3 ชั่วโมงที่แล้ว • ธุรกิจ

“5 ปีแรก ไม่ยิงแอด ไม่ใช้พาร์ตเนอร์” ถอดรหัส SOLVEGROUP แบรนด์ที่ปั้น Trust ให้เป็นยอดขายร้อยล้าน

“5 ปีแรก ไม่ยิงแอด ไม่ใช้พาร์ตเนอร์” ถอดรหัส SOLVEGROUP แบรนด์ที่ปั้น “Trust” ให้กลายเป็นยอดขายร้อยล้าน / ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง x SOLVEGROUP
แม้ภาพจำที่หลายคนมีต่อแพทย์หญิงอังศ์วรา ธีระตันติกานนท์ หรือ คุณเอิง คือบทบาทของผู้ประกาศข่าวหน้ากล้อง
แต่ในฐานะ CEO และผู้ก่อตั้ง SOLVEGROUP ความรู้ทางการแพทย์ที่มี กลายเป็น “รากฐานสำคัญ” ที่สร้างความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญให้กับธุรกิจอาหารเสริมในยุคนี้
เพราะท่ามกลางสมรภูมิ Supplement ที่ดุเดือด หลายแบรนด์มักเลือกใช้กลยุทธ์ “การตลาดนำหน้า” เพื่อเร่งการเติบโตให้ถึงขีดสุด
เราจึงเห็นการทุ่มงบมหาศาลไปกับการจ้างอินฟลูเอนเซอร์ จัดโปรโมชันตัดราคา และการแย่งชิงพื้นที่สื่ออย่างหนักเพื่อให้แบรนด์อยู่รอด
แต่สำหรับ SOLVEGROUP ที่ปัจจุบันมียอดขายหลักร้อยล้านบาท
การเติบโตใน 5 ปีแรก กลับแทบไม่ได้ใช้การตลาดและการยิงแอด ตามสูตรสำเร็จของแบรนด์อาหารเสริมทั่วไป
แต่คุณเอิง เลือกที่จะโฟกัสการ “พัฒนาสูตรเป็นของตัวเอง” โดยไม่พึ่งพาสูตรสำเร็จจากโรงงาน OEM
กลยุทธ์การเติบโตที่แตกต่างและสวนกระแสในตลาดอาหารเสริม ช่วยให้ SOLVEGROUP เติบโตแบบ Organic จนมียอดขายไปถึงหลักร้อยล้านบาทได้อย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
จุดเริ่มต้นของแนวคิดนี้ ต้องย้อนกลับไปสมัยที่คุณเอิงยังทำงานเป็นผู้ประกาศข่าวและทำธุรกิจทีวี
“ตอนนั้นผมร่วงหนักมาก เพราะเครียดจากการทำงานในยุคทีวีดิจิทัล”
คุณเอิงเล่าถึง Pain Point ที่เรียบง่ายแต่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ
ในวันที่พยายามหาตัวช่วยจากร้านขายยา จึงพบช่องว่างของตลาด
วิตามินส่วนใหญ่มักแยกขายเป็นตัวเดี่ยว ๆ เช่น ซิงก์ หรือไบโอติน รวมถึงยังมีข้อจำกัดเกี่ยวกับปริมาณ (Dose) ของวิตามินเหล่านั้น ทำให้ผู้บริโภคต้องซื้อหลายขวดกว่าจะตอบโจทย์
ด้วยความรู้ติดตัวที่มี คุณเอิงจึงตัดสินใจออกแบบสูตรวิตามินเพื่อทานเอง จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของโปรดักต์ต้นแบบ
นั่นทำให้ในวันที่เริ่มทำธุรกิจ SOLVEGROUP คุณเอิงเลือกทางเดินที่ยากกว่า..
แทนที่จะเดินเข้าโรงงาน OEM แล้วเลือกสูตรสำเร็จรูปมาแปะแบรนด์ (White Label) ซึ่งทำได้ง่ายและเร็วกว่าหลายเท่า
คุณเอิงกลับยอมแลกเวลาถึง 2 ปีไปกับการทำวิจัยและพัฒนาสูตรที่เรียกว่า “Functional Supplement” หรือก็คือการนำวิตามินและสารสกัดหลายชนิดมาทำงานร่วมกัน ให้เกิดฤทธิ์เสริมกัน (Synergist Effect) เพื่อเข้าไปจัดการความกังวลทั้งเรื่องของจำนวน ปริมาณ และผลลัพธ์ให้จบในที่เดียว เป็นที่มาของสินค้าที่เห็นการเปลี่ยนแปลง ที่หลายคนบอกต่อในโลกออนไลน์ ซึ่งเป็นจุดแข็งและหัวใจหลักของแบรนด์
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีสูตรที่ดี แต่ความท้าทายคือจะสื่อสารอย่างไรให้คนเชื่อมั่น ?
คุณเอิงเลือกสร้างความเชื่อมั่นจากภายในสู่ภายนอก โดยเริ่มจากการเก็บฟีดแบ็กการใช้งานจริงจากคนใกล้ตัวและพนักงานในทีม เพื่อทดสอบความพึงพอใจอย่างละเอียด เพราะเธอเชื่อว่าหากคนในทีมยังไม่กล้าให้ครอบครัวทาน ก็คงยากที่จะทำให้ลูกค้าเชื่อใจ
กระบวนการนี้ช่วยให้แบรนด์ได้ข้อมูลจริงมาปรับสูตรให้ตอบโจทย์ที่สุด และกลายเป็นต้นกำเนิดของความเชื่อมั่นที่ทำให้ทีมงานสื่อสาร Fact ของสินค้าได้อย่างเต็มปาก เพราะพวกเขาคือกลุ่มแรกที่พิสูจน์มาตรฐานของแบรนด์ด้วยตัวเอง
อีกข้อที่น่าสนใจคือ SOLVEGROUP สวนกระแสความเชื่อการตลาดในยุคดิจิทัลอย่างสิ้นเชิง
โดยตลอด 5 ปีแรก แบรนด์ไม่ได้เน้นการอัดงบ Marketing แต่กลับเติบโตแบบ Organic ผ่านการบอกต่อ (Word of Mouth) ของลูกค้า
การโฟกัสที่คุณภาพผลิตภัณฑ์ เป็นหัวใจหลัก ทำให้โครงสร้างธุรกิจของแบรนด์แข็งแกร่งอย่างมาก โดยยอดขายกว่า 70-80% มาจากลูกค้าเดิมที่กลับมาซื้อซ้ำ
และกรณีศึกษาที่น่าสนใจที่สุด คือการชนะใจลูกค้าด้วยความโปร่งใส ซึ่งคุณเอิงย้ำเสมอว่า “เราไม่จำเป็นต้องฮาร์ดเซล แต่เราต้องเล่าด้วย Fact”
เพราะในยุคที่ผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูลได้ลึกขึ้น และมี AI เป็นตัวช่วยตรวจสอบความถูกต้อง การสื่อสารความจริงอย่างตรงไปตรงมาจึงเป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุด
คุณเอิงเลือกบอกลูกค้าตามตรงว่าอาหารเสริมไม่ใช่ทางลัดหรือ Shortcut ที่กินปุ๊บจะเปลี่ยนโลกได้ในวันเดียว แต่มันคือการลงทุนระยะยาว ที่ต้องทำควบคู่ไปกับการใช้ชีวิตที่ดี
ความจริงใจนี้เองที่เปลี่ยน “ลูกค้า” ให้กลายเป็น “กระบอกเสียง” จนเกิดปรากฏการณ์ที่ลูกค้าเก่าลุกขึ้นมาช่วยตอบคำถามและรีวิวแทนแบรนด์ เพราะพวกเขาเชื่อในผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้จริง ไม่ใช่คำโฆษณา
นอกจากความโปร่งใส อีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่ทำให้ SOLVEGROUP ยืนระยะในตลาดระดับบน (Premium Segment) ได้อย่างมั่นคง คือกลยุทธ์การคัดสรรส่วนผสมเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ แบบ “No Compromise”
คุณเอิงมองว่า หากต้องการผลลัพธ์ในระดับ Optimal Level การใช้สารสกัดเกรดพรีเมียมที่มีนวัตกรรมและงานวิจัยรองรับ (Trademark Ingredients) คือเรื่องจำเป็น แม้จะมีต้นทุนที่สูงกว่าทั่วไปหลายเท่าตัว แต่คุณเอิงก็เลือกที่จะไม่ลดสเปกเพื่อทำราคาถูก
นั่นทำให้ทุกบาทที่ลูกค้าจ่ายไป คือการลงทุนที่คุ้มค่ากับประสิทธิภาพที่ได้รับจริง สิ่งนี้กลายเป็นเกราะป้องกัน (Moat) ที่ทำให้แบรนด์ไทยอย่าง SOLVEGROUP ก้าวข้ามสงครามราคา และยืนหยัดอยู่ในใจของกลุ่มลูกค้าที่มองหามาตรฐานได้สำเร็จ
และเมื่อมองไปในอนาคต ในวันที่เทรนด์ Wellness & Longevity กำลังกลายเป็นเมกะเทรนด์ของโลก
SOLVEGROUP กลับเป็นแบรนด์ที่ไม่ต้องปรับตัวอะไรมากนัก เพราะทิศทางของธุรกิจถูกปักหมุดไว้ที่การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Health) มาตั้งแต่วันแรก
คุณเอิงมองว่า พฤติกรรมผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนผ่านจากการรักษาเมื่อป่วย ไปสู่การดูแลเพื่อไม่ให้ป่วย
“ตลาดวันนี้เปลี่ยนไปแล้ว ผู้บริโภคมีความรู้มากขึ้น พวกเขามองหา Quality มากกว่าแค่ราคา และเริ่มเข้าใจว่าการดูแลสุขภาพคือการลงทุนระยะยาว ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่เสียเปล่า”
กลยุทธ์ต่อไปของ SOLVEGROUP คือ การทลายกำแพงระหว่าง “อาหารเสริม” กับ “ไลฟ์สไตล์” เข้าด้วยกัน เพราะการทาน Supplement เป็นประจำ ต้องไม่ยาก และให้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ผู้บริโภคถึงทานต่อเนื่อง และนี่คืออีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ Supplement เห็นผล ตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนแคลเซียมที่เม็ดใหญ่ทานยาก ให้กลายเป็นกัมมีรสชาติดี เพื่อให้การดูแลสุขภาพกลายเป็นเรื่องที่ทำได้ทุกวันอย่างยั่งยืน
เป้าหมายในอีก 5 ปีข้างหน้าของ SOLVEGROUP จึงไม่ใช่แค่การมียอดขายที่เติบโตขึ้นตามตัวเลขทางบัญชี แต่คือการเป็น Top of Mind ในฐานะ Leading Functional Supplement ของเมืองไทย
คำว่า Leading Functional Supplement สำหรับคุณเอิง จึงไม่ใช่เพียงแค่การเป็นเจ้าตลาดในเชิงปริมาณ
แต่คือการเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคนึกถึงเป็นอันดับแรกเมื่อต้องการผลลัพธ์ที่ “เฉพาะเจาะจง” และ “หวังผลได้จริง” เหมือนเป็นจิกซอว์ตัวสำคัญที่เข้าไปเติมเต็มช่องว่างของโภชนาการในแต่ละช่วงวัยได้อย่างแม่นยำ
และความเชื่อมั่นที่สะสมมาตลอด 6 ปี ก็เริ่มสะท้อนออกมาให้เห็นผ่านตัวเลขการเติบโตที่ก้าวกระโดด ด้วยยอดขายมากถึง 111 ล้านบาท ในปี 2025 ที่ผ่านมา เติบโตขึ้นจากปี 2024 กว่า 51%
โดยในปี 2026 นี้ SOLVEGROUP จึงปักหมุดท้าทายตัวเองด้วยเป้าหมายยอดขาย 180 ล้านบาท
ซึ่งเป้าหมายนี้ไม่ใช่การตั้งตัวเลขขึ้นมาลอย ๆ แต่เป็นการขยับตัวครั้งสำคัญในเชิงกลยุทธ์
จากเดิมที่เคย “ซุ่ม” พัฒนาหลังบ้านจนแน่น วันนี้ SOLVEGROUP เริ่มหันมาใช้การสื่อสารการตลาด (Marketing Communication) อย่างเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก เพื่อขยายฐานจากกลุ่มฐานแฟนเดิมไปสู่กลุ่มใหม่ ๆ ในวงกว้าง
อย่างไรก็ตาม แม้จะเริ่มมีการใช้สื่อหรือการยิงแอดเข้ามาเสริมทัพ แต่สิ่งที่คุณเอิงย้ำชัดคือ “จะไม่มีการทิ้ง Core Value เดิม”
นั่นคือการสื่อสารด้วย Fact และการรักษาคุณภาพการผลิตระดับ No Compromise การตลาดที่เพิ่มเข้ามาจึงเป็นเพียง “โทรโข่ง” ที่ช่วยขยายเสียงของความจริงใจให้ดังขึ้น ไม่ใช่การปรุงแต่งคำโฆษณาให้เกินจริง
สุดท้ายแล้ว เป้าหมาย 180 ล้านบาท อาจเป็นเพียงหลักไมล์หนึ่งในการทำธุรกิจ แต่ปลายทางที่สำคัญกว่าคือการพิสูจน์ว่า แบรนด์อาหารเสริมสัญชาติไทยที่เริ่มต้นจากความรู้และความใส่ใจ
สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในตลาด Functional Supplement ได้อย่างสง่างาม และเป็นเครื่องยืนยันว่า ในโลกธุรกิจยุคใหม่ “คุณภาพที่แท้จริง” คือกลยุทธ์การตลาดที่ทรงพลังที่สุด..
Reference :
- สัมภาษณ์ตรง คุณอังศ์วรา ธีระตันติกานนท์ โดยลงทุนแมน
โฆษณา