัญหานี้เกิดซ้ำไหม?
ถ้าใช่ ต้องแก้ที่ระบบชีวิต
🎯 สรุปสั้นที่สุด
คิดแบบ CEO = เลิกใช้ชีวิตแบบผู้ตาม
และเริ่มใช้ชีวิตแบบ “ผู้บริหารชีวิต” 👍
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก Chat GPT มาก และ ขอบคุณภาพประกอบสวยๆ จากคุณ Nukoon Kanchan มากครับ
โฆษณา